slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารผอ.สถาบันยานยนต์ ย้ำค่ายรถจีนต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่ทัวร์ศูนย์เหรียญ

ผอ.สถาบันยานยนต์ ย้ำค่ายรถจีนต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่ทัวร์ศูนย์เหรียญ

ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยในงานแถลงข่าวการประกาศความพร้อมในการจัดงาน Automotive Summit 2026 ระหว่าง สถาบันยานยนต์ กับ อาร์เอ็กซ์ ไบเทค ว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีอันดับการผลิตรถยนต์ลดลงจากปีก่อนหน้ามาอยู่ที่อันดับ 11 จาก อันดับ 10 เนื่องด้วยนโยบายการสนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ยอมให้มีการการนำเข้ามาจำหน่ายในระดับหลักแสนคันของหลายบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยมองว่าแม้อันดับการผลิตรถยนต์ของประเทศไทยในระดับโลกจะลดลงแต่ประเทศไทยถือว่าประสบความสำคัญในการสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่รถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้สำเร็จ

ตอนนี้ประเทศไทยเป็นตัวละครหนึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และ รถยนต์ไฮบริด (HEV)”

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์กว่า 2,400 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) แต่กระนั้น สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้มีการสนับสนุนให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนปรับตัวไปสู่ E-Part จำนวน 9 กลุ่มหลัก อาทิ มอเตอร์ไฟฟ้า, กล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU) เป็นต้น โดยเชื่อว่าในอนาคตจะมีการผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น หลังจากที่รัฐบาลได้ดึงดูดการลงทุนของผู้ประกอบการจากประเทศจีนมาได้สำเร็จ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “สถาบันยานยนต์” ชี้เคสไฟไหม้ Volvo EX30 อาจถึงเวลาต้องคุมเข้มยิ่งขึ้น

ดร.เกรียงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องชื่นชมรัฐบาลที่มองทิศทางของอุตสาหกรรมของไทยและสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า 100% เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมขั้นสูง โดยอยากเห็นประเทศไทยเป็นฐานวิจัยและพัฒนาไม่ใช่เพียงแค่ฐานการผลิตด้วยการเป็นโรงงานประกอบเพียงอย่างเดียวไม่เช่นนั้นอาจจะมีความเสี่ยงในการย้ายฐานการผลิตได้ง่าย

ประเทศไทยจะต้องเป็นสมองของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไม่ใช่แค่เป็นเพียงมือเท่านั้น โดยทุกครั้งที่ได้มีการพูดคุยกับแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนในการเชิญชวนให้เข้ามาตั้งฐานวิจัยและพัฒนาในไทย เพื่อให้ประเทศไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนเองต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ได้เป็นทัวร์ศูนย์เหรียญ ซึ่งรัฐบาลเองก็ต้องมีจุดกึ่งกลางสำหรับทุกฝ่าย

สถาบันยานยนต์

ขณะที่ ประเทศไทยมีบทบาทมากกว่าแค่ฐานการผลิต แต่ยังเป็น Sandbox ให้ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจีนใช้เรียนรู้การทำตลาดระดับโลก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคและสภาพตลาดไทยแตกต่างจากจีนอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ไทยกลายเป็นพื้นที่ทดสอบที่มีคุณค่าก่อนขยายสู่ตลาดอื่น ซึ่งข้อได้เปรียบนี้เองที่ไทยสามารถใช้เป็นแต้มต่อในการเจรจาดึงให้ผู้ผลิตลงทุนเชิงลึกมากขึ้น

นอกจากนั้น ข้อได้เปรียบนี้เองที่ทำให้ไทยมีอำนาจต่อรองในการดึงให้ผู้ผลิตต้องลงทุนเชิงลึกมากขึ้น เพราะหากต้องการใช้ไทยเป็นทั้งฐานผลิตและประตูสู่ตลาดโลก ก็ต้องแลกด้วยการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาซัพพลายเชนในประเทศอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่เข้ามาใช้แรงงานและโครงสร้างพื้นฐานแล้วนำกำไรกลับบ้าน

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยเองก็ต้องเร่งยกระดับตัวเองควบคู่กันไป ทั้งในด้านเทคโนโลยีการผลิต ความเร็วในการตอบสนองตลาด และมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขันและเป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนยานยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่

สถาบันยานยนต์

อย่างไรก็ตาม ได้เสนอแนวคิดระบบ Battery Passport ซึ่งหลายประเทศเริ่มนำมาใช้แล้ว โดยระบบดังกล่าวเปรียบเสมือนเป็นบัตรประชาชนของแบตเตอรี่ ที่บันทึกข้อมูลสำคัญ ได้แก่ อายุการใช้งาน ประวัติการชาร์จ สถานะความจุ และข้อมูลด้านความปลอดภัย ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดวงจรชีวิตของแบตเตอรี่ เปรียบได้กับเลขตัวถัง (VIN Number) ของรถยนต์ที่ทำให้ติดตามตัวรถได้ตั้งแต่ออกจากโรงงานจนถึงมือผู้ใช้

อนาคตแบตเตอรี่ควรมีระบบติดตามเฉพาะตัว เหมือนรถที่มี VIN Number เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าแบตลูกนี้ผ่านการใช้งานอย่างไร อยู่ในสภาพแบบไหน ซึ่งจะช่วยยกระดับความปลอดภัยของอุตสาหกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าได้มากขึ้น

สำหรับ ระบบนี้จะมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามือสองเริ่มเติบโต เพราะผู้ซื้อจะสามารถตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ได้อย่างโปร่งใส และยังช่วยให้หน่วยงานกำกับดูแลสามารถติดตามและเรียกคืนสินค้าที่อาจมีปัญหาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

ล่าสุด สถาบันยานยนต์ ได้ร่วมกับ อาร์เอ็กซ์ ไบเทค ประกาศความพร้อมในการจัดงาน Automotive Summit 2026 ภายใต้แนวคิด “Smart Mobility – Smarter is the Future ยานยนต์อัจฉริยะ ขับเคลื่อนสู่โลกอนาคตเพื่อเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการไทยรับโอกาสและความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต 17-18 มิถุนายนนี้ ที่ไบเทค บางนา

นางวราภรณ์ ธรรมจรีย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์เอ็กซ์ ไบเทค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือกับสถาบันยานยนต์ในครั้งนี้ เป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตั้งแต่ยุคที่อุตสาหกรรมขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน จนถึงปัจจุบันที่เปลี่ยนผ่านมาสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์แห่งอนาคต เพื่อเติมเต็มองค์ความรู้และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ครบวงจร ภายในงาน Automotive Manufacturing (ส่วนหนึ่งของมหกรรม Manufacturing Expo) ซึ่งพร้อมนำเสนอเทคโนโลยี เนื้อหา และเครือข่ายที่จะตอบโจทย์ผู้ประกอบการทั้งในไทยและในอาเซียน

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News