จากการสั่งการให้มีการศึกษานโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” ของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้มีการมอบหมายให้ ปลัดกระทรวงการคลัง และกรมสรรพสามิต จัดทำเงื่อนไขรายละเอียดของมาตรการในช่วงกล่างเดือนเมษายน 2569 และให้มีการนำรายละเอียดเบื้องต้นกลับมาเสนอเพื่อพิจารณาได้ภายในกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้มีการเปิดเผยถึงความคืบหน้านโยบายดังกล่าวโดยระบุว่า นโยบาย “รถเก่าแลกรถใหม่” จะไม่ดำเนินการต่อ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการกำจัดซากรถเก่า ซึ่งคาดว่า กรมสรรพสามิต จะออกแบบและเสนอนโยบายรูปแบบใหม่เข้ามาแทนที่โดยจะมีกระบวนการบริหารจัดการที่ง่ายกว่าและได้ผลลัพธ์ที่เป็นที่ต้องการ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : “รถเก่าแลกรถใหม่” นโยบายจะสำเร็จไม่ใช่แรงจูงใจทางการเงินอย่างเดียว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : รถเก่าแลกรถใหม่ พ่นพิษ! ฉุดตลาด ลูกค้าชะลอ-เลื่อน รอความชัดเจน
ทั้งนี้ ปัญหาของนโยบายดังกล่าวอยู่ที่การบริหารจัดการและกำจัดรถเก่า ซึ่งมีรายละเอียดซับซ้อน เช่น หากรถเก่ายังพอใช้งานได้ ก็อาจจะส่งไปประเทศที่สาม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการพูดถึงประเทศในแถบแอฟริกาใต้อยู่บ้าง หรือหากเป็นรถที่เก่าเกินกว่าจะใช้งานต่อได้ ก็จะต้องมีการกำจัดและทำลายซากรถอย่างถูกต้อง โดยในส่วนนี้ หากผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของแบรนด์รถยนต์ไม่ร่วมมือในการรับรถเก่าไปบริหารจัดการอย่างถูกต้อง นโยบายนี้ก็คงไม่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากภาครัฐเองยังไม่มีศักยภาพในการบริหารจัดการเรื่องซากรถทั้งหมดอย่างถูกวิธี
อย่างไรก็ตาม จะยังเป็นโครงการเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเช่นเดิม ซึ่งจะต้องเป็นนโยบายเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดตามวัตถุประสงค์ของ พระราชกำหนดกู้เงิน (พ.ร.ก. กู้เงิน) และนโยบายรัฐบาล





