slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeแบรนด์รถยนต์mercedes benzCayenne สะดุ้ง!!  เบนซ์เปิดตัว GLS 350d (CKD) ค่าตัว 6.499 ล้านบาท 

Cayenne สะดุ้ง!!  เบนซ์เปิดตัว GLS 350d (CKD) ค่าตัว 6.499 ล้านบาท 

- Advertisement -spot_img

เมอร์เซเดสเบนซ์ประเทศไทย เปิดตัว Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ (CKD) บุกตลาดรถ SUV หรูแบบ 7 ที่นั่งตั้งแต่ต้นปี อัด option เต็มคัน ในราคา 6.499 ล้านบาท หวังชนเจ้าตลาด SUV หรูอย่าง Porsche Cayenne E-Hybrid ที่มีราคาค่าตัว 6.5 ล้านบาท 

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium
Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ (CKD)

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,925 ซีซี 286 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตรที่ 1,200-3,200 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์แบบ 9G-TRONIC ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วและนุ่มนวล พร้อมประหยัดเชื้อเพลิงกว่า 6.5% สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 7 วินาที  

ด้านท้ายของ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium

ในขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “Full time” แบบ 4MATIC ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมรถและการทรงตัวบนถนนที่เปียกลื่น รวมถึงการขับขี่บนทางแบบ OFF-ROAD และนุ่มนวลตลอดการเดินทางด้วยระบบช่วงล่างแบบ AIRMATIC และเป็นครั้งแรกที่จะได้พบกับฟังก์ชันเตรียมรถเข้าสู่เครื่องล้างอัตโนมัติ โดยจะทำงานอย่างสอดคล้องร่วมกับระบบ AIRMATIC เพียงสั่งงานผ่านหน้าจอ media display  

เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam ที่สามารถปรับความเข้มของแสงและความยาวของลำแสงได้อิสระจากกัน โดยมีระบบตรวจจับวัตถุที่คำนวณความสว่างอัตโนมัติ และไฟท้ายแบบ LED พร้อมล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 5 ก้านคู่ 21 นิ้ว 

หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ (Panoramic sliding sunroof) ที่เลื่อนเปิดปิดด้วยระบบไฟฟ้า

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium มาในรุ่น 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการออกแบบให้มีความกว้างขวางและสะดวกสบายมาตรฐานเดียวกับ S-Class ด้วยระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น 60 มิลลิเมตร จึงมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างและโปร่งสบายขึ้น โดยเฉพาะที่นั่งแถว 2 ที่สามารถปรับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมบันทึกตำแหน่งที่นั่งได้ และยังสามารถปรับเลื่อนเบาะถอยหลังได้ถึง 10 เซนติเมตร และพนักพิงสามารถปรับเอนได้มากกว่าเดิม 

ภายในของ Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium

ส่วนเบาะที่นั่งแถวที่ 3 เป็นที่นั่งแบบ full-size รองรับผู้โดยสารที่มีส่วนสูงได้ถึง 194  เซนติเมตร พร้อมระบบ EASY-ENTRY  ที่ออกแบบเป็นพิเศษให้เบาะและพนักพิงของที่นั่งแถว 2 สามารถพับขึ้นด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อให้เข้าสู่ที่นั่งแถว 3 ได้ง่ายดายขึ้น 

เบาะที่นั่งแถวที่ 2 และ 3 สามารถพับได้อย่างอิสระ เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายและเพิ่มพื้นที่ความจุสำหรับเก็บสัมภาระได้สูงสุดถึง 2,400 ลิตร 

ภายในห้องโดยสาร หรูหรา

ในห้องโดยสารมีระบบไฟส่องสว่างแบบ Ambient Light ที่มีให้เลือกถึง 64 สี โดย Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ยังมาพร้อมเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมาย โดยเฉพาะ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้าและผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ 

พร้อมหน้าจอสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2 เพื่อความบันเทิงแบบ MBUX Rear Seat Entertainment จำนวน 2 จอ ขนาด 11.6 นิ้ว พร้อมระบบควบคุมหน้าจอแบบสัมผัส เพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยหูฟังแบบ wireless head sets คุณภาพสูง

หน้าจอสำหรับผู้โดยสารแถวที่ 2

กล้อง 360° ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยไม่ว่าจะเป็นภาพมุมสูง (Bird’s-eye perspective) และภาพมุมด้านข้างล้อหน้า ช่วยให้คุณถอยจอดรถได้อย่างแม่นยำที่สุด พร้อมให้คุณเชื่อมต่อกับ Apple CarPlay™ หรือ Android Auto™ และเลือกปรับแต่งรูปแบบของการแสดงผลได้หลากหลาย อาทิ “Classic”, “Sport”, “Progressive” และ “Subtle” รวมไปถึงแผงควบคุมระบบสัมผัสบริเวณพวงมาลัยดีไซน์สปอร์ต และยังมาพร้อมกับระบบ Vehicle Monitoring ที่ช่วยให้คุณมองเห็นสถานะของรถยนต์ผ่านแอปลิเคชัน  

ส่วนระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากมายอาทิระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) โดยใช้สัญญาณเรดาร์ที่กระจังหน้า คำนวณระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้าที่สัมพันธ์กับความเร็วของรถในขณะนั้น ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดบอดสายตา (Blind Spot Assist) ที่ทำงานตั้งแต่ความเร็วของรถที่ 12 กม./ชม. ระบบ Active Lane Keeping Assist ที่ช่วยดึงรถกลับเข้าช่องจราจรเดิมโดยอัตโนมัติ 

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีที่เป็นไฮไลต์ของรถยนต์รุ่นนี้คือบริการ Mercedes me connect ที่มีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยทำงานร่วมกับระบบมัลติมีเดียอัจฉริยะที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ล่าสุดอย่างระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) โดยผลลัพธ์ที่ได้คือ มีฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่หลากหลายขึ้น และความสะดวกสบายที่มากขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ บริการ Mercedes me connect มาพร้อมฟังก์ชันอันโดดเด่นมากมายที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเพิ่มบริการ และฟังก์ชันต่าง ๆ ตามต้องการได้ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน อาทิ

  • ïMercedes-Benz emergency call system ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนและถุงลมนิรภัยทำงาน เซ็นเซอร์ของระบบนี้จะทำงานโดยอัตโนมัติ และส่งตำแหน่งของรถยนต์ให้กับศูนย์ช่วยเหลือทันที
  • ïVehicle Monitoring เจ้าของรถยนต์สามารถเช็คตำแหน่งล่าสุด หรือเส้นทางการขับขี่ของรถยนต์ได้ผ่านแอปพลิเคชันของ Mercedes me connect ได้
  • ïVehicle Set-up ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบสภาพรถยนต์ได้จากระยะไกล โดยเซ็นเซอร์ที่อยู่ในรถจะตรวจสอบสภาพของรถยนต์ในขณะนั้น และส่งเป็นข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันให้ทั้งผู้ขับขี่ และศูนย์ซ่อมบำรุงสามารถเปิดดูรายละเอียดข้อมูลสถานะต่าง ๆ ได้
  • ïMaintenance Management ระบบนี้จะช่วยเตือนเมื่อถึงเวลานำรถยนต์เข้าตรวจสภาพ โดยจะตั้งวัน และเวลาเข้ารับบริการในครั้งต่อไปให้อัตโนมัติ
  • ïOnline Booking ฟังก์ชั่นสำหรับการนัดหมายเพื่อเข้ารับบริการต่างๆ จากเมอร์เซเดสเบนซ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้วด้วยแอปพลิเคชัน Mercedes Me Service 

สำหรับระบบ MBUX นั้น เป็นระบบมัลติมีเดียใหม่ล่าสุดที่เมอร์เซเดสเบนซ์พัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความสะดวกสบายให้แก่ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร รองรับการสั่งการผ่านจุดสำคัญ 2 จุดคือ หน้าจอ Widescreen ระบบสัมผัส (หน้าจอส่วนอินโฟเทนเมนต์) และ Touchpad ที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง ระบบนี้มีจุดเด่นอยู่ที่คุณสมบัติด้านการเรียนรู้ที่สามารถจดจำความต้องการของผู้เป็นเจ้าของผ่านระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้ MBUX เป็นระบบมัลติมีเดียที่สามารถปรับแต่งหรือปรับเปลี่ยนตามลักษณะ การใช้งานจริงของผู้เป็นเจ้าของรถได้ ซึ่งเป็นการสร้างความผูกพันระหว่างผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และรถยนต์ได้เป็นอย่างดี โดยระบบนี้มาพร้อมกับฟังก์ชันใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ

  • ïNavigation ระบบนำทางแบบใหม่ที่มาพร้อมกับ GPS ที่แม่นยำยิ่งขึ้น และแผนที่ที่แสดงผลแบบสามมิติ (3D) ด้วยกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ในการนำทางโดยผู้ใช้สามารถหาจุดหมายที่ต้องการได้ด้วยการสัมผัสหน้าจอ นอกจากนั้นยังสามารถรายงานสภาพถนนและสถานะของร้านค้าต่าง ๆ ได้แบบเรียลไทม์อีกด้วย
  • ïPersonal profiles ที่จะจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่แต่ละคนไว้ ทั้งลักษณะของการปรับเบาะ ที่นั่ง สีไฟในห้องโดยสารที่ชอบ สถานที่ที่ไปเป็นประจำ ฯลฯ โดยระบบนี้สามารถจดจำข้อมูลของผู้ขับขี่ได้ถึง 22 โปรไฟล์
  • ïLinguatronic ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับได้ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาเยอรมัน และภาษาฝรั่งเศสของทุกสำเนียงทั่วโลก (natural speech recognition) ระบบนี้สามารถรับรู้และเข้าใจเกือบทุกคำที่ปรากฏอยู่ในระบบอินโฟเทนเม้นท์ของรถยนต์ โดยผู้ขับขี่สามารถเปิดระบบได้เพียงพูดคำว่า “Hey, Mercedes”

ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นที่ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาดีไซน์สปอร์ตจากAMG แบบ 5 ก้านคู่ 21 นิ้ว  

รุ่น

เครื่องยนต์

ปริมาตร

กระบอกสูบ (ซีซี)

แรงม้าสูงสุด
 (แรงม้า/รอบต่อนาที)

แรงบิดสูงสุด

(นิวตันเมตร / รอบต่อนาที)

อัตราเร่ง

0-100

กม./ชม.
(
วินาที)

ความเร็วสูงสุด (กม. / ชม.)

อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน (ลิตร/กม.)

Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC 

AMG

Premium

ดีเซล 6 สูบ 

แถวเรียง 

พร้อม 2-stage 

เทอร์โบชาร์จเจอร์

2,925

286 / 3,600-4,200

600 / 1,200-3,200

7.0

227

7.1-7.9 / 100

Nithi Thuamprathom
Nithi Thuamprathomhttps://autolifethailand.tv
ผ่านประสบการณ์การทำข่าวเศรษฐกิจ และยานยนต์มานานกว่า 20 ปี มีความเชี่ยวชาญด้านการเขียนข่าวเชิงเจาะลึก วิเคราะห์สถานการณ์การตลาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงการทำบทความการทดลองขับทั้งในแบบข้อความ และภาพเคลื่อนไหว
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

195,000FansLike
4,445FollowersFollow
232FollowersFollow
863,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News