นายคริสเตียน เคิทซ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คอนติเนนทอล (Continental) เปิดเผยว่า ในปี 2569 บริษัทได้ปรับแผนธุรกิจทั่วโลกครั้งใหญ่ในรอบ 150 ปีจากเครือธุรกิจที่หลากหลายสู่การเป็นบริษัทที่เป็นธุรกิจยางรถยนต์เพียงอย่างเดียวเพื่อลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินธุรกิจและผลิตภัณฑ์พร้อมเพิ่มความยืดหยุ่นและความคล่องตัวทางธุรกิจซึ่งเป็นไปตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจทั่วโลกอย่างรวดเร็วโดยบริษัทเชื่อว่าการโฟกัสเพียงธุรกิจเดียวจะส่งผลให้ประสบความสำเร็จมากกว่า
ทั้งนี้ ตลาดยางรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตเร็วแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งในภูมิภาคเอเชียมีสัดส่วนยอดขายของบริษัทในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 14% โดยประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญของ คอนติเนนทอล และจะเป็นศูนย์กลาง (Hub) สำคัญในการผลิตเพื่อขยายตลาดไปในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีโรงงานผลิตยางจำนวน 19 แห่งทั่วโลก
ขณะที่ บริษัทตั้งเป้าหมายให้ โรงงานคอนติเนนทอล จังหวัดระยอง ประเทศไทย เป็นโรงงานผลิตยางขนาดใหญ่ (Mega Plant) ซึ่งมีกำลังผลิตมากกว่า 15-18 ล้านเส้น/ปี เพื่อรองรับความต้องการของตลาดในประเทศไทยและส่งออกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในอนาคต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : บีโอไอ อนุมัติ Continental ลงทุนเพิ่ม 1.3 หมื่นล้าน เพิ่มกำลังการผลิตยางรถยนต์ในไทย
สำหรับ โรงงานในประเทศไทย มีพื้นที่รวมทั้งหมด 750,000 ตารางเมตร โดยเริ่มการผลิตอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมีนาคม 2019 ด้วยเงินลงทุนรวม 250 ล้านยูโร ต่อมาในเดือน กันยายน 2021 ได้มีการเริ่มการผลิตยางรถจักรยานยนต์ ด้วยเงินลงทุนรวม 26 ล้านยูโร บนพื้นที่ 7,600 ตารางเมตร
ที่ผ่านมาบริษัทมีการผลิตยางรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเล็กในรุ่นต่าง ๆ ดังนี้ ComfortContact 7, MaxContact 7, PremiumContact C, UltraContact 7, CrossContact LX2, CrossContact AX6, CrossContact RX รวมถึงมีการผลิตยางรถจักรยานยนต์ในรุ่น TKC 80, ContiRoad, ContiScoot, ContiStreet
ล่าสุด Continental ได้มีการลงทุนเพิ่มมูลค่า 300 ล้านยูโร (ราว 13,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นการขยายโรงงานในระยะที่ 2 (เฟส 2) โดยกำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านเส้น/ปี ส่งผลให้โรงงานดังกล่าวจะมีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 7 ล้านเส้น/ปี รวมถึงการเพิ่มพอร์ตโฟลิโอในการผลิตยางรถยนต์ในรุ่น CrossContact AT2 และ VanContact AP2 ในปีนี้ พร้อมทั้ง จะมีการเริ่มต้นการผลิตยางรถยนต์แบบเรเดียล ซึ่งจะช่วยขยายให้กำลังการผลิตยางรถจักรยานยนต์ของ คอนติเนนทอล ทั่วโลก พร้อมตอบสนองความต้องการในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดวิกฤตราคาพลังงานและปัญหาการขนส่ง ซึ่งการที่มีโรงงานผลิตยางรถยนต์กระจายอยู่ทั่วโลกส่งผลให้มีความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน เช่นเดียวกับการมีโรงงานในประเทศไทยซึ่งถือเป็นการมีโรงงานอยู่ใกล้ตลาดและอยู่ใกล้ลูกค้าซึ่งเป็นหนึ่งในการปรับตัว
ด้านการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2022 ส่งผลให้อุตสาหกรรมยางรถยนต์จะต้องแข่งขันกันด้วยเทคโนโลยีและคุณภาพ เนื่องจากความเงียบของเครื่องยนต์ทำให้เสียงภายในห้องโดยสารที่เกิดขึ้นจากยางจะมีความสำคัญขึ้นไปอีก








