NIO FireFly
NIO FireFly รถไฟฟ้า100% เตรียมเปิดตัวในไทย 5 มีนาคม 2026 นี้ ! ตัวถัง HATCHBACK 5 ประตู แบต 42 kWh วิ่งระยะทาง 400 km. (NEDC) วางตัวเป็นคู่แข่ง MINI Cooper E ในราคาประหยัด
กลุ่มธนบุรี คว้าสิทธิ์จำหน่าย NIO FireFly ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ต่อจาก GEELY โดยตั้งบริษัทในชื่อ ธนบุรีบลูสกาย Thonburi Blue Sky แยกการบริหารจาก ธนบุรีนอยสเติร์น Thonburi Neustern ที่ขายแบรนด์ GEELY ก่อนหน้านี้




Dimension มิติตัวถัง
FireFly
- ยาว 4,003 มิลลิเมตร
- กว้าง 1,781 มิลลิเมตร
- สูง 1,557 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,615 มิลลิเมตร
- ที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ขนาด 404 – 1,253 ลิตร (เมื่อพับเบาะหลัง)
- ที่เก็บสัมภาระด้านหน้า Frunk ขนาด 92 ลิตร
- ที่เก็บสัมภาระใต้เบาะนั่งด้านหลัง ขนาด 26 ลิตร
เทียบขนาดกับ MINI – Hatchback 5 ประตู
- NIO FireFly : 4,003 x 1,781 x 1,557 มม. | ฐานล้อ 2,615 มม.
- MINI Cooper E : 3,858 x 1,756 x 1,460 มม. | ฐานล้อ 2,526 มม.
- MINI ACEMAN : 4,075 x 1,754 x 1,495 มม. | ฐานล้อ 2,606 มม.





Powertrain ขุมพลัง
มอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว พละกำลังสูงสุด 143 แรงม้า แรงบิด 200 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) ขนาดความจุ 42.1 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง RWD Rear-Wheel Drive
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 8.2 วินาที
- วิ่งระยะทาง 400 km. (มาตรฐาน NEDC)
- Top Speed ความเร็วสูงสุด 150 km/h
Charging การชาร์จไฟ
- กระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 11 kW
- กระแสตรง DC Fast Charging รองรับสูงสุด 100 kW
- กระแสตรง DC จาก 10-80% ภายใน 29 นาที
- ระบบจ่ายไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอก V2L สูงสุด 3.5 kW








Highlights ของ NIO FireFly รถไฟฟ้า100% HATCHBACK
- ตัวถังแบบ Hatchback 5 ประตู
- ในตลาดต่างประเทศ วางตำแหน่งเป็นคู่แข่ง MINI Cooper E
- วางราคาเป็น Budget-MINI หรือ MINI ในราคาประหยัด
- สร้างบนแพลตฟอร์ม EV-platform NIO FT1
- ช่วงล่างด้านหน้า McPherson Strut
- ช่วงล่างด้านหลัง 5-Links Suspension
- มาตรวัด Full Digital ขนาด 6 นิ้ว
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 13.2 นิ้ว
- ระบบ Ultra-Fast Response สัมผัสแบบเร็ว
- ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 256 สี
- กระจกมองหลังแบบกล้องแสดงภาพ Digital Rear View Mirror Camera
- เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า
- เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบระบายอากาศ Ventilated Seats
- เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบอุ่น Heated Seats
- เบาะนั่งด้านหลัง แยกพับอิสระ 60 : 40
- เบาะนั่งด้านหลัง พับได้เรียบ
- ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
- ลำโพง 14 ตำแหน่ง รองรับ Dolby Atmos 7.1 Sound System
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Semi-Autonomous Level 2
- กล้อง Camera 10 ตัว / Ultrasonic Radar 12 ตัว / Millimeter-Wave Radar 1 ตัว
- ระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Active Lane Change
- ระบบจอดรถอัตโนมัติ Advanced Parking Assist ได้ทั้งในซอง และ จอดขนาน
- กล้องรอบคัน 360 องศา
- ถุงลมนิรภัย 10 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-ตรงกลางเบาะคู่หน้า-ด้านข้างเบาะนั่งด้านหลัง)
















สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 6 สี
- สีม่วง Lavender
- สีเขียว Lime
- สีขาว Marble
- สีน้ำตาล Sand
- สีเทา Graphite
- สีดำ Lava Stone





สีภายในห้องโดยสาร มีให้เลือก 4 สี
- สีเบจ Travertine
- สีเขียว-เบจ Pine
- สีม่วง-เบจ Plum
- สีดำ Obsidian



ราคาจำหน่ายของ Nio FireFly ในประเทศจีน อยู่ระหว่าง 119,800 – 135,800 หยวน (หรือ ประมาณ 560,000 – 632,000 บาท) ยังไม่รวมภาษีของประเทศไทย
เมื่อดูจากราคา NIO FireFly อ้างอิงจากจีน บวกกับ ภาษีของประเทศไทย (สรรพสามิต-เพื่อมหาดไทย-VAT) อาจตั้งราคาจำหน่ายในไทย ช่วง 7-8 แสนบาท







อย่างไรก็ตาม รอติดตามกันว่า Nio FireFly รถไฟฟ้า100% HATCHBACK โดยกลุ่มธนบุรี ” Thonburi Blue Sky : ธนบุรีบลูสกาย ” จะวางตำแหนางการตลาดไว้อย่างไร และ ราคาเท่าไหร่ บริษัทแม่ทางฝั่ง NIO จะมีการช่วยสนับสนุน เหมือนกรณีต้องการทำราคาเหมือนอย่าง GEELY EX2 หรือไม่
หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทีมงาน autolifethailand จะรีบนำมารายงานให้ทราบกันครับ


เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย www.autolifethailand.tv














