นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ ในประเทศไทยเดือนพฤษภาคม 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 57,765 คัน เพิ่มขึ้น 10.60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า จากปัจจัยยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากวิกฤตราคาน้ำมันจากสถานการณ์สงครามการสู้รบในตะวันออกกลาง
ทั้งนี้ การเติบของยอดขายในประเทศไทยช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2569 อาจเพิ่มขึ้นจากเงินลงทุน 153,558 ล้านบาท ซึ่งมากขึ้น 6.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รวมถึงการปรับคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจ GDP ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.3 % ในปีนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งนโยบายลดค่าใช้จ่ายประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะการลงทุนจากต่างประเทศและนักลงทุนไทย
ขณะที่ ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำ หนี้ครัวเรือนยังคงสูงกว่า 80% ของ GDP ส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยอดขายรถยนต์ เดือนเม.ย. โต 2.54% จากส่งมอบรถอีวีช่วงมอเตอร์โชว์
สำหรับ ยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ในเดือน พฤษภาคม มีจำนวนอยู่ที่ 40,907 คัน หรือคิดเป็น 70.82% ของยอดขายทั้งหมดเพิ่มขึ้น 15.04% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์สันดาปภายใน (ICE) มีจำนวนอยู่ที่ 8,435 คัน หรือคิดเป็น 14.60% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 38.74% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า (BEV) มีจำนวนอยู่ที่ 18,034 คัน หรือคิดเป็น 31.22 % ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 61.19% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวนอยู่ที่ 1,663 คัน หรือคิดเป็น 2.88% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 123.82% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) มีจำนวนอยู่ที่ 73 คัน หรือคิดเป็น 0.13% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าผสม (HEV) มีจำนวนอยู่ที่ 12,702 คัน หรือคิดเป็น 21.99% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 28.82% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
ส่วนยอดขายรถกระบะมีจำนวนอยู่ที่ 11,171 คัน เพิ่มขึ้น 0.21% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, ยอดขายรถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวนอยู่ที่ 201 เพิ่มขึ้น 133.72% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะดัดแปลง (PPV) มีจำนวนอยู่ที่ 3,164 คัน เพิ่มขึ้น 2.10% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถรถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวนอยู่ที่ 1,496 คัน เพิ่มขึ้น 26.99% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวนอยู่ที่ 35 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 782 คัน ลดลง 32.47% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
ยอดขายรถยนต์ สะสม 5 เดือน (มกราคม – พฤษภาคม) 2569 มียอดขายรวมอยู่ที่ 288,242 คัน เพิ่มขึ้น 14.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ดังนี้
รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ มีจำนวนอยู่ที่ 197,935 คัน หรือคิดเป็น 68.67% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 21.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์สันดาปภายใน (ICE) มีจำนวนอยู่ที่ 46,321 คัน หรือคิดเป็น 16.07% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 24.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า (BEV) มีจำนวนอยู่ที่ 82,143 คัน หรือคิดเป็น 28.50 % ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 83.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) มีจำนวนอยู่ที่ 4,554 คัน หรือคิดเป็น 1.58% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 2.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) มีจำนวนอยู่ที่ 781 คัน หรือคิดเป็น 0.27% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
- รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้าผสม (HEV) มีจำนวนอยู่ที่ 64,136 คัน หรือคิดเป็น 22.25% ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ เพิ่มขึ้น 23.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ส่วนยอดขายรถกระบะมีจำนวนอยู่ที่ 59,265 คัน ลดลง 5.13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะไฟฟ้า (BEV) มีจำนวนอยู่ที่ 695 คัน เพิ่มขึ้น 168.34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะ REEV มีจำนวนอยู่ที่ 12 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย, รถกระบะ HEV มีจำนวน 210 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย, รถ กระบะดัดแปลง (PPV) มีจำนวนอยู่ที่ 17,910 คัน เพิ่มขึ้น 16.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวนอยู่ที่ 7,690 คัน เพิ่มขึ้น 31.39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถบรรทุก 5 – 10 ตันไฟฟ้า (BEV) มีจำนวน 71 คัน ปีที่แล้วไม่มีจำหน่าย และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 4,454 คัน ลดลง 24.80% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า





