ครบรอบ 1 ปี ของการเปลี่ยนมือผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย (ดิสทริบิวเตอร์) ของ ดูคาติ (DUCATI) ในประเทศไทย ที่มาอยู่ในมือ บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (AAS Group) ภายใต้ชื่อ AAS Moto Corse ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาจจะถือได้ว่าเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ
Autolifethailand สัมภาษณ์พิเศษ “นิพน อิทธิพล” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด AAS Moto Corse เล่าให้ฟังว่า เป้าหมายยอดขายที่บริษัทตั้งไว้ในปี 2569 นี้ตั้งแต่ต้นปีคาดว่าจะอยู่ที่ 310 คัน โดยในช่วงครึ่งปีแรกมียอดขายไปแล้วอยู่ที่ 50 คัน โดยคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ด้วยแผนการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่อีก 2 รุ่น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สัมภาษณ์พิเศษ “อนุวัชร อินทรภูวศักดิ์” หัวเรือใหญ่ DUCATI Thailand
ทั้งนี้ ปัจจุบันศูนย์จำหน่ายและบริการ (โชว์รูม) แบบ 3S (Sale Service Sparepart) มีจำนวน 4 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ พระราม 4, พิษณุโลก, ภูเก็ต และ อุบลราชธานี ส่วนศูนย์บริการแบบ 2S (Service Sparepart) มีจำนวนอยู่ที่ 3 แห่ง ได้แก่ ลพบุรี, พัทยา และ บางแค โดยแผนในปีนี้คาดว่าจะเปิดเพิ่ม 2 แห่ง ทั้งใน กทม. และ ต่างจังหวัด
นอกจากนี้ ยังมีแผนการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ด้วยการเปิดตัว Ducati Lifestyle Shop เพื่อจำหน่ายสินค้าในกลุ่มเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการที่ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างคอมมูนิตี้ของแบรนด์ ดูคาติ อีกครั้งพร้อมเตรียมการจัดกิจกรรม DRE Riding Academy ให้เป็นสังคมของการรวมตัวการขับขี่และแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้ขับขี่ดูคาติ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : DUCATI แต่งตั้ง AAS GROUP เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายใหม่ มีผล 1 ก.ค. 68
สำหรับ แผนด้านผลิตภัณฑ์บริษัทจะมุ่งเน้นการนำเสนอความเป็นตัวตนของแบรนด์ด้วย Racing DNA เพื่อชูจุดแข็งให้ผู้บริโภคนึกถึง ซึ่งที่ผ่านมารุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Panigale ซึ่งมีสัดส่วนสูงสุดจากเดิมที่ Monster มีสัดส่วนสูงสุด ซึ่งเหตุผลหนึ่งคือเป็นช่วงปลายผลิตภัณฑ์ของ Monster ซึ่งปัจจุบันได้มีการเปิดตัว New Ducati Monster+ ซึ่งเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 5 แล้วในรุ่นโมเดลปี 2026 ด้วยการพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน (Asean Spec)
“ความนิยมของรถจักรยานยนต์กลุ่ม Naked ในช่วงที่ผ่านมาของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่ารถจักรยานยนต์ในกลุ่ม Sport อย่าง Panigale จะเป็นผลิตภัณฑ์หลัก (Main Stream) ของดูคาติ ประเทศไทย”
นิพน กล่าวว่า ปัจจุบัน ดูคาติ ประเทศไทย มีรถจักรยานยนต์ในกลุ่มต่าง ๆ ได้แก่ Sport, Naked, Cruiser, Adventure, Street รองรับความต้องการของผู้บริโภคได้ครบทุกไลน์อัพ นอกจากนั้นในปีที่ผ่านมายังได้มีการแนะนำ Ducati 450 MX รถจักรยานยนต์ในกลุ่มออฟโรด เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคอีกด้วย
ขณะที่ บริษัทมีแผนการปรับกลยุทธ์ด้านการสื่อสารในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอการสร้างคุณค่าของผลิตภัณฑ์ (Value) และความเป็นพรีเมี่ยมของแบรนด์ ซึ่งมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง รวมถึงการปรับกลยุทธ์ด้านการเปิดตัวเพื่อลดระยะเวลาการรอส่งมอบ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เปิดตัวอย่างเป็นทางการ New Ducati Monster+ ราคาเริ่ม 515,000 บาท
อีกทั้งมีการพูดคุยกับโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ดูคาติเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับประเทศไทย (Thailand Spec) ซึ่งยังไม่มีข้อสรุปในรายละเอียด โดยแนวคิดคือผลิตภัณฑ์จะต้องมีความเหมาะสมกับผู้ใช้งานชาวไทยและราคาที่จับต้องง่าย
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) 600 ซีซี. ขึ้นไป ในประเทศไทยปี 2569 คาดว่าจะมีอัตราเติบโตขึ้น 4-5% จากปี 2568 ที่อยู่ที่ราว 12,000 คัน จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของผู้เล่นในตลาด







