slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารยอดขายรถยนต์ เดือนเม.ย. โต 2.54% จากส่งมอบรถอีวีช่วงมอเตอร์โชว์

ยอดขายรถยนต์ เดือนเม.ย. โต 2.54% จากส่งมอบรถอีวีช่วงมอเตอร์โชว์

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (...) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ ในประเทศไทยเดือนเมษายน 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 48,394 คัน เพิ่มขึ้น 2.54% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่จองมากกว่าครึ่งของยอดจองรวมในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Motor Show 2026) เมื่อปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน จากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นมากจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซรวมทั้งการออกรถรุ่นใหม่

ทั้งนี้ ยอดขายรถกระบะยังคงขายลดลง 9.7% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมาเพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินจากเศรษฐกิจและดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในประเทศที่เติบโตในอัตราต่ำการลงทุนและการจ้างงานยังน่ากังวลส่งผลให้อำนาจซื้อของประชาชนอ่อนแอเศรษฐกิจโลกยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งระหว่างประเทศและสงครามการค้า

นอกจากนั้น จากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาส 1/2569 ที่ 2.8% และการลงทุนที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอนุมัติโครงการต่าง ๆ ไปอาจช่วยสร้างงานสร้างเศรษฐกิจของประเทศเติบโตในอัตราสูงขึ้นหากได้ลงทุนในปีนี้ รวมทั้งการกู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาลที่จะลดการนำเข้าพลังงานและเพิ่มการลงทุนที่จะเพิ่มการจ้างงานในประเทศไทยด้วย ปัจจัยลบที่น่ากังวลมากคือ การขอปรับราคาขึ้นของชิ้นส่วนต่างๆ โดยอ้างสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งจะซ้ำเติมต่อยอดขายและยอดผลิตรถยนต์ให้ลดลงด้วย จึงใคร่ขอให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์ไว้ในภาวะที่กำลังซื้อยังอ่อนแอไประยะหนึ่ง

ยอดขายรถยนต์

สำหรับ ยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์มีจำนวน 33,654 คัน เท่ากับ 69.54% ของยอดขายทั้งหมดมีดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์สันดาปภายใน (ICE) อยู่ที่ 7,109 คัน เท่ากับ 14.69% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 35.18% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า (BEV) อยู่ที่ 13,882 คัน เท่ากับ 28.69% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 27.35% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อยู่ที่ 1,023 คัน เท่ากับ 2.11% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 5.54% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) อยู่ที่ 436 คัน เท่ากับ 0.90% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริด (HEV) อยู่ที่ 11,204 คัน เท่ากับ 23.15% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 41.75% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า

ด้าน ยอดขายรถกระบะมีจำนวนอยู่ที่ 9,831 คัน ลดลง 10.11% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถกระบะดัดแปลง (PPV) มีจำนวนอยู่ที่ 2,619 คัน ลดลง 16.57% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวนอยู่ที่ 1,401 คัน เพิ่มขึ้น 29.01% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า และรถประเภทอื่น ๆ มีจำนวนอยู่ที่ 757 คัน ลดลง 30.93% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ สะสม 4 เดือน (มกราคมเมษายน) ของปี 2569 มียอดขายอยู่ที่ 230,477 คัน เพิ่มขึ้น 15.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สำหรับ ยอดขายสะสมรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์มีจำนวน 157,099 คัน เท่ากับ 68.16% ของยอดขายทั้งหมด มีดังนี้

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์สันดาปภายใน (ICE) อยู่ที่ 37,957 คัน เท่ากับ 16.47% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 21.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฟฟ้า (BEV) อยู่ที่ 64,109 คัน เท่ากับ 27.82% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 90.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อยู่ที่ 2,891 คัน เท่ากับ 1.25% ของยอดขายทั้งหมด ลดลง 18.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ REEV (Range-Extended Electric Vehicle) อยู่ที่ 708 คัน เท่ากับ 0.31% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้น 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ไฮบริด (HEV) อยู่ที่ 51,434 คัน เท่ากับ 22.32% ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์อเนกประสงค์ เพิ่มขึ้น 24.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ยอดขายรถกระบะสะสมมีจำนวนอยู่ที่ 48,324 คัน ลดลง 5.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รถกระบะดัดแปลง (PPV) มีจำนวนสะสมอยู่ที่ 14,746 คัน เพิ่มขึ้น 16.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า, รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวนสะสมอยู่ที่ 6,123 คัน เพิ่มขึ้น 30.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และรถประเภทอื่น ๆ มีจำนวนสะสมอยู่ที่ 3,707 คัน ลดลง 22.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News