slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารข่าวรถยนต์Nissan ประกาศแผนกลยุทธ์ระยะยาว ‘Mobility Intelligence for Everyday Life’

Nissan ประกาศแผนกลยุทธ์ระยะยาว ‘Mobility Intelligence for Everyday Life’

Nissan ประกาศแผนกลยุทธ์ระยะยาว ‘Mobility Intelligence for Everyday Life’ เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 ซึ่งมีเนื้อหาใจความครอบคลุมทั้งแนวทางการดำเนินธุรกิจ, ผลิตภัณฑ์, เทคโนโลยี และ แผนการทำตลาด เริ่มต้นกับเรื่องเทคโนโลยีก่อนซึ่ง Nissan จะนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI มาใช้นำการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมไปถึงขุมพลังพ่วงระบบไฟฟ้าและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง โดยตั้งเป้าว่า 90% ของ Nissan ในอนาคตจะมีเทคโนโลยี Nissan AI Drive

รุ่นที่จะประเดิมเทคโนโลยีใหม่คือ Nissan Elgrand รุ่นใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดตัวในปีนี้ โดยจะมาพร้อมกับ ProPILOT เจนเนอเรชั่นล่าสุด ส่วนขุมพลังพ่วงระบบไฟฟ้าอย่าง e-POWER จะยังคงอยู่เพื่อเป็นสะพานเชื่อม ให้ผู้ขับขี่ได้ก้าวสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ทั้งจะมีการเพิ่มขุมพลัง Hybrid, PHEV และ EREV รุ่นใหม่ โดยจะครอบคลุมถึงรถยนต์แบบ Body-On-Frame ผ่านความร่วมมือของบริษัทคู่ค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั่วโลก

ทิศทางของผลิตภัณฑ์ในอนาคต Nissan จะลดจำนวนรุ่นรถยนต์ทั่วโลกลงจาก 56 เหลือ 45 รุ่น โดยตัดรุ่นที่ขายไม่ดีออก เพื่อนำงบไปพัฒนาในรุ่นที่กำลังเติบโตแทน พร้อมขยายทางเลือกขุมพลังในแต่ละรุ่น ช่วยให้มีตัวเลือกมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มยอดขายต่อไป นอกจากนั้น Nissan จะวางกลยุทธ์การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย Heartbeat รุ่นที่สร้างความเร้าใจผ่านคุณค่า – นวัตกรรม, Core รุ่นที่เน้นความเติบโตของธุรกิจ, Growth รุ่นที่ตอบโจทย์ตลาดที่กำลังเติบโต และ Partner รุ่นที่เกิดจากความร่วมมือ เพื่อให้เห็นภาพ Nissan ได้เผย Teaser สี่รถยนต์รุ่นใหม่ที่แบ่งออกตามประเภทนี้ ประกอบไปด้วย

  • X-Trail / Rogue Hybrid e-POWER รุ่น Core สำหรับตลาดโลก พร้อมขุมพลังเอกสิทธิ์ของ Nissan
  • Juke EV รุ่น Core สำหรับตลาดยุโรป ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ขุมพลังพ่วงระบบไฟฟ้าและลูกเล่นอัจฉริยะ
  • Xterra รุ่น Heartbeat สำหรับตลาดสหรัฐฯ มาพร้อมโครงสร้าง body-on-frame ปลุกเร้าจิตวิญญาณของการผจญภัย
  • Skyline รุ่น Heartbeat สำหรับตลาดญี่ปุ่น รถยนต์เพื่อนักขับ แม่นยำและเน้นสมรรถนะ

ส่วนแบรนด์หรูอย่าง Infiniti ยังคงอยู่ โดยมีแผนเปิดตัวรุ่นใหม่อย่าง QX65 รุ่นปี 2027 ทั้งจะยังมีอีกสี่รุ่นใหม่อย่าง Mid-size Hybrid SUV, Sedan เน้นสมรรถนะขุมพลัง V6 และ SUV พื้นฐาน Body-on-frame ขุมพลัง Hybrid อีก 2 รุ่น สำหรับแนวทางการพัฒนารถยนต์ Nissan จะเปลี่ยนจากเน้นไปที่แต่ละรุ่น ไปเน้นที่ platform แทน โดยจะเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สามกลุ่ม ซึ่งครอบคลุมตลาดโลกกว่า 80% ช่วยร่นระยะเวลาการพัฒนาลงได้ 30% นำไปสู่การส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมแข่งขัน เข้าสู่ตลาดได้ไวขึ้น ปิดท้ายด้วยแนวทางการทำตลาดในแต่ละประเทศ Nissan จะใช้สามตลาดหลักนำธุรกิจโลก ซึ่งแต่ละตลาดมีเนื้อหาโดยสังเขปดังนี้

  • ญี่ปุ่น แหล่งกำเนิดเทคโนโลยีขั้นสูงรวมถึง ProPILOT รุ่นถัดไป และตั้งแต่ปี 2028 จะเน้นเปิดตัวรถยนต์ขนาดเล็กเพิ่ม พร้อมตั้งเป้ามียอดขายปีละ 550,000 คัน ในปีงบประมาณ 2030 และเน้นสร้างส่วนร่วมกับลูกค้าที่มีอายุน้อยลงให้มากขึ้น
  • สหรัฐฯ ตั้งเป้ากลับไปมียอดขายปีละ 1,000,000 คัน ในปีงบประมาณ 2030 โดยเน้นไปที่การเจาะตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ผ่าน Rogue Hybrid e‑POWER, SUV พื้นฐาน Body-on-frame ขุมพลัง Hybrid และ Xterra ขุมพลัง V6 / V6 Hybrid ตัวใหม่ ทั้งยังเน้นการผลิตภายในประเทศ
  • จีน เน้นไปที่ความไว, ประหยัดต้นทุน และ ส่งออกทั่วโลก พร้อมเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม NEV ทั้งยังมีเป้ายอดขายปีละ 1,000,000 คัน ในปีงบประมาณ 2030 โดยมีการส่งออกเป็นเสาหลัก ผ่านการส่งออก N7 ไปยังละตินอเมริกา – อาเซียน และ Frontier Pro ไปยังละตินอเมริกา – อาเซียน – ตะวันออกกลาง

ที่มา: Nissan

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News