ประเด็นคำถามที่ค้างคาใจสำหรับผู้ที่ติดตามข่าวสารของ วอลโว่ กรณีตรวจพบปัญหาความร้อนแบตเตอรี่เมื่อชาร์จไฟฟ้าในระดับสูงของ Volvo EX30 ที่เกิดขึ้นหลากหลายประเด็นทั้งในแง่ต่าง ๆ ทั้ง ระยะเวลาการจัดการปัญหา, เปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่แล้วจะเป็นอย่างไร, ขั้นตอนการเปลี่ยนมีมาตรฐานขนาดไหน บทความนี้ Autolifethailand นำเสนอข้อมูลเชิงเทคนิคถึงปัญหาดังกล่าวและกระบวนการจัดการของ วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย)
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘คริส เวลส์’ ผู้บริหารวอลโว่ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก หลังเกิดปัญหา Volvo EX30
ทำไม วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ถึงใช้เวลาการแก้ไขปัญหานาน ?
วอลโว่ ชี้แจงว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจากบริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ Sunwoda ที่ตรวจพบปัญหาความผิดปกติในกระบวนการผลิต โดยช่องว่างระหว่างแผ่นธาตุภายในเซลล์แบตเตอรี่ที่ค่า N:P Ratio ไม่ตรงตามมาตรฐาน ทำให้เกิดการลัดวงจรและ Thermal Runaway ในช่วงปลายปี 2568 จากนั้นได้เริ่มกระบวนการแก้ไขปัญหาของผู้ผลิตแบตเตอรี่และทำการเริ่มผลิตโมดูลแบตเตอรี่เพื่อเปลี่ยนให้กับ Volvo EX30 รุ่นปี 2024–2026 เฉพาะรุ่น Single Motor Extended Range และ Twin Motor Performance บางคัน ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นเฉพาะกับบางคันเท่านั้น
นอกจากนั้น ความล่าช้าของการแก้ไขปัญหาอยู่ที่ปริมาณการผลิตในจำนวนจำกัดในช่วงแรก รวมถึงปัญหาการขนส่งโมดลแบตเตอรี่ที่ไม่สามารถขนส่งได้ทางเครื่องบินซึ่งจะต้องขนส่งทางเรือเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ความสามารถในการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ใช้เวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมง/คัน หรือเปลี่ยนได้ 1 คัน/วัน/โชว์รูม โดยต่อมาได้มีการเพิ่มศักยภาพการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่โดยใช้สถานที่ Volvo Thailand Distribution & Training Center บางนา กม. 23 พร้อมระดมบุคคลากรผู้เชี่ยวชาญและปรับขั้นตอนกระบวนการโดยแบ่งเป็น Station การจัดการคล้ายกับไลน์ผลิตในโรงงานประกอบรถยนต์ ทำให้ความสามารถในการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ที่ Volvo Thailand Distribution & Training Center เพิ่มขึ้นเป็น 15 คัน/วัน
โมดูลแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนใน Volvo EX30 ในประเทศไทย เชื่อมั่นได้หรือไม่?
สำหรับ โมดูลแบตเตอรี่ที่นำมาเปลี่ยนทดแทนนั้นผ่านการทดสอบความปลอดภัยในประเทศไทยตามข้อกำหนดมาตรฐาน UNECE R100 เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลที่ควบคุมดูแลด้านการออกแบบและประสิทธิภาพที่ปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า โดยผลการทดสอบนี้ได้รับการรับรองจาก สถาบันยานยนต์ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามที่หน่วยงานภาครัฐของไทยกำหนด นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังได้รับการทดสอบทุก 6 เดือน ณ ห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยในประเทศเยอรมนี เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ UNECE ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานของเรา
พร้อมกันนี้ บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรี่ Sunwoda ได้เพิ่มขั้นตอนการตรวจสอบในไลน์ผลิตด้วยการเอ็กซ์เรย์ (X-Ray) เพื่อดูค่า N:P ratio และการเคลื่อนที่ของอนุภาคภายในเซลล์แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นสุดท้ายก่อนส่งออกจากโรงงาน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปไทม์ไลน์กรณีปัญหา Volvo EX30 ในไทยแบรนด์ทำอะไรบ้าง ?
ทำไมต้องกำหนดการชาร์จไฟฟ้าไม่เกิน 70% เพื่อความปลอดภัย (ชั่วคราวระหว่างรอการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่) ?
การประกาศขอความร่วมมือของ วอลโว่ ให้ลูกค้าผู้ใช้งาน Volvo EX30 จำกัดการชาร์จที่ไม่เกิน 70% เพื่อความปลอดภัยและยังคงสามารถใช้งานรถยนต์คันดังกล่าวได้อยู่ขณะรอเข้ารับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ซึ่งขีดเส้นใต้ย้ำให้ชัดว่า “เป็นมาตรการความปลอดภัยชั่วคราวระหว่างรอรับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ไม่ใช่การกำหนดให้ชาร์จไฟฟ้าในระดับดังกล่าวแบบถาวรแต่อย่างใด”
ทั้งนี้ มาตรการความปลอดภัยในการกำหนดการชาร์จเมื่อพบปัญหา ถือเป็นมาตรฐานสากลสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก โดยทั่วไปแบรนด์กำหนดที่ไม่เกิน 80% แต่ วอลโว่ ได้เพิ่มความเข้มข้นในความปลอดภัยด้วยการกำหนดการชาร์จไฟฟ้าไม่เกิน 70% ซึ่งจากการเก้บข้อมุลของ วอลโว่ ระบุว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับผู้ได้รับบาดเจ็บจากปัญหานี้จากที่ใดในโลก และไม่มีรายงานอุบัติการณ์ใด ๆ เกี่ยวกับรถยนต์ที่ชาร์จไฟต่ำกว่า 70% ทั้งนี้เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน โปรดควบคุมระดับการชาร์จไฟของรถยนต์คันที่ได้รับผลกระทบให้อยู่ต่ำกว่าระดับดังกล่าวจนกว่าการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่จะแล้วเสร็จ
เปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่แล้วสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ตามปกติที่ 100% หรือไม่ ?
ถนอมศักดิ์ สันทนาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และบริการหลังการขาย บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูลว่า วอลโว่ ยืนยันเมื่อเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่แล้วลูกค้าผู้ใช้งานจะสามารถชาร์จไฟฟ้าได้ในระดับปกติที่เต็ม 100% โดยจะไม่เกิดปัญหาความร้อนแบตเตอรี่เมื่อชาร์จไฟฟ้าในระดับสูงอีก
ขณะที่ แบตเตอรี่ทั้งชิดแบบ Lithium Iron Phosphate Battery (LFP) และ Lithium Nickel Manganese Cobalt Oxide Battery (NMC) หากต้องการยืดอายุการใช้งานและรักษาความทนทานของแบตเตอรี่ ลักษณะการใช้งานเป็นประจำและมีการชาร์จบ่อย ควรชาร์จในระดับ 80-85% ส่วนหากมีความจำเป็นจำต้องเดินทางไกล สามารถชาร์จในระดับ 100% ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแค่ละคน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปประเด็น สคบ. เรียก วอลโว่ เข้าชี้แจงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ Volvo EX30
ค่าสุขภาพของแบตเตอรี่ หรือ State of Health (SOH) จะเป็นอย่างไรหลังจากเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ ?
วอลโว่ ชี้แจงในประเด็น ค่าสุขภาพของแบตเตอรี่ หรือ State of Health (SOH) เมื่อเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ใหม่ทั้งหมดแล้ว จะยังคงเป็นค่าเดิมเช่นเดียวกับก่อนการเปลี่ยน เนื่องจากไม่มีการเปลี่ยน Battery Energy Control Module (BECM) ซึ่งมีหน้าที่เหมือนมาตรวัดระยะทางรวม Odometer (ODO) ในรถยนต์สันดาบภายใน เพราะชิ้นส่วนดังกล่าวนี้ไม่ได้พบปัญหาข้อบกพร่อง และไม่สามารถ Factory Reset
ยกตัวอย่างเช่น ก่อนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ค่า SOH ของรถคือ 87% หมายความว่าก่อนจะเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่จะชาร์จเต็มความจุดได้ตามค่าแบตเตอรี่ที่ลดลงจาก 100% เหลือ 87% แต่พอหลังจากเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ไปแล้ว ค่า SOH ที่แสดงแม้ว่าจะโชว์ที่ 87% แต่โมดูลแบตเตอรี่ใหม่ที่เปลี่ยนไปนั้นจะใช้ได้เต็มประสิทธิภาพของใหม่นั่นคือ 100% และสามารถใช้งานระยะทางวิ่งต่อการชาร์จได้เต็มเหมือนใหม่
ขั้นตอนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่เป็นอย่างไร ?
การเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่จะมีการเปลี่ยนทั้งหมด 3 โมดูล โดย แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ 2 โมดูล และ ขนาดเล็ก 1 โมดูล มีน้ำหนักรวมทั้งหมด 390 กิโลกรัม
- ขั้นตอนที่ 1 : หลังถ่ายประจุไฟออกจากแบตเตอรี่ให้หมดแล้วจะมีการตัดวงจรไฟฟ้าแรงดันสูง และคล้องกุญแจล็อคเพื่อป้องกันความผิดพลาดขณะทำงาน
- ขั้นตอนที่ 2 : ตรวจสอบการรั่วไหลและความเป้นฉนวนทางไฟฟ้า
- ขั้นตอนที่ 3 : เปิดฝาแบตเตอรี่ ซึ่งแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้เป็นแบบปิดด้วยซีลยางโดยรอบ
- ขั้นตอนที่ 4 : ถอดสะพานไฟ (Busbar) และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง
- ขั้นตอนที่ 5 : ปลดสายควบคุม Battery Energy Control Module (BECM)
- ขั้นตอนที่ 6 : ปลดฟิวส์และสะพานไฟออก พร้อมนำกล่องควบคุม BDU และสะพานไฟออก
- ขั้นตอนที่ 7 : ไล่น้ำหล่อเย็นในตัวแบตเตอรี่ จากนั้นถอดข้อต่อน้ำหล่อเย็นออก
- ขั้นตอนที่ 8 : ยกโมดูลแบตเตอรี่เก่าออกและใส่โมดูลแบตเตอรี่ใหม่เข้าไป
- ขั้นตอนที่ 9 : เช็ครั่วระบบน้ำก่อนปิดฝาแบตเตอรี่กลับ พร้อมเช็คซีลยางให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
- ขั้นตอนที่ 10 : หลังจากปิดฝาจะมีการเช็ครั่วของชุดแพคแบตเตอรี่โดยใช้แรงดันและระยะเวลาที่กำหนด
- ขั้นตอนที่ 11 : ใช้เครื่องมือพิเศษอัดแรงดันเข้ากระบอกน้ำเพื่อเช็คระบบน้ำรั่วทั้งระบบ หลังจากนั้นเติมน้ำหล่อเย็นและการควบคุมการไล่อากาศผ่าน VIDA
- ขั้นตอนที่ 12 : ตรวจสอบการรั่วไหลและความเป็นฉนวนทางไฟฟ้าของรถยนต์ทั้งระบบ (System Isolation Check)
เมื่อกระบวนการแล้วเสร็จในทุกขั้นตอนและมีการติดตั้งกลับไปที่ตัวรถ จะมีการนำไปทดสอบความผิดปกติทั้งเสียง และ อัตราเร่ง รวมถึงอาการต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับปกติ จากนั้นจะมีการล้างรถและชาร์จไฟฟ้าเข้าสู่ตัวรถในระดับ 100% สำหรับในระหว่างการชาร์จ วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ได้เพิ่มขั้นตอนพิเศษเพิ่มเติมในการใช้กล้องตรวจจับความร้อน (Thermal Camera) ตรวจสอบความร้อนขณะชาร์จไฟฟ้าในทุกจุดของตัวรถ ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้าผู้ใช้งาน











