นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ได้ปรับประมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยปี 2569 ลงเหลือ 1.45 ล้านคัน จากต้นปีประมาณการไว้อยู่ที่ 1.5 ล้านคัน หรือลดลง 50,000 คัน โดยเป็นการปรับลดประมาณการการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 9.5 แสนคัน ลดลงเหลือ 9 แสนคัน ขณะที่ยังคงประมาณการการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไว้ที่ 5.5 แสนคัน
การปรับประมาณการการผลิตมีปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออก ดังนี้
- สงครามในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนและมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยปริมาณการส่งออกรถยนต์ไปยังตะวันออกกลางในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ลดลง 38.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง
- มาตรการกีดกันการค้าและภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกายังคงดำเนินต่อไป โดยส่งผลต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
- การเข้ามาทำตลาดของรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ส่งผลต่อการแข่งขันกับรถยนต์จากประเทศไทยในการส่งออกไปภูมิภาคต่างๆ ทั้ง อาเซียน ออสเตรเลียและโอเชียเนีย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ
- เกณฑ์การปล่อยมลพิษจากรถยนต์ของประเทศคู่ค้าเริ่มมีความเข้มงวดเพิ่มมากขึ้น
ขณะที่ ส.อ.ท. ได้ปรับประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยปี 2569 เพิ่มขึ้นจากเดิม 2 ล้านคัน เป็น 2.05 ล้านคัน โดยเป็นการปรับประมาณการการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มเป็น 1.65 ล้านคัน จากต้นปีประมาณการไว้อยู่ที่ 1.6 ล้านคัน หรือเพิ่มขึ้น 50,000 คัน ขณะที่ยังคงประมาณการผลิตเพื่อส่งออกไว้ที่ 4 แสนคัน
การปรับเพิ่มประมาณการผลิตรถจักรยานยนต์มีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ดังนี้
- การผลิตเพื่อส่งออกยังคงเป้าเดิมที่ 4 แสนคัน เนื่องจากตลาดรถจักรยานยนต์ที่ประเทศไทยส่งออกไป มีการส่งไปในหลายภูมิภาคทั่วโลก จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากสภาวะสงคราม ในปัจจุบันยังคงมียอดการสั่งซื้อตามแผน
- การผลิตเพื่อขายในประเทศปรับขึ้น จาก 1.6 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน (ประมาณการขายตลาดรวมในประเทศอยู่ที่ 1.75 ล้านคัน) โดยได้ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ “ไทยช่วยไทย พลัส” ทำให้มีการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถจักรยานยนต์ และการเกิดไฟแนนซ์ ขนาดเล็กใหม่ๆ (Microfinance) ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ดีขึ้น
สำหรับ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเดือน มิถุนายน 2569 มีการผลิตรวมยู่ที่ 120,391 คัน ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยลดลงเพราะผลิตเพื่อส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะลดลง 50.11% และ 8.07% ตามลำดับ จากการส่งออกไปตะวันออกกลางลดลงไป 7,727 คัน หรือคิดเป็น 38.35% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า รวมถึงการผลิตรถกระบะเพื่อขายในประเทศลดลง 17.04% ส่งผลให้ยอดผลิตรวมลดลง 7.55% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
ขณะที่ การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยสะสม 6 เดือน (มกราคม – มิถุนายน) ของปี 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 717,212 คัน ลดลง 1.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แบ่งเป็น การผลิตรถยนต์นั่ง อยู่ที่ 252,371 คัน หรือคิดเป็น 35.19% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 4.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วน การผลิตรถกระบะ อยู่ที่ 456,157 คัน หรือคิดเป็น 63.60% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 0.10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
นอกจากนั้น การผลิตเพื่อการส่งออกสะสม 6 เดือน (มกราคม – มิถุนายน) ของปี 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 449,161 คัน หรือคิดเป็น 62.63% ของยอดการผลิตทั้งหมด ลดลง 5.44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศสะสม 6 เดือน มีจำนวนอยู่ที่ 268,051 คัน หรือคิดเป็น 37.37% ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้น 7.35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ขณะเดียวกัน การผลิตรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยสะสม 6 เดือน (มกราคม – มิถุนายน) ของปี 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 1,261,349 คัน ลดลง 0.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยแบ่งเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 1,020,194 คัน ลดลง 2.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 241,155 คัน เพิ่มขึ้น 5.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า





