อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย (XPENG) เปิดเผยว่า ยอดขาย 6 เดือน (มกราคม–มิถุนายน) ของปี 2569 บริษัทมียอดขายอยู่ที่มากกว่า 3,700 คัน หรือเทียบเท่ากับยอดขายทั้งปีของปีก่อนหน้า โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายทั้งปีไว้อยู่ที่เติบโต 2 เท่าจากปีก่อน ส่วนแผนการขยายบริการหลังการขายและการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการในปี 2569 บริษัทมีแผนการขยายเพิ่มอีก 10 แห่ง จากปัจจุบันอยู่ที่ 20 แห่ง จะเพิ่มเป็น 30 แห่งภายในปีนี้
ขณะที่ ล่าสุด เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ได้ลงนามร่วมกับ ทีวีเอส ซีเอสซี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ ในการเพิ่มศักยภาพคลังอะไหล่และระบบบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในด้านการบริการหลังการขายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภครวมถึงรองรับการดูแลรถยนต์รุ่นปัจจุบันและรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะมีการเปิดตัวในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

วิวัฒน์ กิจเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเข้ารับบริการของ เอ็กซ์เผิง เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับปริมาณการขายมากกว่า 1 เท่าตัว ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทจึงได้ขยายพื้นที่คลังอะไหล่ขึ้น 3 เท่า จากเดิมมีพื้นที่อยู่ที่ 1,000 ตร.ม. เป็น 3,000 ตร.ม. พร้อมเพิ่มการจัดเก็บอะไหล่จาก 2,000 รายการ เป็น 6,000 รายการ เพื่อลดระยะเวลาการรออะไหล่ในการซ่อม
นอกจากนั้น ยังได้มีการปรับเปลี่ยนกระบวนการตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ (PDI) สำหรับรถยนต์ที่นำเข้ามาจากประเทศจีน จากเดิมที่รถยนต์ทุกคันเมื่อมาถึง ท่าเรือแหลมฉบัง ประเทศไทย รถยนต์ทุกคันจะต้องส่งมาตรวจสอบคุณภาพที่ เอ็กซ์เผิง สำนักงานใหญ่ ถ.รามคำแหง โดยเปลี่ยนเป็นให้บริษัทที่ได้รับการรับรองโดย เอ็กซ์เผิง เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบรถยนต์ทุกคัน รวมถึงเป็นผู้บริหารจัดการการส่งรถยนต์ไปถึงผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการเพิ่มปริมาณการตรวจสอบคุณภาพและส่งรถยนต์ได้เพิ่มขึ้นเป็น 200 คัน/วัน
“การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาโดยเฉพาะการขนส่งที่เดิมจะต้องส่งรถยนต์จากท่าเรือมาถึงสำนักงานใหญ่ก่อนที่จะส่งไปที่ดีลเลอร์ เป็นจากท่าเรือส่งตรงไปที่ดีลเลอร์ได้เลย ช่วยลดเวลาจาก 2 สัปดาห์ เหลือ 1 สัปดาห์”

ทั้งนี้ ระยะเวลาการรออะไหล่และระยะเวลาการส่งมอบ ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญเมื่อตัดสินใจซื้อรถยนต์ ดังนี้นโจทย์คือจะทำอย่างไรให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์ของบริษัทจึงต้องมีการเพิ่มศักยภาพด้านบริการหลังการขายในส่วนดังกล่าว
สำหรับที่ผ่านมาบริษัทได้มีการเปิดศูนย์ซ่อมตัวถังและสี MMS Body and Paint โดยใช้เงินลงทุนราว 20 ล้านบาท ในกรุงเทพฯ และมีแผนที่จะขยายไปยังหัวเมืองใหญ่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ขณะเดียวกันบริษัทยังมองโอกาสการขยายศูนย์ซ่อมตัวถังและสีในต่างจังหวัดให้ครอบคลุม ด้วยการให้การรับรองศูนย์ซ่อมตัวถังและสีในแต่ละจังหวัดที่เป็นไปตามมาตรฐานของ XPENG ครอบคลุมทุกจังหวัดภายในสิ้นปีนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : XPENG แต่งตั้ง ‘MMS Body and Paint’ เป็นศูนย์ซ่อมสีและตัวถังแห่งแรก
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ทำงานร่วมกับบริษัทแม่อย่างใกล้ชิดในการจัดหาอะไหล่ทดแทนบางรายการเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าและทำให้ราคาอะไหล่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยปัจจุบันได้รับการอนุมัติจากบริษัทแม่ประเทศจีนแล้วสำหรับอะไหล่ทดแทน 2 รายการ ได้แก่ แบตเตอรี่ 12V และ ยางรถยนต์ โดยจะต้องเข้ามารับบริการเปลี่ยนที่ศูนย์บริการของเอ็กซ์เผิง
“สำหรับการเพิ่มศักยภาพด้านบริการหลังการขายนั้นจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ของบริการหลังกาขายเพิ่มขึ้นจาก 5% เป็น 10% ในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการลงทุนขยาย 1 เท่าตัว และการเติบโตของยอดขายที่บริษัทตั้งเป้าไว้ในปีนี้”
นับตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมา อัตราการจัดเก็บอะไหล่และส่งอะไหล่ของบริษัทเฉลี่ยอยู่ที่ราว 70-80% แต่นับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา มีสัดส่วนการจัดเก็บอะไหล่และส่งอะไหล่เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 90% นับตั้งแต่ต้นปี จนถึงปัจจุบันอยู่ที่ 96% ในเดือนมิถุนายน 2569








