คร่ำวอดในวงการยานยนต์มานานกว่า 30 ปี ในฐานะกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ (ดีลเลอร์ กรุ๊ป) รายใหญ่ของแบรนด์ ฮอนด้า (Honda) ที่รู้จักกันในนาม ‘ฮอนด้า พระราม 3′ ซึ่งมีศูนย์จำหน่ายและบริการ (โชว์รูม) จำนวน 6 แห่ง ก่อนที่จะขยายธุรกิจด้านยานยนต์อย่างต่อเนื่องภายใต้บริษัท ‘พระราม 3 กรุ๊ป โฮลดิ้ง’
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พระราม 3 กรุ๊ป โฮลดิ้ง ได้ดำเนินการขยายระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ด้านยานยนต์อย่างต่อเนื่อง โดยมีธุรกิจภายใต้การดำเนินงานของบริษัทได้แก่
- ธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ HONDA ภายใต้ชื่อ : ฮอนด้า พระราม 3
- ธุรกิจรถยนต์มือสอง ภายใต้ชื่อ : CAR-X
- ธุรกิจรถเช่า ภายใต้ชื่อ : CHIC Car Rent
- ธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงและดูแลรถยนต์ ภายใต้ชื่อ : OK Garage
- ธุรกิจนายหน้าประกันภัย ภายใต้ชื่อ : พระราม 3 กรุ๊ป อินชัวรันส์
Autolifethailand ได้สัมภาษณ์พิเศษ ‘เกียรติ ตั้งตรงศักดิ์’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท พระราม 3 กรุ๊ป ฮอนด้า ออโตโมบิล จำกัด โดยระบุว่า ในยุคที่ภูมิทัศน์ทางธุรกิจ (Business Landscape) ของอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มเปลี่ยนแปลงไป ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้บริษัทมองหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ตามทิศทางกระแาโลกมุ่งไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า บริษัทจึงได้ขยายธุรกิจ ด้วยการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า 2 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์ GWM ในนาม GWM Motor Mall พระราม 2 ซึ่งดำเนินธุรกิจมาแล้ว 4 ปี และ แบรนด์ฉางอัน (Deepal) ในนาม R3 EViq รามอินทรา ซึ่งดำเนินธุรกิจมาแล้ว 2 ปี
กระทั่งล่าสุด พระราม 3 โฮลดิ้ง กรุ๊ป จึงได้ปรับภาพลักษณ์องค์กร (Rebrand) ไปสู่การดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ R3 Autosphere เพื่อสร้างความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจที่ไม่เพียงเฉพาะการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เพียงอย่างเดียว รวมถึงไม่เป็นเพียงการเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์เดียวเท่านั้น แต่บริษัทมุ่งมั่นในการแสดงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ในหลากหลายมิติทั้งธุรกิจรถยนต์หลากหลายแบรนด์ (Multi-Brand) และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับยานยนต์ เพื่อความชัดเจนในแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทหลังจากนี้
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าการดำเนินธุรกิจยานยนต์ครบวงจร (Automotive Ecosystem) พร้อมการนำนวัตกรรมและการบริการพิเศษมานำเสนอยกระดับมาตรฐานธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม พร้อมขยายฐานลูกค้ากลุ่ม Young Generation พร้อมยกระดับบริการหลังการขายด้วยการสร้าง Value Added เพื่อเปลี่ยนจากความพึงพอใจสู่ความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน โดยได้มีการกำหนดกลยุทธ์หลักไว้ดังนี้
- ฟื้นฟูการรับรู้แบรนด์
- สร้างภาพจำใหม่อย่างชัดเจน
- เข้าถึงลูกค้าอย่างมีกลยุทธ์ด้วยแนวทางที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย
- สื่อสารองค์กรอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
- สร้างความสัมพันธ์ข้ามเจเนอเรชั่น
- สร้างคุณค่าทางอารมณ์ของแบรนด์
- สร้างความยั่งยืนในการให้บริการลูกค้า
“ที่ผ่านมา ‘พระราม3 กรุ๊ป โฮลดิ้ง‘ ได้รับความไว้วางใจและการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะแบรนด์ที่มั่นคงและคุ้นเคย อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายใหม่และสะท้อนทิศทางในอนาคตขององค์กร บริษัทได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการเติมเต็มภาพลักษณ์ด้วยพลังแห่งนวัตกรรม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสู่ ‘R3 Autosphere’ ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การละทิ้งรากฐานเดิม แต่เป็นการนำความเชี่ยวชาญที่มีมาตลอด บรรจุลงในรูปลักษณ์ใหม่ที่ร่วมสมัย เพื่อตอบสนองทุกความต้องการในยุคปัจจุบัน”
ขณะที่ หลังจากนี้บริษัทพร้อมเปิดรับทุกโอกาสทางธุรกิจเพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น ทั้งในกลุ่มรถเช่า, ศูนย์ซ่อมบำรุงและดูแลรถยนต์ รวมถึงผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ เป็นต้น โดยใน 3-5 ปี จากนี้ จะมุ่งสร้างคอมมูนิตี้ยานยนต์ครบวงจร โดยมีแผนการลงทุนอย่างน้อย 100 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงและดูแลรถยนต์รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง สำหรับรถยนต์มัลติแบรนด์ โดยใช้ฐานลูกค้าของบริษัทตลอดระยะเวลา 30 ปี ที่มีจำนวนกว่า 150,000 ราย เป็นพื้นฐานการต่อยอดของโอกาสทางธุรกิจ นอกจากนั้น ธุรกิจรถเช่าจะมีการขยายปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มแบรนด์รถยนต์ใหม่ในฐานะผู้แทนจำหน่ายเข้าสู่พอร์ตของบริษัท
สำหรับ ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ราว 10,000 ล้านบาท โดยมองว่าในปี 2569 ‘R3 Autosphere’ จะเติบโตขึ้นอย่างน้อย 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการตอบรับที่ดีของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์แบรนด์จีนส่งผลดีต่อการขายรถยนต์ใหม่รวมถึงรายได้จากบริการหลังการขายเติบโต
อย่างไรก็ตาม มุมมองในการทำธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ในภาวะของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปมีความท้าทายอย่างไรของ ‘เกียรติ’ เล่าให้ฟังว่า ธุรกิจดีเลอร์รถยนต์ยังมีความคุ้มค่าและโอกาสทางธุรกิจอยู่แต่ในเวลานี้อาจจะต้องเลือกแบรนด์ให้ถูกต้อง ซึ่งแม้ว่าวันนี้จะยากขึ้นในการดำเนินธุรกิจแต่ก็ยังมีโอกาสอยู่ซึ่งต้องมองภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้ออก ซึ่งบริษัทมองว่าความจริงใจและบริการหลังการขายเป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทยึดถือมาตลอด 30 ปี ซึ่งเชื่อว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง










