นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ เดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 73,936 คัน เติบโตขึ้น 53.77% เมื่อเทียบกับกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
ทั้งนี้ หากแบ่งยอดขายตามประเภทของชนิดพลังงานในการขับเคลื่อน รถยนต์นั่งสันดาปภายใน (ICE) อยู่ที่ 10,485 คัน ลดลง 12.24% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า รถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) อยู่ที่ 31,859 คัน เพิ่มขึ้น 353.90% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า รถยนต์นั่งปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) อยู่ที่ 899 คัน ลดลง 6.84% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า รถยนต์นั่ง Range-Extended Electric Vehicle (REEV) อยู่ที่ 63 คัน และรถยนต์ไฮบริด (HEV) อยู่ที่ 12,654 คัน
ขณะที่ รถกระบะ 1 ตัน มียอดขายอยู่ที่ 11,507 คัน ลดลง 6.12% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วน รถกระบะดัดแปลง (PPV) อยู่ที่ 4,132 คัน เพิ่มขึ้น 30.88% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า
“ยอดขายรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้าในเดือนมกราคม 2569 ถือเป็นยอดขายที่ทำลายสถิติสูงสุดด้านยอดจำหน่ายประจำเดือนในประเทศไทยนับตั้งแต่มีการเก็บบันทึกข้อมูลมา จากปัจจัยการเร่งการส่งมอบให้ทันจดทะเบียนก่อนสิ้นสุดโครงการ EV 3.0”
นอกจากนี้ ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเดือน มกราคม 2569 มีจำนวนอยู่ที่ 40,442 คัน เติบโตขึ้น 228.24% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของปริมาณยอดขายทั้งหมดในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าทั้งปีของปี 2568 ที่อยู่ที่ 1.2 แสนคัน
อีกทั้ง สัดส่วนยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าเดือน มกราคม 2569 ในจำนวน 40,442 คัน คิดเป็น 48.56% เมื่อเทียบกับรถยนต์พลังงานชนิดอื่น โดยในเดือนดังกล่าวถือเป็นสัดส่วนที่เยอะที่สุดในโลกรองจากประเทศนอร์เวย์ ที่มีสัดส่วนยอดจดทะเบียนอยู่ที่ราว 70% ของยอดจดทะเบียนทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ที่น่าเป็นห่วงคือยอดขายรถกระบะที่มีอัตราลดลงต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว เนื่องจากปัจจัยความเข้มงวดของสถาบันการเงิน (ไฟแนนซ์) รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยที่ชะลอตัว





