- Advertisement -
Home แบรนด์รถยนต์ ford 25 ปี 2,500 ล้านเหรียญ และรถกว่า 1.9 ล้านคันของฟอร์ด

25 ปี 2,500 ล้านเหรียญ และรถกว่า 1.9 ล้านคันของฟอร์ด

พร้อมเปิดตัว ฟอร์ด เรนเจอร์ XL Street Special Edition รุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 25 ปี ของฟอร์ด ประเทศไทย

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฉลองครบรอบ 25 ปีในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยไปข้างหน้า นับตั้งแต่ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 ฟอร์ดได้ลงทุนและขยายฐานการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของตลาดรถยนต์ทั้งในประเทศและตลาดส่งออก ตามแผนยุทธศาสตร์ของรัฐบาลในการส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ของบริษัทผู้ผลิตระดับนานาชาติ

ปัจจุบัน ฟอร์ดเป็นหนึ่งในบริษัทยานยนต์ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยมูลค่าการลงทุนสะสมรวมกว่า 2,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 80,000 ล้านบาท และยังเดินหน้ายกระดับกระบวนการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้เทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัยและพัฒนาทักษะแรงงานอยู่เสมอ เพื่อรักษามาตรฐานการผลิตในประเทศไทยให้สมกับเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกของฟอร์ด

“เรามีความภาคภูมิใจในบทบาทของฟอร์ดตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ได้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “การลงทุนอย่างต่อเนื่องของฟอร์ด ผนวกกับการใช้เทคโนโลยีการผลิตมาตรฐานระดับโลกและการพัฒนาทักษะของบุคลากรชาวไทย ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เราเป็นฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างแท้จริง”

ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ตั้งแต่ฟอร์ดเริ่มก่อตั้งในประเทศไทย โรงงานทั้งสองแห่งของบริษัท ได้แก่ โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอร์ริ่ง (เอฟทีเอ็ม) และโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทย (เอเอที) ทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตและส่งออกที่สำคัญ โดยได้ผลิตรถฟอร์ดแล้วกว่า 1,900,000 คัน ทั้งเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก ปัจจุบัน โรงงานทั้งสองแห่งเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์สองรุ่นหลักของฟอร์ด นั่นคือ รถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ยอดนิยม ฟอร์ด เอเวอเรสต์ 

ทั้งสองโรงงานในจังหวัดระยองมีการจ้างงานรวมกว่า 8,000 ตำแหน่ง อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีการจ้างงานในห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอีกกว่า 20,000 ตำแหน่งทั่วประเทศ โดยฟอร์ดจะยังคงต่อยอดการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับแรงงานไทยอย่างต่อเนื่อง จากการที่ประเทศไทยยังคงทวีความสำคัญในฐานะศูนย์กลางทางธุรกิจในกลุ่มตลาดนานาชาติของฟอร์ด 

สานต่อความสำเร็จของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์

นับตั้งแต่ฟอร์ดได้เริ่มสายการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ และรถยนต์นั่งฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในประเทศไทย รถทั้งสองรุ่น ได้ครองตำแหน่งผลิตภัณฑ์เรือธงของฟอร์ดสำหรับ ทั้งการจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังอีกกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้น การใช้งานที่หลากหลาย และรูปลักษณ์ที่แตกต่าง อัดแน่นด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ไม่เคยมีมาก่อนในแต่ละเซ็กเม้นต์ 

ฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นรถกระบะนิรภัยที่ผลิตในประเทศไทยรุ่นแรกที่มาพร้อมถุงลมนิรภัย คานนิรภัยด้านข้าง และระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) อีกทั้งยังเป็นแบรนด์แรกที่นำเสนอรถกระบะตอนครึ่งแบบ ‘โอเพ่นแค็บ’ ออกสู่ตลาด จนเป็นรูปแบบรถกระบะที่เป็นมาตรฐานและได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย 

ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการพัฒนาต่อมาอีกหลายรุ่น จนกระทั่งปี พ.ศ. 2554 ที่มีการเปิดตัวฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ซึ่งนับเป็นอีกครั้งของการบุกเบิกของฟอร์ด ด้วยการนำเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะมากมายมานำเสนอในตลาดรถกระบะ รวมถึงฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ซึ่งนับเป็นรถกระบะที่หรูหราที่สุดในเวลานั้น และได้พลิกโฉมตลาดรถกระบะ จากรถเพื่อการใช้งานสู่การเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่รักการเดินทางท่องเที่ยวและผจญภัย และในปี พ.ศ. 2561 ฟอร์ดยังสร้างความแปลกใหม่ให้กับตลาดรถกระบะของไทยอีกครั้งด้วยการเปิดตัวสุดยอดรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 

“ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถกระบะในประเทศไทยมาโดยตลอด นับตั้งแต่การผลิตและเปิดตัวครั้งแรกในประเทศ” นายวิชิต กล่าว “เรายังเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของทั้งเรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อมอบรถยนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานอันหลากหลาย และเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมพาลูกค้าของเราเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายในการใช้ชีวิตได้อย่างเหนือชั้น” 

ในโอกาสพิเศษฉลองครบรอบ 25 ปี ของฟอร์ด ประเทศไทย ฟอร์ดยังเผยโฉมรถฟอร์ด เรนเจอร์ XL Street Special Edition รุ่นพิเศษล่าสุด กระบะตอนครึ่ง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากทีมแข่งรถฟอร์ด ไทยแลนด์ เรซซิ่ง สำหรับลูกค้าคนรุ่นใหม่ และยังเป็นการรำลึกถึงต้นกำเนิดของฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เมื่อปี พ.ศ. 2446 ที่ได้สร้างชื่อเสียงในวงการมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกมาอย่างยาวนาน  

ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า

อีกหนึ่งความมุ่งมั่นที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา คือ การมอบประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมในการเป็นเจ้าของรถให้แก่ลูกค้าครอบครัวฟอร์ด ด้วยการเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและรองรับลูกค้าฟอร์ดทั่วประเทศที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันฟอร์ดมีผู้จำหน่าย 180 แห่งทั่วประเทศ และได้พัฒนาการบริการอย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมด้านบริการใหม่ ทั้งในโชว์รูมและผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อดูแลและมอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าฟอร์ดเสมือนคนในครอบครัว

นอกเหนือจากโปรแกรม ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงแก่ลูกค้าฟอร์ดแล้ว ฟอร์ดยังขยายบริการผ่านช่องทางดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในปัจจุบัน อาทิ นวัตกรรมใหม่ล่าสุด Ask Ford แพลตฟอร์มการให้บริการข้อมูลต่างๆ ของฟอร์ด โดยลูกค้าสามารถสืบค้นข้อมูลจากระบบฐานข้อมูลของฟอร์ด ผ่านเว็บไซต์ฟอร์ดได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว รวมถึงโครงการ Talk to the Experts ด้วยการนำทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากโรงงานผลิต เดินทางไปยังหัวเมืองหลักทั่วประเทศเพื่อพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นจากการใช้งานจริง พร้อมให้ข้อมูลทางเทคนิคที่ถูกต้องแก่ลูกค้าได้อย่างเข้าถึง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าฟอร์ด

สร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชน

ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมที่ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วประเทศไทยในหลากหลายมิติ อาทิเช่น  โครงการที่ให้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการทุนการศึกษา และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้บริจาครถยนต์ฟอร์ด สิ่งของจำเป็น ทรัพยากรบุคคล และเงินสนับสนุน เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติในประเทศไทยเสมอมา

ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ฟอร์ด ประเทศไทย ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมในหลากหลายกิจกรรม ในปีพ.ศ. 2563 วิศวกรและบุคลากรฟอร์ดได้จัดทำหน้ากากป้องกันใบหน้า 126,000 ชิ้น เพื่อส่งมอบให้แก่กระทรวงสาธารณสุข และเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ฟอร์ดได้ร่วมกับโพลีเน็ต ในการผลิตแว่นตานิรภัยทางการแพทย์ 13,000 ชิ้น ให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นแนวหน้าในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19

ล่าสุด ฟอร์ด ยังได้มอบรถพยาบาลบริการการแพทย์ฉุกเฉินรุ่น RESCUE T1 ซึ่งดัดแปลงจากรถกระบะฟอร์ด เรนเจอร์ พร้อมอุปกรณ์การแพทย์ครบครันจำนวน 10 คัน ให้แก่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานทางการแพทย์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์อื่นที่จำเป็นหรือเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 ฟอร์ดได้จัดทำโครงการ Ford Driving Skills for Life หรือ ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดทั่วโลกที่ให้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัย สำหรับประเทศไทย ฟอร์ดได้จัดอบรมให้กับผู้สนใจโดยไม่มีค่าใช้จ่ายรวมแล้วกว่า 13,000 ราย ทั่วประเทศ 

ฟอร์ดยังสนับสนุนการสร้างสรรค์ผลงานนวัตกรรมของนักเรียนไทย ภายใต้โครงการทุนการศึกษา Go Further Innovator Scholarship และส่งเสริมอาชีวศึกษาผ่านโครงการ ‘เปลี่ยนความรู้…สู่อาชีพ’ ที่ฟอร์ดจัดทำร่วมกับวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ  นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมุ่งมั่นในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม ‘Water Go Green’ กิจกรรมอนุรักษ์เต่าทะเลและปลูกป่าชายเลนคืนธรรมชาติ ในจังหวัดระยอง เป็นต้น 

เมื่อปี พ.ศ. 2562 กองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี หน่วยงานเพื่อสังคมของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ยังได้เปิดตัวศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม หรือ ศูนย์ FREC กรุงเทพฯ ณ ย่านนางเลิ้ง ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานของกรุงเทพฯ ด้วยเงินทุน 1.75 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 55 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานต่อเนื่องถึง 5 ปี โดยศูนย์ FREC กรุงเทพฯ เป็นศูนย์ FREC แห่งแรกในเอเชีย ที่เกิดจากความร่วมมือของกองทุนฟอร์ด และพันธมิตรองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่มุ่งมั่นแสวงหาทรัพยากรและบริการสาธารณะที่ตรงตามความต้องการและวัฒนธรรมของชุมชนโดยรอบ เพื่อช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่รอบที่ตั้งหน่วยงาน ในปีที่ผ่านมา ศูนย์ FREC ยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรจัดทำโครงการ Covid Relief Bangkok เพื่อแจกจ่ายอาหารและของใช้จำเป็นให้แก่ 32,000 ครอบครัวในชุมชนยากไร้ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และยังมีการดำเนินงานเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลืออีก 10,000 ครอบครัวในปีนี้

รับชมวิดีโอ 25 ปี ฟอร์ด ประเทศไทย ได้ที่นี่ https://youtu.be/EwY2tcufcow

 

Sirote Petchjamroensuk
The Old Writer Never Die. Content is The King. I Believe I Can Fly. Higher & Higher!
- Advertisement -

Stay Connected

44,299FansLike
996FollowersFollow
108FollowersFollow
582,000SubscribersSubscribe

Must Read

- Advertisement -

Related News