บริษัท ธนบุรีบลูสกาย จำกัด ในเครือ กลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ NIO (นีโอ) ในประเทศไทย ประกาศเปิดตัวแบรนด์ พร้อมเปิดตัว Firefly (ไฟเออร์ฟลาย) พรีเมียมซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเป็นทางการ
Autolifethailand สัมภาษณ์พิเศษ “รัฐพล วิริยะพันธุ์” ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของแบรนด์ดังกล่าวซึ่งมองว่าแบรนด์ NIO เป็นโอกาสใหม่ในพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มธนบุรีกรุ๊ป และเป็นจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่นำไปสู่ความท้าทายทางธุรกิจ เนื่องจากแบรนด์ดังกล่าวเป็นแรนด์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีมากกว่าการจำหน่ายเพียงอย่างเดียว โดยการสร้างความรู้ความเข้าใจต่อผู้บริโภคเพื่อให้เข้าใจในเทคโนโลยีและมีเป้าหมายในระยะยาว
สำหรับ นีโอ ถูกจัดอยู่ในแบรนด์ระดับพรีเมี่ยมในประเทศจีนซึ่งมีความแตกต่างและมีเสน่ห์ในการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อช่วยส่งเสริมยกระดับชีวิตคน โดยบริษัทได้ทำงานร่วมกับบริษัทแม่อย่างใกล้ชิดในเรื่องผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งมีการทำการบ้านอย่างหนักเพื่อการกำหนดราคาในตลาดประเทศไทย จากบทเรียนในอดีตที่มีให้เห็นด้านกลยุทธ์การวางราคาของแบรนด์จีน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : NIO FireFly รถไฟฟ้า100% เตรียมเปิดตัวในไทย 5 มีนาคม 2026 นี้ ! ตัวถัง HATCHBACK 5 ประตู
ขณะที่ ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของแบรนด์นีโอ เนื่องจากเป็นตลาดพวงมาลัยขวาที่มีการตอบรับจากผู้บริโภคในด้านเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งได้มีการกำหนดสเป็คร่วมกันและมีบทบาทสำคัญในการนำเสนอความคิดเห็นและแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาด
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ดังกล่าวนี้จะไม่ได้เร่งความเร็วในการดำเนินธุรกิจ จะเป็นการค่อย ๆ ขยับและใช้รากฐานที่มั่นคงของ กลุ่มธนบุรี เพื่อให้มั่นใจโดยในระยะแรกการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการจะอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกลุ่มธนบุรี เป็นหลัก ซึ่งคาดว่าแฟลกชิปสโตร์จะอยู่ใจกลางเมืองจำนวน 1-2 แห่งภายในปีแรก หลังจากนั้นจึงจะค่อย ๆ ทยอยขับเคลื่อนเป็นสเต็ป
ในระยะแรก Firefly ไม่มีรุ่นที่เป็นเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ (Swap Battery) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นีโอที่ทุกคนนึกถึง โดยในระยะถัดไปจะต้องมีการพูดคุยกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยทุกมิติเกีย่วกับเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มากและยังไม่มีในประเทศไทย
ยกตัวอย่างเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่ที่แนะนำลงสู่ตลาดในประเทศเยอรมันของนีโอ ต้องใช้ระยะเวลากว่า 36 เดือนในการพูดคุยกับทุกฝ่ายถึงจะได้เริ่มการใช้เทคโนโลยีในประเทศดังกล่าว หากแต่ถ้า NIO ไม่มี Swap Battery ก็คงจะขาดจุดเด่นไป 1 อย่าง ดังนั้นเราจึงศึกษาความเป็นไปได้ข้างต้น
เริ่มต้นของการทำแบรนด์ในประเทศไทยจะเน้นการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์และนำเสนอเทคโนโลยีให้ทุกคนได้รู้จัก ซึ่งในระยะยาวคาดหวังความสำเร็จกับแบรนด์นี้คือการเอาเทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่มาแนะนำลงสู่ตลาดประเทศไทย โดยมีเป้าหมายการเป็น Top of Mind ผู้บริโภคกลุ่มที่อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมและต้องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% ซึ่งไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จแบตเตอรี่และมีความสะดวกในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าด้านการสลับแบตเตอรี่
เป้าหมายระยะกลาง 3 ปี ของบริษัทมองว่าอยากเห็นจำนวนรถที่วิ่งอยู่บนถนนมากกว่า 1,500 – 2,000 คัน หรือราว 500 คัน/ปี ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพในแง่ของกำลังซื้อและผู้บริโภค โดยจะมีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Firefly ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 หรือ มอเตอร์โชว์ 2026 (Motor Show 2026)
อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แบรนด์ดังกล่าวในประเทศไทย จะต้องพิจารณาจากสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีรอบด้าน ซึ่งปัจจุบัน นีโอ มีโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศจีนเพียง 2 แห่ง เท่านั้น
รัฐพล กล่าวว่า บริษัทเน้นย้ำในด้านการบริการหลังการขายเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจของผู้บริโภคเมื่อตัดสินใจซื้อ แม้ว่าบริษัทจะเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย (ดิสทริบิวเตอร์) แต่ด้วยเชื่อเสียงกว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี ที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนาน จะเป็นสิ่งยืนยันว่าบริษัทจะอยู่เคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยด้วยรากฐานที่มั่นคงเสมอมาและต่อไป







