นาย จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย (CHERY) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการขยายโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทย เพื่อรองรับการผลิตรถยนต์เทคโนโลยีใหม่ที่นอกเหนือจาก รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มขั้นตอนการดำเนินงานแล้ว
ทั้งนี้ โรงงานประกอบรถยนต์ที่จังหวัดระยองที่บริษัทใช้ร่วมกันกับ OMODA&JAECOO ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ราว 5,000 คัน/เดือน โดยอยู่ระหว่างการปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 9,000 คัน/เดือน เพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการและการส่งมอบรถยนต์ให้ผู้บริโภค
“แผนการขยายโรงงานนั้นเป็นการรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ (NEV) ในอนาคตของแบรนด์ อาทิ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ Range-Extended Electric Vehicle (REEV) โดยจะใช้เงินลงทุนคนละส่วนกับการลงทุนโรงงานที่เคยประกาศไปก่อนหน้านี้”
สำหรับ บริษัทตั้งใจที่จะทำตลาดจริงจังในรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป โดยยมีแผนการประกอบในประเทศไทยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในประเทศไทย ภายหลังการเปิดตัว Tiggo 8 ซึ่งใช้เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดโดยมียอดส่งมอบไปแล้วกว่า 100 คัน จึงมองเห็นศักยภาพของตลาดดังกล่าวและเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทยให้เติบโตควบคู่กับรถยนต์ไฟฟ้า 100%
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : CHERY Q รถไฟฟ้า100% ราคาอย่างเป็นทางการ : 449,900 – 519,900 บาท | Hatchback แบต 41.3 kWh ขับหลัง RWD
นอกจากนี้ ยอดขาย 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปีนี้ บริษัทมียอดขายอยู่ที่กว่า 5,500 คัน เติบโตขึ้นกว่า 956% โดยผลการตอบรับจาก CHERY V23 ที่ปัจจุบันมียอดขายในระดับ 1,000 คัน/เดือน โดยมียอดจอง (Booking) รวมสะสมทุกรุ่น 5 เดือนไปแล้วกว่า 11,000 คัน ขณะที่ การเปิดตัว CHERY Q บริษัทคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ระดับ 1,000 คัน/เดือน รวมถึงในช่วงครึ่งปีหลังมีแผนจะเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อีก 1 รุ่น ดังนั้นจะส่งผลให้ในปี 2569 นี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายอยู่ที่ 15,000 – 16,000 คัน ได้
ส่วน CHERY Q ล็อตแรกจำนวน 2,000 คัน จะเป็นการนำเข้ามาจากประเทศจีน และจะเริ่มส่งมอบได้ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2569
ขณะที่ แผนการขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการในปี 2569 บริษัทจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 70 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ที่ราว 55 แห่ง ทั่วประเทศ รวมถึงตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป บริษัทมีแผนการเปิดให้บริการศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน (Certified Body and Paint) เพื่อรองรับการให้บริการครบวงจร พร้อมการขยายคลังสินค้า (Warehouse) เพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ตร.ม. จากปัจจุบันอยู่ที่ 5,000 ตร.ม. บนถนนบางนา–ตราด เพื่อรองรับการเก็บชิ้นส่วนอะไหล่และลดระยะเวลาการรออะไหล่ของผู้บริโภค
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Chery Group ยืนยันการผลิตเต็มรูปแบบในโรงงานจะเริ่มไตรมาส 3/2569
อีกทั้ง ล่าสุดบริษัทได้ใช้เงินลงทุนกว่า 34 ล้านบาท ในการสร้างศูนย์ฝึกอบรมบุคคลากรด้านเทคนิคและบริการหลังการขาย (Training Center) บนพื้นที่กว่า 1,800 ตร.ม. เพื่อยกระดับความรู้และทักษะและมาตรฐานการให้บริการให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากลของแบรนด์รองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต รวมถึงบริษัทมีแผนการลงทุนสร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในประเทศไทย











