ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ Audi Thailand ที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญในรอบ 9 ปี โดยมี PON Holdings พันธมิตรทางธุรกิจระดับโลก เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตของธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในในประเทศไทย
PON Holdings (พอน โฮลดิ้งส์) คือบริษัทสัญชาติเนเธอร์แลนด์ เริ่มก่อตั้งบริษัทในปี ค.ศ. 1867 โดย Mrs. Fanya Pon เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นรายเดียว ซึ่งมีความแข็งแกร่งในฐานะผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ของ โฟลค์สวาเกน กรุ๊ป (Volkswagen Group) มานานกว่า 50 ปี โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันจำหน่ายรถยนต์แบรนด์อาวดี้ (Audi) ไปแล้วกว่า 600,000 คัน ส่วนโดยเฉพาะในปี 2025 ที่ผ่านมาบริษัทจำหน่ายไปได้จำนวน 100,000 คัน และมีรายได้ในปี 2025 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 1 หมื่นล้านยูโร (ราว 3.7 แสนล้านบาท) ซึ่งมีการดำเนินธุรกิจอยู่ใน 35 ประเทศทั่วโลก

นายเจอร์ราร์ด แจนเซน รองประธาน (Vice President) PON Automotive Asia กล่าวว่า บริษัทขยายตลาดเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียโดยประเทศแรกที่บริษัทเข้ามาในภูมิภาคนี้คือ ประเทศเวียดนาม ในช่วงปี 2023 และมองเห็นโอกาสในตลาดโลกซึ่งภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโตคืออาเซียนและ ซึ่งเป็นเหตุผลที่บริษัทตัดสินใจร่วมกันกับ ไมซ์เตอร์ เทคนิค และมองการเข้ามาในระยะยาวกับการเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยบริษัทยืนยันว่าทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศซึ่งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมกับการเป็นสิ่งที่บริษัทยึดถือคือการมีพันธมิตรทางธุรกิจที่จะต้องมีความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นไม่ว่าจะประเทศไหนก็ตาม
“ก่อนหน้านี้ระยะเวลากว่า 2 ปีที่ พอน โฮลดิ้งส์ กับ ไมซ์สเตอร์ เทคนิค เรียนรู้ร่วมกันศึกษาซึ่งกันและกัน จนกระทั่งความร่วมมือในวันนี้ที่มีดีเอ็นเอที่เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์”
สำหรับการเข้ามาเป็น Strategic Partnership ในวันนี้ พอน โฮลดิ้งส์ ถือหุ้นในสัดส่วน 75% และ ไมซ์สเตอร์ เทคนิค ถือหุ้นในสัดส่วน 25% โดยจะไม่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรแต่อย่างใด ซึ่งผู้บริหารระดับสูงยังเป็นผู้บริหารที่ร่วมงานกับ อาวดี้ ประเทศไทย มาตั้งแต่ต้นอย่าง “ธีรคุปต์ ธรรมมณีวงศ์” จะดำรงค์ตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการ ส่วน “กฤษฎา ล่ำซำ” จะดำรงค์ตำแหน่ง Supervisory Board รวมถึง “กฤษณะกร เศวตนันทน์” จะดำรงค์ตำแหน่ง Chairman Executive Committee

นายกฤษฎา ล่ำซำ อดีตประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย (Audi Thailand) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2017 อาวดี้ ประเทศไทย ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และในปี 2018 ได้เปิดตัว Audi Centre Thailand แห่งแรก โดยบริษัทเข้ามาในสถานการณ์ที่ตลาดมีความเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดอย่าง สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ก็ผ่านมากันได้
ทั้งนี้ ใน 2 ปี ที่ผ่านมาด้วยสถานการณ์ทั่วโลกและในประเทศไทย เป็นช่วงที่ยากลำบากของอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่นเดียวกันกับ อาวดี้ ประเทศไทย ถ้าไม่มีพาร์ทเนอร์ในการดำเนินธุรกิจอย่าง พอน โฮลดิ้งส์ ก็อาจจะไม่ง่ายในการดำเนินธุรกิจเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราเจอพาร์ทเนอร์ระยะยาวที่มองเห็นภาพเดียวกันในการทำให้ อาวดี้ ประเทศไทย เดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคง
“9 ปีที่ผ่านมาเป็น 9 ปีที่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของเรา แต่วันนี้เราเจอ Strategic Partnership อย่าง พอน โฮลดิ้งส์ ที่มีอะไรคล้ายกันและดีเอ็นเอเดียวกัน”

นายธีรคุปต์ ธรรมมณีวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการผสานร่วมกันระหว่าง Global Experience กับ Local Expertise ที่เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ ซึ่งฐานลูกค้าตลอดระยะเวลา 9 ปี ที่ผ่านมาของ อาวดี้ ประเทศไทย มีจำนวนอยู่ที่ 8,000 คน ที่เป็นฐานลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยหลังจากนี้สิ่งที่จะไม่ประณีประนอมเลยคือการพัฒนาประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขายที่ดีในทุกมิติรวมถึงมี 3 เรื่องหลักได้แก่
- การบริการ (Service Excellence) : แนวทางในการบริหารงานคือการใช้บริการหลังการขายนำหน้าการขาย พร้อมการพัฒนาบุคลากรรวมถึงการพัฒนาด้านชิ้นส่วนอะไหล่และอื่น ๆ ที่ครอบคลุม
- การดำเนินธุรกิจระยะยาว (Long-term Commitment) : การทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจด้วยความไว้ใจและเชื่อใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องภายใต้แนวคิด Long-term Commitment Long-tern Relationship
- กลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ (Product Portfolio Re-Calibration) : การปรับแผนผลิตภัณฑ์เพื่อเน้นจุดแข็งและเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจนเพื่อนำเสนอสู่ผู้บริโภค
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Audi Thailand จับมือ PON Holdings ยักษ์เนเธอร์แลนด์ เข้าถือหุ้นใหญ่
สำหรับในช่วง 1-2 ปีจากนี้ บริษัทยืนยันว่าจะนำเสนอเทคโนโลยีทั้ง เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) รวมถึงทุกตัวถัง โดยจะนำมาทั้งหมดที่ในระดับโลกมีการเปิดตัวและที่ทำพวงมาลัยขวา
“ในช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดของพอร์ทโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ อาวดี้ ที่จะนำมาเสนอสู่ผู้บริโภคซึ่งการมาเป็น Strategic Partnership จะทำให้แบรนด์ อาวดี้ ประเทศไทย เติบโตและแข็งแรง ด้วยความแข็งแรงของ พอน โฮลดิ้งส์ ที่สามารถเจรจากับบริษัทแม่เพื่อนำมาเสนอโปรดักส์ที่เร็วและน่าสนใจที่สุดในไทย”
อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา อาวดี้ ประเทศไทย มียอดจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 766 คัน และในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของ อาวดี้ เคยมียอดขายสูงสุดในระดับ 1,300 คัน โดยภายในสิ้นปี 2570 คาดว่ายอดขายจะกลับไปสู่ในระดับ “หลักพันคัน” พร้อมเป้าหมายในอนาคตจะมีการเติบโตต่อเนื่อง

Jonathan Ho ผู้จัดการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชีย Audi AG กล่าวว่า อาเซียนคือตลาดสำคัญของอาวดี้ ซึ่งมีทิศทางการเติบโตด้วยจำนวนประชากรในภูมิภาคที่มีจำนวนกว่า 1,000 ล้านคน โดยในปี 2025 อาวดี้ ขายรถยนต์ในภูมิภาคนี้ได้ 2.9 ล้านคัน รวมถึงอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) มีอัตราเติบโตเฉลี่ยราว 2.9% และ ประเทศไทย และ ประเทศเวียดนาม ถือเป็นดาวเด่น 2 ประเทศในภูมิภาค และในอนาคตช่วง 5-10 ปี จะมีการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ รวมถึงในฐานะบริษัทแม่จะมีการสนับสนุนในความร่วมมือดังกล่าวระหว่าง “พอน โฮลดิ้งส์” กับ “ไมซ์เตอร์ เทคนิค” ในระยะยาว
ขณะที่ ความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานในประเทศไทย ยังเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนสูงเนื่องจากนโยบายรัฐ โครงสร้างภาษี และข้อตกลงทางการค้าเสรี (FTA) ของแต่ละประเทศในอาเซียนมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคเปลี่ยนผ่านมีความผันผวน ดังนั้นการลงทุนก่อตั้งโรงงานจะต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลและต้องมีการวิเคราะห์อย่างรอบครอบ อีกทั้งความเป็นไปได้ในการจัดหารถยนต์จากแหล่งผลิตที่คุ้มค่าเหมาะสม เพื่อหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย




