นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป (Motor Expo) เปิดเผยว่า งาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2026 (Motor Expo 2026) ในปีนี้ตั้งเป้ายอดจองภายในงานเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2567 ที่อยู่ที่ในระดับ 50,000 คัน ซึ่งเป็นระดับปกติ เนื่องจากในปี 2568 ยอดจองที่เกิดขึ้นในงานเป็นยอดจองที่มีแรงกระตุ้นจากนโยบายสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.5 ที่สิ้นสุดลง จึงเป็นยอดจองที่สูงกว่าปกติมาก
ทั้งนี้ การจัดงานในปี 2568 ที่ผ่านมา มียอดจองภายในงานรวมทั้งหมดอยู่ที่ 80,527 คัน แบ่งเป็น ยอดจองรถยนต์อยู่ที่ 75,246 คัน และ ยอดจองรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 5,263 คัน รวมถึงมีผู้เข้าร่วมงานอยู่ที่ 1,521,296 คน ซึ่งมีเม็ดเงินหมุนเวียนอยู่ที่ราว 70,000 ล้านบาท ขณะที่ ราคาเฉลี่ยรถยนต์ในงานอยู่ที่ 1,122,347 บาท
“ในปีที่ผ่านมายอดจองรถยนต์ภายในงานมีการเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญจาก 50,000 คัน ในปีก่อนหน้า เพิ่มขึ้นมาเป็น 75,246 คัน ในปีที่ผ่านมา จากการเปิดตัวและแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาด รวมถึงนโยบายภาครัฐที่จะสิ้นสุดช่วงปลายปี”
นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน มหกรรมยานยนต์ ด้านการบริหารงานทั่วไป กล่าวว่า แบรนด์รถยนต์ใหม่ที่เข้าร่วมงานในปีนี้มีมากกว่า 4 แบรนด์ ที่แสดงความประสงค์ขอซื้อพื้นที่ในงาน โดยในปีนี้การจัดงานยังคงใช้พื้นที่การจัดงานรวม 60,000 ตร.ม. และพื้นที่กิจกรรมนอกอาคารอีก 20,000 ตร.ม. เทียบเท่ากับปีก่อนหน้า
ขณะที่ ได้มีการศึกษาการเตรียมความพร้อมสำหรับการเพิ่มพื้นที่ร่วมกับ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้เช่าพื้นที่ โดยพิจารณาจากปริมาณจำนวนแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกันภาพรวมตลาดก็อาจจะมีปริมาณตลาดไม่ไม่ขยายตัวมากนัก ดังนั้นจึงต้องประเมินการเติบโตของแบรนด์และตลาดควบคู่กับว่ามีความมั่นคงและยั่งยืนหรือไม่อย่างไร
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปยอดจองรถยนต์ ในงาน Motor Expo 2025 ครั้งที่ 42 (28 พ.ย. – 10 ธ.ค. 68) 13 วัน : รวม 81,147 คัน
นอกจากนั้น ได้มีการทำสำรวจผู้ที่เข้าร่วมงานในปีที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่เข้าร่วมงานเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) อยู่แล้ว อยู่ที่ 28% โดยเหตุผลในการตัดสินใจซื้อไปใช้นั้นคือความประหยัดพลังงานถึง 88% และผู้เข้าร่วมงานในสัดส่วน 72% ยังไม่ได้เป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) โดยเหตุผลที่ยังไม่ได้ซื้อมาจากความกังวลด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จ 51%
จากการสำรวจเหตุผลในการซื้อรถยนต์ภายในงานของผู้เข้าร่วมงานพบว่า ผู้ที่เข้าร่วมงานที่เป็นผู้ที่ซื้อรถยนต์เป็นครั้งแรก จะสนใจซื้อรถยนต์นั่งในสัดส่วน 43% และ รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) สัดส่วน 37% ส่วนความสนใจด้านพลังงานในรถยนต์สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์เป็นครั้งแรกภายในงาน สนใจรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) สัดส่วน 50% และ รถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) สัดส่วน 37%
ส่วนผู้เข้าร่วมงานที่มีรถยนต์อยู่แล้ว สนใจที่จะซื้อรถยนต์ในกลุ่ม SUV ในสัดส่วนที่สูงอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งเป็นแนวโน้มความต้องการจากผลสำรวจดังกล่าว ด้าน ผู้ที่มีรถยนต์อยู่แล้วและใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% อยู่ สนใจที่จะซื้อรถยนต์คันใหม่ที่เป็นพลังงานไฟฟ้า ในสัดส่วน 90% ของผู้ตอบแบบสอบถาม
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสัดส่วนยอดจองแบ่งเป็นตามประเภทพลังงานภายในงาน Motor Expo ล่าสุดในปีที่ผ่านมา BEV มีสัดส่วนอยู่ที่ 50%, HEV มีสัดส่วนอยู่ที่ 28.5%, ICE มีสัดส่วนอยู่ที่ 18%, PHEV มีสัดส่วนอยู่ที่ 3.5%
“สัดส่วนของ BEV ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโตอย่างชัดเจน แต่เมื่อปีที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวลงและเหมือนว่าจะเข้าสู่จุดอิ่มตัว แต่เมื่อมีสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากทำให้ BEV กลับมาเติบโตอีกครั้ง”
สำหรับค่าพื้นที่ในปีนี้มีการปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 5% เนื่องจากต้นทุนราคาพลังงานทั้ง น้ำมัน, ไฟฟ้า และ ค่าขนส่งที่ปรับตัวขึ้นตามสถานการณ์ และเป็นการปรับตามวงรอบการพิจารณาค่าเช่าพื้นที่ในรอบ 3 ปี
งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43 (Motor Expo 2026) จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ที่อาคาร อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี







