Audi Thailand ในนาม ไมซ์เตอร์ เทคนิค ดึง PON Holdings (พอน โฮลดิ้ง) กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่จาก เนเธอร์แลนด์ มาร่วมทุนในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่คนใหม่ จับมือทุน “ล่ำซำ” สร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน และอำนาจต่อรองกับ Audi AG เพิ่มในการทำตลาดรถยนต์ Audi รุ่นใหม่ๆ รวมถึงต่อรองต้นทุนราคาใหม่ทั้งระบบ เตรียมแถลงข่าวรายละเอียดทั้งหมด ในสัปดาห์หน้า
Audi Thailand
Autolifethailand.tv ได้รับรายงานยืนยันแล้วว่า Audi Thailand ได้ตกลงให้ PON Holdings กลุ่มบริษัทข้ามชาติ และบริษัทเอกชนรายใหญ่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ เข้ามาร่วมทุนในบริษัท ไมซ์เตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทย ในสัดส่วนการเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แทนกลุ่มผู้ถือหุ้นรายเดิม โดยการตกลงดังกล่าว ได้มีการลงนามสัญญาอย่างเป็นทางการกันเรียบร้อยแล้ว
การดึงกลุ่ม PON Holdings เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในครั้งนี้ เพื่อให้การทำงานของ Audi Thailand มีความแข็งแรง และคล่องตัวมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเงิน การบริหารงาน และการประสานงานกับบริษัทแม่ (Audi AG) เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ในปัจจุบันนี้ การทำตลาดรถยนต์ Audi ในประเทศไทย ค่อนข้างเสียเปรียบคู่แข่ง ทั้ง BMW และ Mercedes Benz ที่บริษัทแม่เป็นผู้เข้ามาทำตลาดด้วยตัวเอง ทำให้มีความแข็งแรง ทั้งด้านเงินทุน การสนับสนุนจากบริษัทแม่ และสินค้าโมเดลใหม่ๆ

ขณะที่ ไมซ์เตอร์ เทคนิค เป็นเพียง ดิสทริบิวเตอร์ ในประเทศไทย ส่งผลให้อำนาจการต่อรอง กับทาง Audi AG ยังทำได้ไม่ดีนัก เพราะรถยนต์ Audi ที่ทำตลาดในประเทศไทยทุกรุ่น เป็นการนำเข้าจากเยอรมันทั้งสิ้น ซึ่งมีต้นทุนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับคู่แข่ง ที่มีการประกอบในประเทศ และนำเข้าจากประเทศจีน ทำให้การแข่งขันเป็นไปด้วยความยากลำบาก เห็นได้จากยอดจำหน่ายรถยนต์ Audi ในประเทศไทย ในปี 2025 ทำได้เพียง 766 คันเท่านั้น
อ่านประกอบ ยอดจดทะเบียน รถยนต์พรีเมียม ในไทย ปี 2025 https://autolifethailand.tv/premium-brand-thailand-register-overall-2025/
สรุปยอดจดทะเบียน รถพรีเมียม Premium Brand ในไทย ปี 2025 รวม 31,734 คัน (-8.1%) : BMW ครองแชมป์
“PON Holdings จะเข้ามาช่วย Audi Thailand ในเรื่องการต่อรองสินค้าใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย เพราะเขาคือผู้ขายรถยนต์ในกลุ่ม VW ที่ใหญ่ระดับต้นๆชองโลก เสียงของเขาดังกว่าเสียงของไมซ์เตอร์ เทคนิค แน่นอน เขาสามารถต่อรองราคาให้กับประเทศไทย ได้ดีกว่าในปัจจุบัน ที่ผ่านมากว่า Audi Thailand จะได้รถรุ่นใหม่ต้องรอคิวนานมาก การขอการสนับสนุนเรื่องราคาบริษัทแม่ก็ช่วยได้ในระดับนึง แต่หากเป็นการร้องขอจาก PON Holding ประเทศไทยน่าจะได้ดีลอะไรที่ดีมากขึ้น รวมถึงมีความแข็งแรงในเรื่องเงินทุนด้วย” แหล่งข่าวระดับสูง ในวงการรถยนต์ กล่าว

ทำไมต้องเป็น PON Holdings ?
PON Holdings ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหู เราเท่าใดนัก แต่เชื่อหรือไม่ PON Holdings คือยักษ์ธุรกิจเอกชนจาก เนเธอร์แลนด์ มีธุรกิจครอบคลุมทั่วโลก (รวมถึงเอเชีย) โดยมีรายได้ต่อปีมากกว่าหนึ่งหมื่นล้านยูโร หรือกว่า 4 แสนล้านบาท!! ธุรกิจหลักของบริษัทแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ยานยนต์ (Automotive) และจักรยาน (Bikes) มีการทำงานใน 32 ประเทศใน 6 ทวีปทั่วโลก

ที่สำคัญ PON Holdings คือเป็นพันธมิตรกับ Volkswagen และ Porsche มานานกว่า 75 ปี!! เขาเป็นตัวแทนจำหน่าย Volkswagen รายแรกของโลกเมื่อปี 1947 และยังเป็นผู้นำเข้าปอร์เช่รายแรกของโลกในปี 1949 อีกด้วย ทำให้ ในวันนี้ PON เติบโตจนครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในเนเธอร์แลนด์กว่า 20% และกลายเป็นผู้นำเข้ารถยนต์รายใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ โดยขายรถยนต์แบรนด์ต่างๆ จาก Volkswagen ทั้ง VW , Audi, Škoda, SEAT และ CUPRA
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจ Pon Luxury & Performance Cars เป็นตัวแทนจำหน่ายและจัดจำหน่ายแบรนด์รถยนต์ระดับไฮเอนด์ โดยตัวแทนจำหน่าย Pon Porsche ประกอบด้วย Porsche, Bentley, Bugatti, Lamborghini และ Rimac
ความสำคัญของ PON Holdings ไม่ได้อยู่แค่เป็นผู้นำเข้ารถยนต์ในเครือ VW เท่านั้นแต่ในปี 1950 หลังสงครามโลกครั้งที่สองไม่นาน เนเธอร์แลนด์กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูประเทศ มร.เบน พอน ซีเนียร์ รู้ว่าความต้องการด้านการคมนาคมขนส่งนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเท่านั้น เขาได้รับแรงบันดาลใจจากรถขนส่งภายในที่เขาเห็นในโรงงานโฟล์คสวาเกน จึงร่างแบบ “รถบรรทุก” ลงในสมุดบันทึกของเขา ซึ่งเป็นรถตู้ที่ใช้แชสซีของรถโฟล์คสวาเกน บีเทิล นี่คือจุดเริ่มต้นของรถตู้โฟล์คสวาเกน ทรานสปอร์ตเตอร์ T1 อันโด่งดัง ซึ่งกลายเป็นรถที่พบเห็นได้ทั่วไปทั่วโลกนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยภาพร่างนี้เป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ไรจ์กส์มิวเซียม ในอัมสเตอร์ดัม

นอกจากนี้ PON Holdings ยังสยายปีกเป็นผู้นำเข้ารถยนต์หรูในสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ รัฐเท็กซัส มิสซูรี และแคลิฟอร์เนีย ผ่าน กลุ่มบริษัท indiGO Auto Group ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ Porsche, Bentley, Lamborghini, Volkswagen, Audi, Aston Martin, BMW, Rolls Royce, Jaguar-Land Rover, McLaren, Rimac และ Ferrari
และในปี 2020 ได้สยายปีกการลงทุนเข้าสู่เอเชีย ด้วยการเข้าไปดำเนินธุรกิจในตลาดรถยนต์เวียดนาม โดยเริ่มจากการเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ Jaguar และ Land Rover ต่อมาในปี 2023 ได้การเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ Audi ในเวียดนามด้วย ล่าสุดได้สยายปีกเข้ามาสู่ประเทศไทยแล้ว
นอกจากธุรกิจรถยนต์แล้ว PON Holdings ยังทำธุรกิจรถจักรยานระดับโลกอีกด้วย โดยธุรกิจ จักรยาน Pon ได้ซื้อกิจการ Royal Gazelle แบรนด์จักรยานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเนเธอร์แลนด์ ตามด้วยแบรนด์ระดับพรีเมียมจากเยอรมนีอย่าง Kalkhoff และ Focus ทำให้ Pon ไม่เพียงแต่เป็นผู้จัดจำหน่าย แต่ยังเป็นผู้ผลิตแบรนด์จักรยานระดับไฮเอนด์อย่าง Cervélo, Santa Cruz และ Juliana จากสหรัฐอเมริกา และ Urban Arrow ผู้ผลิตจักรยานขนส่งสินค้าไฟฟ้าจากอัมสเตอร์ดัม ก็ถูกเพิ่มเข้ามาในกลุ่มธุรกิจจักรยาน ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Pon.Bike

นั่นคือ ศักยภาพของ PON HOLDINGS ที่เป็นพันธมิตรคนสำคัญ ของ VW GROUP หรือ AUDI ด้วยนั่นเอง
ดังนั้นการดึง กลุ่มทุน ใหม่ ที่มีความแข็งแกร่งเข้ามา “เสริม” การทำงานของ ไมซ์เตอร์ เทคนิค จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจะทำให้ Audi Thailand มีเสียงที่ “ดังขึ้น” Audi AG ได้ยิน “ความต้องการ” จากประเทศไทยได้ชัดขึ้น ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อ การเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ในบ้านเรา รวมถึงราคา ที่สามารถแข่งขันได้ และแน่นอนว่าจะส่งผลต่อยอดขยรถยนต์ Audi ในไทยอย่างแน่นอน
โดยดีลนี้ ได้มีการพูดคุยกันมานานกว่า 1 ปีแล้ว และที่สำคัญ ดีล ครั้งนี้ โครงสร้างผู้บริหารของไมซ์เตอร์ เทคนิค ยังคงเหมือนเดิมทุกประการ รวมถึงพนักงานทั้งหมด ของไมซ์เตอร์ เทคนิค ยังคงทำงานตามปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
จำนวนสาขาของ Audi Thailand ยังอยู่ที่ 3 แห่งเหมือนเดิมคือ
- Audi Centre Thailand (สำนักงานใหญ่): ตั้งอยู่บนถนนประดิษฐ์มนูธรรม (เลียบด่วนรามอินทรา) ที่ใช้เงินลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียรองจากประเทศจีน
- Audi ดินแดง สาขาถนนเพชรบุรีตัดใหม่
- Audi Ratchaphruek: สาขาถนนราชพฤกษ์ ตลิ่งชัน
ส่วนดีลเลอร์ ก็ยังอยู่ครบทั้ง 4 เจ้า 5 สาขา ไม่ว่าจะเป็น พัทยา ,ชลบุรี ,ภูเก็ต ,หาดใหญ่ ,นครศรีธรรมราช และ เชียงใหม่
แต่สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงไปคือ สัดส่วนผู้ถือหุ้น ที่เดิมเราทราบกันว่า ทุนจดทะเบียนของ ไมซ์เตอร์ เทคนิค นั้นอยู่ที่ 225,000,000 บาท โดยมีกลุ่มทุนหลักเบื้องหลัง บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด (อาวดี้ ประเทศไทย) คือ “ตระกูลล่ำซำ” กลุ่มทุนยักษ์ใหญ่แถวหน้าของประเทศไทย โดยเป็นการลงทุนในนามส่วนตัวของสมาชิกครอบครัวสายตรงซึ่งประกอบด้วย
- คุณกฤษฎา ล่ำซำ (ประธานกรรมการ): ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในสัดส่วน 30%
- คุณนวลพรรณ ล่ำซำ (มาดามแป้ง): ร่วมถือหุ้นในสัดส่วน 10%
- กลุ่มพันธมิตรและผู้ร่วมทุนรายย่อยอื่น ๆ: ถือหุ้นส่วนที่เหลือรวมกัน 60% โดยแบ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทและพันธมิตรทางธุรกิจที่ชักชวนมาร่วมลงทุนรายละประมาณ 5%
ซึ่งรายละเอียดสัดส่วนหุ้นหลังการร่วมทุนจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร แต่ที่แน่ๆ PON Holding มาถือหุ้นเกิน 50% แน่นอน แต่จะในรูปแบบใดต้องรอการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง โดย PON Holding จะเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 เป็นต้นไป การจับมือร่วมกันระหว่าง ทุนเนเธอร์แลนด์ และทุนไทยในครั้งนี้ จะทให้ทิศทางการดำเนินงานของ Audi Thailand จะเป็นอย่างไร การ Support จาก PON Holdings จะมาในรูปแบบใด? เป้าหมายการทำตลาดจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด เป้าหมายการขาย? รถยนต์รุ่นใหม่? รูปแบบการบริหารงาน? การสนับสนุนจาก AUDI AG ?
สัปดาห์หน้า รู้กันครับ!!









