slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารCHERY Group เข้าพบรัฐบาลอัปเดตความคืบหน้าฐานผลิตรถยนต์ในไทย

CHERY Group เข้าพบรัฐบาลอัปเดตความคืบหน้าฐานผลิตรถยนต์ในไทย

นายเซดริก ชุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน เชอรี กรุ๊ป (ประเทศไทย) หรือ CHERY Group เปิดเผยกับ Autolifethailand ถึงความคืบหน้าการใช้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวา ของ CHERY ว่า ปัจจุบันโรงงาน โอโมดา แอนด์ เจคู แฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ประเทศไทย ล่าสุดได้มีการเริ่มประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery) ในโรงงานดังกล่าวแล้ว

นอกจากนี้ ยังได้เร่งเพิ่มกำลังการผลิต JAECOO 5 EV, CHERY V23 และ OMODA C5 EV เพื่อให้สอดคล้องกับการส่งมอบรถยนต์แก่ลูกค้าในประเทศไทย โดยปัจจุบันบริษัทได้ใช้สิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ในสัดส่วน 40% ตามเงื่อนไขข้อกำหนดของรัฐบาล รวมถึงมีเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มสัดส่วนการใช้ Local Content อย่างต่อเนื่องในอนาคต

นอกจากนั้น โรงงานดังกล่าวอยู่ระหว่างการเพิ่ม กระบวนการพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop) และการเชื่อมตัวถัง (Spot Welding) อีกด้วยแต่กระบวนการดังกล่าวจะต้องใช้ความละเอียดและความแม่นยำสูง จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพซึ่งอาจะต้องใช้เวลาค่อนข้างเยอะ

CHERY Group

“ช่วงต้นเดือน สิงหาคม 2569 บริษัทได้เข้าพบกับตัวแทนของหน่วยงานรัฐบาล เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงานของ Chery Group ในประเทศไทย โดยเฉพาะการเป็นฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งมีเป้าหมายในการขยายการใช้ Local Content อย่างต่อเนื่องทั้งระยะสั้นและระยะยาว”

ขณะที่ ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Center) ของบริษัท ก็ได้เริ่มดำเนินการในประเทศไทยแล้วที่โรงงานดังกล่าว โดยบริษัทยืนยันว่า “บริษัทไม่ได้หยุดที่การลงทุนเพื่อประกอบรถยนต์เพียงอย่างเดียว” แต่ยังมองถึงระบบนิเวศของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ครบวงจรในประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม เขอรี กรุ๊ป มองการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตในด้าน ระบบขับขี่อัตโนมัติ (Autonomous), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ หุ่นยนต์ (Robotics) ซึ่งมีแผนที่จะนำองค์ความรู้และการถ่ายทอดเทคโนโลยีมาสู่ประเทศไทยในระยะยาว

CHERY Group

สำหรับ โรงงาน โอโมดา แอนด์ เจคู แฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) ตั้งอยู่ที่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง ประเทศไทย ใช้เงินลงทุนรวมมูลค่า 5,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 120,000 ตารางเมตร ซึ่งวางตำแหน่งให้โรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการผลิตและพัฒนารถยนต์สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คัน/ปี

ในระยะแรกโรงงานแห่งนี้จะมุ่งเน้นที่การผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศเป็นหลักก่อน โดยภายในปี 2569 ตั้งเป้าการผลิตไว้ที่ 60,000 คันในปี 2569 และเพิ่มขึ้นเป็น 70,000 คันในปี 2571

  • ระยะที่ 1 (เฟสแรก) เริ่มประกอบรถยนต์ในรูปแบบ CKD (Complete Knocked Down) ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ – กรกฎาคม 2569
  • ระยะที่ 2 (เฟสสอง) เริ่มผลิตรถยนต์ตั้งแต่ไตรมาส 3/2569 เป็นต้นไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : CHERY Group ยืนยันการผลิตเต็มรูปแบบในโรงงานจะเริ่มไตรมาส 3/2569

CHERY Group

ต่อมาในช่วงเดือน มิถุนายน 2569 อยู่ระหว่างการปรับเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็น 9,000 คัน/เดือน เพื่อรองรับกับปริมาณความต้องการและการส่งมอบรถยนต์ให้ผู้บริโภค และมีแผนการขยายโรงงานเพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่ (NEV) ในอนาคตของแบรนด์ อาทิ ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และ RANGE-EXTENDED ELECTRIC VEHICLE (REEV) อีกด้วยม

นอกจากนี้ ทาง CHERY Group ยังกำลังเตรียมหาโรงงานประกอบรถยนต์แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News