Nissan ประเทศจีน ได้ร่วมมือกับ Dongfeng เพื่อเปิดตัว SUV พิกัด Mid-Sized ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานใหม่รุ่นล่าสุดในชื่อ Nissan NX8 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 นับเป็นรุ่นที่สามในตระกูล N-Series ซึ่งเดิมมีแต่รถยนต์ Sedan ในชื่อรุ่น N7 และ N8 ในส่วนของมิติตัวถัง มีรายละเอียดดังนี้
- ยาว 4,870 มิลลิเมตร
- กว้าง 1,920 มิลลิเมตร
- สูง 1,680 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ 2,917 มิลลิเมตร


Nissan NX8 ยังคงรักษาอัตลักษณ์การออกแบบของผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม N-Series เอาไว้ ด้วยเส้นสานตัวถังโค้งมนลู่ลมตลอดคัน ด้านหน้าสะอาดตาด้วยไฟหน้าที่แยกออกเป็นสองชั้น ด้านบนเป็นแถบ LED เชื่อมต่อกันตลอดแนว ด้านข้างมาในรูปทรงคล้ายตัว V กลับข้าง และไม่มีกระจังหน้า คงเหลือแต่ช่องลมดักลมแนวนอนด้านล่างกลางกันชนหน้า ชายล่างตัดด้วยสีดำตลอดแนว ไฟท้ายเป็นแถบ OLED สองชั้น พร้อมแผงทับทิมคาดยาวตลอดแนว แต่ตัวไฟแถวล่างเว้นพื้นที่ตรงกลางเอาไว้ ติดโลโก้ชื่อค่ายแบบตัวสะกดและเปล่งแสงได้
Nissan NX8 รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง ตัวเบาะเป็นแบบ AI Zero Gravity 2.0 มีทั้งระบบเป่าลมอุ่น – เย็น และระบบนวด ทั้งยังมีตู้ควบคุมอุณหภูมิความจุ 6.33 ลิตร ปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6 ถึง 55 องศาเซลเซียส เครื่องเสียงมี 25 ลำโพง ส่วนระบบแสดงผลมีหน้าจอคู่ชนาดจอละ 15.6 นิ้ว มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Nissan OS 2.0 และผู้ช่วย AI สั่งการด้วยเสียง ทั้งยังมีระบบแสดงผลเสมือนจริง AI-HUD ขนาด 63 นิ้ว ปิดท้ายด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังขนาด 773 ลิตร



Nissan NX8 สร้างขึ้นบนงานวิศวกรรมแบบ Tianyan Architecture 2.0 มีขุมพลังให้เลือกสองแบบระหว่าง EV และ EREV ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- EV มอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 292 แรงม้า ขับได้ไกลสุด 580 กิโลเมตร หรือ 340 แรงม้า ขับได้ไกลสุด 650 กิโลเมตร ในรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 81 kWh รองรับการชาร์จระดับ 5C สูงสุด 463 kW ใช้เวลา 12 นาที ในการชาร์จไฟจาก 10 – 80%
- EREV เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ มอเตอร์เดี่ยว กำลังสูงสุด 340 แรงม้า ขับได้ไกลสุดด้วยไฟฟ้าอย่างเดียวได้ 310 กิโลเมตร หากน้ำมันเต็มถังด้วย จะขับได้ไกลสุด 1,450 กิโลเมตร
ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ใน Nissan NX8 ทำงานร่วมเซนเซอร์ความแม่นยำสูง 29 จุด ซึ่งรวมถึงเรดาร์ LiDAR รองรับการขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ทั้งนอกเมือง – ในเมือง และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ มีรายงานด้วยว่า Nissan NX8 กวาดยอดจองในประเทศจีนไป 8,423 คัน ใน 30 นาทีแรก สำหรับราคาจำหน่ายพิเศษช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 159,900 – 169,900 หยวน (ราว 754,000 – 801,000 บาท) สำหรับขุมพลัง EV และ 149,900 – 199,900 หยวน (ราว 707,000 – 942,000 บาท) สำหรับขุมพลัง EREV



ที่มา: carnewschina, carscoops







