slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeสกู๊ปพิเศษHERE Technologies เผยผลศึกษาระบบนำทางมีผลต่อรายได้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย

HERE Technologies เผยผลศึกษาระบบนำทางมีผลต่อรายได้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในไทย

การเดินทางโดยรถจักรยานยนต์ถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนไทย โดย HERE Technologies ผู้พัฒนาเทคโนโลยีแผนที่และข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง ได้เปิดเผยผลการศึกษาระดับภูมิภาคเรื่อง “Inside the Two-Wheeler Landscape in APAC: Key Trends and Rider Behaviors” โดยชี้ให้เห็นว่า ผู้ขับขี่รถสองล้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทยไม่ได้พึ่งพาระบบนำทางเพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสนับสนุนการสร้างรายได้ ลดความผิดพลาดในการเลือกเส้นทาง และบริหารจัดการงานจัดส่งที่มีข้อจำกัดด้านเวลา ท่ามกลางสภาพแวดล้อมในเมืองที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งการศึกษาครั้งนี้จัดทำขึ้นโดย HERE Technologies และดำเนินการวิจัยโดย Point Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์และการวิจัยอิสระ 

ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า ผู้ขับขี่ในประเทศไทยมีการพึ่งพาระบบนำทางสูงในด้านประสิทธิภาพการดำเนินงาน การตระหนักรู้ด้านความปลอดภัย โดยสำรวจผู้ขับขี่มากกว่า 2,400 ราย ครอบคลุมประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไทย และเวียดนาม ซึ่งรวมถึงผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยจำนวน 401 รายและความมั่นคงของรายได้ในแต่ละวัน

ผู้ขับขี่ไทยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในการใช้งานระบบนำทาง

ผู้ขับขี่ไทยที่เข้าร่วมการสำรวจสะท้อนความต้องการฟีเจอร์ระบบนำทางที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการทำงานประจำวันอย่างชัดเจน โดยผลการศึกษาพบว่า:

  • 32% ให้ความสำคัญกับการวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น (multi-stop routing) 
  • 24% ต้องการคำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ 
  • 18% ให้ความสำคัญกับการคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมายอย่างแม่นยำ (Estimated Time of Arrival: ETA)

ผลการสำรวจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของระบบนำทางในประเทศไทยในสองด้านคือการช่วยให้การเดินทางในเขตเมืองที่มีความหนาแน่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการช่วยให้ผู้ขับขี่ลดความเสี่ยงบนท้องถนน

จากผลการสำรวจยังพบว่า ผู้ขับขี่ไทยใช้งานระบบนำทางเสมือนผู้ช่วยในการเดินทางแบบเรียลไทม์ โดยมีการใช้งานแอปพลิเคชันนำทาง อุปกรณ์ GPS และอุปกรณ์ติดตั้งสมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายเพื่อให้สามารถรับคำแนะนำเส้นทางได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ระดับความพึงพอใจสะท้อนถึงการพึ่งพาระบบนำทางอย่างชัดเจน โดย 42% ของผู้ขับขี่ระบุว่ามีความพึงพอใจมากต่อการใช้งาน และประเทศไทยมีคะแนนความพึงพอใจต่อระบบนำทางเฉลี่ยอยู่ที่ 8.18 คะแนน

ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและข้อจำกัดของระบบนำทางที่เพิ่มภาระในการทำงานให้กับผู้ขับขี่

ประเทศไทยอยู่ในระดับกลาง่เมื่อเทียบด้านการรับรู้ความปลอดภัยของผู้ขับขี่ในระดับภูมิภาค โดยได้รับอิทธิพลจากปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความหนาแน่นของการจราจร และสภาพถนนที่หลากหลาย

ทั้งนี้ ความท้าทายหลักด้านความปลอดภัยที่พบ ได้แก่:

  • 71% ของผู้ขับขี่รู้สึกไม่ปลอดภัยจากปัญหาถนนเป็นหลุมเป็นบ่อหรือพื้นผิวถนนชำรุด 
  • 69% ระบุว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่และรถโดยสารสาธารณะเป็นอันตรายหลักบนท้องถนน

ความเสี่ยงเหล่านี้ยิ่งเพิ่มขึ้นจากข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของระบบนำทาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน ดังนี้:

  • 56% ประสบปัญหาความล่าช้าจากการนำทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ 
  • 55% ระบุว่าการคาดการณ์เวลาเดินทางมีความคลาดเคลื่อน

ความท้าทายเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการจัดส่ง โดยเฉพาะในกลุ่มไรเดอร์และผู้ส่งสินค้าที่ต้องพึ่งพาการวางแผนเส้นทางที่คาดการณ์ได้ ระบบนำทางจึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการสร้างรายได้ เนื่องจากความผิดพลาดในการนำทางสามารถนำไปสู่การส่งที่ล่าช้า คะแนนรีวิวที่ลดลง และความผันผวนของรายได้ ทั้งนี้ ยังสะท้อนถึงความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำแบบเรียลไทม์ ให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้ และสามารถเลือกเส้นทางโดยคำนึงถึงความเสี่ยงบนท้องถนน

ความต้องการระบบนำทางที่ชาญฉลาดและปลอดภัยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ผู้ขับขี่ในประเทศไทยที่เข้าร่วมการสำรวจสะท้อนความต้องการให้มีการพัฒนาความสามารถด้านการวางแผนเส้นทางที่สามารถสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการลดความเสี่ยง

โดยฟีเจอร์ที่ผู้ขับขี่ต้องการมากที่สุด ได้แก่:

  • อันดับ 1: การวางแผนเส้นทางหลายจุดแวะที่ชาญฉลาดขึ้น (32%) 
  • อันดับ 2: คำแนะนำเส้นทางที่ช่วยส่งเสริมความปลอดภัยในการขับขี่ (24%) 
  • อันดับ 3: การคาดการณ์เวลาเดินทางถึงที่หมายแบบเรียลไทม์ที่แม่นยำยิ่งขึ้น (18%)

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการที่ชัดเจนในการพัฒนาฟีเจอร์หลักของระบบนำทาง เพื่อเพิ่มความชัดเจน ความสามารถในการคาดการณ์ และสนับสนุนการตัดสินใจบนท้องถนนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

HERE Technologies
อภิชิต เซนกุปตา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ของ HERE Technologies

อภิชิต เซนกุปตา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย ของ HERE Technologies กล่าวว่า ผู้ขับขี่ชาวไทยต้องเผชิญกับความซับซ้อนของการจราจร สภาพอากาศ และสภาพถนนในทุกๆ วัน ระบบนำทางที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รับมือความเสี่ยงเหล่านั้นได้ล่วงหน้า มีคุณค่ามากกว่าการช่วยประหยัดเวลาเพียงไม่กี่นาที โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ระบบนำทางมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับรายได้ การตระหนักด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงานประจำวัน การนำทางแบบเรียลไทม์ที่คำนึงถึงความเสี่ยงจึงมีบทบาทสำคัญ ในการช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ระบบการเดินทางในเขตเมืองของประเทศไทยมีความซับซ้อนมากขึ้น ความต้องการระบบนำทางที่มีความแม่นยำ คำนึงถึงความปลอดภัย และมีความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐกิจจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำบทบาทของระบบนำทาง ในการสนับสนุนประสิทธิภาพของผู้ขับขี่และการตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

นอกจากนั้น บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกโดยล่าสุดได้ร่วมทุนในโครงการ HERE and AWS SDV Accelerator เพื่อปลดล็อกความซับซ้อน เร่งสปีดกระบวนการ R&D และขยายขีดความสามารถของยานยนต์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-defined Vehicles) สู่ตลาดโลก

หมุดหมายของเราคือการส่งมอบประสบการณ์ในห้องโดยสารแบบไร้รอยต่อผ่านซอฟต์แวร์ (Software-defined experience) โดยผสานระบบนำทาง ข้อมูลเรียลไทม์ และระบบขับขี่อัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันบนแพลตฟอร์มระบุพิกัดหนึ่งเดียว

สำหรับ จุดแตกต่างของ HERE Technologies คือการเป็นรากฐานด้านข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่ได้รับความไว้วางใจ ซึ่งขับเคลื่อนระบบการเดินทางยุคใหม่ ตั้งแต่ระบบนำทางไปจนถึงระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่และระบบขับขี่อัตโนมัติ โดยมีจุดแข็งสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

  1. Live Map ที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยผสานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายล้านแห่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างภาพแทนของโลกจริงที่เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ และทำหน้าที่เป็นข้อมูลความจริงร่วมกันสำหรับทั้งการนำทางของมนุษย์และการตัดสินใจของระบบอัจฉริยะ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยและความสอดคล้องในการใช้งานจริงความแม่นยำในระดับนี้เป็นหัวใจสำคัญของการเดินทางและระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น ARAS, ADAS และ Navigation on Autopilot ซึ่งความแม่นยำของข้อมูล ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของรถยนต์ในสภาพแวดล้อมจริง
  2. แพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อยุครถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ ผสานแผนที่ ข้อมูลเรียลไทม์ และ AI ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว รองรับตั้งแต่การพัฒนา การจำลอง ไปจนถึงการติดตั้งใช้งานจริงภายในรถยนต์ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์และองค์กรต่าง ๆ สามารถพัฒนาเพียงครั้งเดียวและขยายการใช้งานได้ทั่วโลก โดยไม่จำเป็นต้องสร้างโซลูชันใหม่สำหรับแต่ละตลาด อีกทั้งยังช่วยให้ประสบการณ์การใช้งานมีความสอดคล้องกันทั้งในระบบนำทาง ห้องโดยสารดิจิทัล และระบบขับขี่อัจฉริยะ
  3. ความยืดหยุ่นและการควบคุมสำหรับลูกค้าแพลตฟอร์มของบริษัทได้รับการออกแบบให้เปิดกว้างและปรับแต่งได้ ช่วยให้ลูกค้าสามารถควบคุมข้อมูล ประสบการณ์ผู้ใช้งาน และแผนการพัฒนานวัตกรรมของตนเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทปัจจุบันที่ผู้ผลิตรถยนต์และผู้ให้บริการด้านการเดินทางต้องการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ของตน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อกำหนดในแต่ละภูมิภาคและตลาด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้บริษัทแตกต่างคือบทบาทในฐานะพันธมิตรระดับโลกของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยได้สนับสนุนแบรนด์รถยนต์มากกว่า 90 แบรนด์ และช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์รับมือกับข้อกำหนดที่ซับซ้อนในหลายตลาด ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนด ISA ในยุโรป หรือข้อกำหนดด้านข้อมูลในตลาดต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าโซลูชันสามารถนำไปใช้งานได้จริงในระดับโลก

HERE Technologies

อภิชิต กล่าวว่า ระบบนำทางกำลังมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในระบบการเดินทางที่เชื่อมต่อกัน ไม่ใช่เพียงฟีเจอร์เสริม แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่สนับสนุนวิธีที่ผู้คนเดินทาง ทำงาน และสร้างรายได้ในชีวิตประจำวัน ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลการศึกษาล่าสุดของบริษัทเกี่ยวกับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ชี้ให้เห็นว่า ระบบนำทางมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพในการทำงาน การจัดส่ง และการบริหารเวลา โดยเฉพาะในตลาดที่รถสองล้อเป็นส่วนสำคัญของการเดินทางในเมือง ซึ่งประเทศไทยสะท้อนภาพนี้ได้อย่างชัดเจน รถจักรยานยนต์เป็นส่วนหนึ่งของทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพของคนจำนวนมาก ระบบนำทางจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ผู้ขับขี่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางสภาพเมืองที่มีการจราจรหนาแน่นและเส้นทางซับซ้อน ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า ระบบนำทางมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ การบริหารเวลา และประสิทธิภาพในการจัดส่ง ทำให้ระบบนำทางเป็นมากกว่าเครื่องมืออำนวยความสะดวก

ขณะที่ ข้อมูลยังสะท้อนให้เห็นถึงช่องว่างด้านประสิทธิภาพที่ยังต้องพัฒนา แม้ผู้ขับขี่จะมีการใช้งานระบบนำทางในระดับสูงและมีความพึงพอใจโดยรวมค่อนข้างดี แต่ยังคงพบปัญหาที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพในการทำงาน โดย 56% ระบุว่าประสบความล่าช้าจากการนำทางที่ไม่มีประสิทธิภาพ และ 55% ระบุว่าการคาดการณ์เวลาเดินทางมีความคลาดเคลื่อน

สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่มีทั้งการใช้งานสูงและมีมูลค่าสูง ระบบนำทางได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปแล้ว แต่ยังมีโอกาสในการยกระดับความแม่นยำ การตอบสนองแบบเรียลไทม์ และการแจ้งเตือนที่คำนึงถึงความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างประโยชน์ทั้งต่อผู้ขับขี่รายบุคคลและระบบการเดินทางโดยรวม

สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและดึงศักยภาพของบุคลากรท้องถิ่นให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมระดับโลก เพราะความเข้าใจของคนในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้บริษัทเข้าใจตลาด พฤติกรรมผู้ใช้งาน และรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคที่มีความหลากหลายและซับซ้อนอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

HERE Technologies

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News