ต้องบอกว่ายุคนี้เป็นยุคของ “ออโตเมติกส์ สกู๊ตเตอร์” อย่างแท้จริงด้วยความสะดวกสบายในการขับขี่และความคล่องตัวสูง ประกอบกับลักษณะการใช้งานที่เหมาะสำหรับคนทุกทั้ง นักบิดรายเก่า และ นักบิดหน้าใหม่ แต่ด้วยเทรนด์แฟชั่นที่มีหลากหลายรวมถึงเทรนด์โหยหาอดีตความคลาสสิคย้อนยุค (Retrolism) ประกอบกับเทรนด์กลับสู่ธรรมชาติอย่าง แคมป์ปิ้ง (Camping) กลับมาบูมอีกครั้งในช่วงที่ผ่านมาจึงเกิดกระแสของรถจักรยานยนต์ทางเลือกไลฟ์สไตล์ (Lifestyle Bike) อย่าง YAMAHA PG-1 ที่มีความอเนกประสงค์ใช้งานได้หลากหลาย
ก่อนหน้านี้ชื่อชั้นของรถคันนี้นั้นหลายคนคงจะนึกถึงการเป็น “สายลุย” ขี่ไปทำกิจกรรมแคมป์ปิ้ง หรือ อาจจะไปแนวบุกปป่าฝ่าดงกันเลยทีเดียว ด้วยความที่มีระยะความสูงจากพื้นถึงเครื่องยนต์ 190 มม. และ ระยะยุบตัวของโช้คอัพหน้า 130 มม. และ โช้คอัพหลัง 109 มม. ซึ่งเป็นคุณสมบัติของความอเนกประสงค์ในการขับขี่จริง ๆ นั่นแหละ

เมื่อความอเนกประสงค์นั้นสามารถใช้งานได้หลากหลายไม่เพียงแค่เฉพาะเอาไปแคมป์ปิ้งหรือลุยป่า คอนเทนต์นี้เราจึงได้ลองเอารถคันนี้ “ออกจากป่า มาสู่เมือง” กันดูบ้าง ซึ่งในการลองขี่ครั้งนี้ เป็นการลองใช้งานจริงสไตล์คนเมืองที่ใช้รถคันนี้เดินทางในวันหยุดพักผ่อน ขี่รถไปหาอะไรกิน นั่งชิล ถ่ายรูป โดยได้สัมผัสฟีลลิ่งการใช้งานที่มีมุมมองต่อรถคันนี้ที่เปลี่ยนไปจากเดิม
อันที่จริงมันก็ได้ฟีลดีนะเพราะกำลังของเครื่องยนต์ของเจ้ารถคันนี้ที่อยู่ในเกณฑ์กำลังใช้งานพอเหมาะพอมือ ด้วยเครื่องยนต์ 2 วาล์ว 4 จังหวะ ขนาด 115 ซีซี. อัตราเร่งเพียงพอต่อการใช้งานในเมือง สามารถควบคุมกำลังได้ด้วยตัวเองผ่านเกียร์วน 4 สปีดไม่ต้องบีบคลัชท์
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : YAMAHA PG-1 ใหม่ ปี 2025 เพิ่ม ABS ปรับดีไซน์ ราคา 57,500 บาท
จุดนี้จะว่าเป็นข้อสังเกตก็ใช่ในเรื่องที่ต้องมาเปลี่ยนเกียร์เองในยุคที่สตาร์ทแล้วแค่ บิด กับ เบรค ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยนเกียร์ แต่ในมุมมองของเรามองว่าการควบคุมรถได้ด้วยตัวเองกับจังหวะที่ตัวเองต้องการในการเชนจ์เกียร์ลงเพื่อเร่งแซงหรือจะเป็น Engine Brake ซึ่งสามารถตัดต่อกำลังได้ด้วยตัวเอง มันก็ได้ฟีลความสนุกในการขับขี่อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะในเมืองแบบนี้ที่มีรูปแบบการจราจรที่หลากหลาย

อีกส่วนหนึ่งที่ถือว่าเป็นข้อดีคือ ช่วงล่างของรถคันนี้ที่มีระยะยุบของโช้คเยอะทำให้การขับขี่ในเมืองซึ่งพื้นผิวถนนไม่ได้ราบเรียบตลอด เพราะอาจจะต้องเจอกับรอยต่อถนนที่ไม่เสมอกัน, ต้องเจอกับฝาท่อ, ต้องเจอกับผิวถนนขรุขระ สามารถขี่ผ่านได้อย่างสบายโช้คช่วยรับแรงกระแทกที่ส่งจากพื้นได้มาก ทำให้สามารถขี่รูดผ่านอุปสรรค์ได้ชิลชิลเลย
ส่วนตัวผู้ขับขี่มีความสูง 185 ซม. ระยะวางเท้าขณะจอดสามารถวางได้เต็มเท้า ส่วนเมื่อขับขี่ตำแหน่งท่านั่งดี การวางเท้าบนที่พักเท้าขนานกับพื้น ไม่เมื่อย ระยะห่างของแฮนด์กับขาเหลือเยอะเวลาที่บังคับเข้าโค้งหรือตอนกลับรถไม่ชิดติดขัดไม่มีปัญหา แต่ข้อสังเกตเมื่อเอารถอเนประสงค์คันนี้มาใช้ในเมืองมีจุดนึงคือ ความกว้างของแฮนดบาร์ที่กว้างและยกสูง ในช่วงเวลาที่มุดระหว่างรถติดอาจจะต้องใช้ความสามารถในการกะระยะเยอะหน่อยเวลารถเบียดกันมาก ๆ ต้องใช้ความชินกับตัวรถพอสมควรซึ่งถ้าชินแล้วก็คงไม่มีปัญหา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ส่วนลด 20% พร้อมติดตั้งฟรี ชุดแต่ง YAMAHA PG-1 ใหม่ 3 สไตล์
ส่วนเรื่องหน้าตาการดีไซน์นั้น ถือเป็นรถที่มีทรงอยู่ ไม่ได้ย้อนยุคดูโบราณ แต่ก็อาจจะไม่ใช่โมเดิร์นล้ำทันสมัย ซึ่ง ยามาฮ่า นิยามการออกแบบไว้คือ แฟชั่น เอ้าท์ดอร์ (Fashion Outdoor) ซึ่งจะขี่แบบเดิม ๆ ก็ดูเท่มีสไตล์ดีนะ หรือจะเอาไปแต่งเพิ่มตามสไตล์ของตัวเองก็โดดเด่นไปอีกแบบ โดยมีอุปกรณ์ตกแต่งของแบรนด์ก็มีมาก ที่เห็นเอาไปแต่ง ๆ กัน ก็มีตัวอย่างเช่น บังไมล์หน้า, บังโคลนหน้ายกสูง, แร็คหน้า–แร็คท้าย, การ์ดแฮนด์ อะไรประมานนี้ หรือจะเป็นอุปกรณ์จากสำนักแต่งต่าง ๆ (After Market) ก็มีเพียบ ถ้าจะข้ามไป Custom เลยก็เยอะ

รถคันนี้มาพร้อม ไฟหน้า–ไฟท้าย ทรงกลมคลาสสิค, แฮนด์บาร์กว้างและยกสูง, เบาะนั่งแยกส่วนหน้า–หลังระหว่างผู้ขับขี่กับคนซ้อน ส่วนหน้าจอเรือนไมล์ ดีไซน์ทรงกลมสไตล์คลาสสิค แสดงผลแบบดิจิทัล ทั้งตัวเลขแสดงความเร็ว, วัดรอบเครื่องยนต์, ตำแหน่งเกรียร์, ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง,ระยะทาง, อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน และไฟแจ้งการทำงานระบบเบรก ABS พร้อม จานเบรกขนาด 245 มม. และระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (ABS) บล็อกดอกยางใหญ่
ถ้าหากจะให้สรุปการเอารถคันนี้ “ออกจากป่า มาสู่เมือง” ต้องบอกว่าสามารทำได้ดีพอตัวเลย โดยเฉพาะช่วงล่างที่จะไปไหนก็ได้สบายหายห่วง กับ การออกแบบดีไซน์แบบ Fashion Outdoor ถือเป็นจุดเด่นและแตกต่างจากกระแสรถสกู๊ตเตอร์ที่มีอยู่บนท้องถนนซึ่งหากจะสร้างเอกลักษณ์เป็นของตัวเองก็ทำได้อย่างง่ายสามารถสร้างบุคลิกสะท้อนตัวตนไม่เหมือนใครบนถนนได้ชัดเจน
ดังนั้น รถคันนี้จึงเหมาะสำหรับ “ผู้ที่มีสไตล์” มีบุคลิกเฉพาะตัวซึ่งไม่ว่าใครก็แตกต่างได้ไม่แม้กระทั่ง ไรเดอร์, เดลิเวอรี่ ก็เอาไปแต่งวิ่งใช้งานแบบมีสไตล์ได้ หรือจะเป็นพนักงานบริษัทขี่เดิม ๆ หรือแต่งนิด ๆ สำหรับใช้งานในชีวิตประจำวันหรือจะแต่งเต็มเผื่อไว้สำหรับออกทริปแบบเดียวกันนี้ในวันหยุดก็เท่ได้ หรือจะเป็นนักเรียนนักศึกษารวมถึงผู้ใช้งานทั่วไปคันนี้ก็เข้าถึงได้ง่ายกับราคาค่าตัว 57,500 บาท โดยเมื่อเทียบราคากับคู่แข่งในตลาดนั้นคันนี้สามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากโข หากคำนวนส่วนต่างหลักหลายหมื่นบาทคันนี้ก็ถือว่ามีแต้มต่อดีพอสมควร ที่จะเก็บเงินส่วนต่างไว้เป็นเงินฉุกเฉินหรือจะเอาไปตกแต่งเพิ่มเติมตามสไตล์ของตัวเองก็ทำได้ตามต้องการ





