บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “Toyota Trusted Services Open House III” เปิดบ้านพาสื่อมวลชนเข้าชมโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ ฐานการผลิตรถยนต์ระดับโลกทั้งสายการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาป และ สายการผลิตรถกระบะไฟฟ้า Hilux Travo-e ที่ผลิตเพื่อรองรับตลาดภายในประเทศและการส่งออก โดยมีรายละเอียดดังนี้
- ไลน์ประกอบรถเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งทำการประกอบรถยนต์โตโยต้า ได้แก่ รถกระบะ HILUX และรถอเนกประสงค์ FORTUNER รวมถึง LAND CRUISER FJ
- ไลน์ประกอบรถกระบะไฟฟ้า ซึ่งทำการประกอบรถยนต์โตโยต้า รุ่น Hilux Travo-e
โรงงานประกอบรถยนต์ โตโยต้า บ้านโพธิ์ เป็นประกอบรถยนต์แห่งที่ 3 ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา บนเนื้อที่กว่า 1,500 ไร่ โดยเริ่มเปิดสายการผลิตเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2550 มีกำลังการผลิตในระยะแรก 100,000 คันต่อปีทำการประกอบรถกระบะไฮลักซ์เพื่อตลาดภายในประเทศและการส่งออก
สำหรับโรงงานบ้านโพธิ์ เป็นโรงงานแห่งความยั่งยืนติด 1 ใน 5 อันดับ จากโตโยต้าทั่วโลก ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีกระบวนการผลิตรถยนต์ ภายใต้มาตรฐาน TOYOTA PRODUCTION SYSTEM ประกอบด้วย 6 สายการผลิตหลัก พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างระบบอี–คัมบัง (E-KANBAN) มาใช้ในการบริหารจัดการสินค้าคงคลังและระบบขนส่งแบบเรียลไทม์ ช่วยให้การผลิตเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า
ระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS) ประกอบด้วย 2 เสาหลัก คือ
- JUST IN TIME คือการผลิตรถยนต์ตรงตามเวลาและปริมาณตามความต้องการของลูกค้าเท่านั้น
- JIDOKA คือการรับประกันคุณภาพที่ทุกฝ่ายทั้งโตโยต้าและผู้ผลิตชิ้นส่วนต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนดไว้โดยไม่มีข้อยกเว้น
อีกทั้งโตโยต้าตรวจกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนด้วย ระบบ POKAYOKE ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่คอยตรวจจับสิ่งผิดปกติหรือข้อผิดพลาด
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : โตโยต้า ทุ่ม 5,200 ล้านบาทขึ้นไลน์ผลิต Toyota Land Cruiser FJ ในไทย
สำหรับ กระบวนการผลิตรถยนต์ ของ โตโยต้า มีดังนี้
- โรงปั๊มชิ้นส่วน ผลิตชิ้นส่วนตัวถังโดยการขึ้นรูปทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความสามารถในการผลิต 2,380 ชิ้นต่อชั่วโมง ทั้งนี้โรงงานปั๊มชิ้นส่วนตัวถังยังมีระบบการควบคุมคุณภาพที่คำนึงถึงคุณภาพเป็นหลักในทุกกระบวนการผลิต
- โรงเชื่อมตัวถัง เชื่อมโครงสร้างตัวถังด้วยระบบหุ่นยนต์แทนกลที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์สำหรับการเชื่อมโครงสร้างตัวถัง เพื่อให้มีความถูกต้องและแม่นยำสูงสุด
- โรงพ่นสีโตโยต้าเป็นผู้ผลิตรายแรกของประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงในการพ่นสีรถยนต์โดยใช้น้ำเป็นตัวทำละลายซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- โรงฉีดขึ้นรูป โรงฉีดชิ้นส่วนพลาสติกมี 3 กระบวนการหลัก คือ กระบวนการฉีดชิ้นส่วนพลาสติก โดยสามารถผลิตชิ้นงานได้เร็วกว่าเครื่องฉีดปกติ กระบวนการผลิตโฟมของคอนโซลรถยนต์ และกระบวนการพ่นสีโดยใช้พนักงานที่มีทักษะสูงในการพ่นสีชิ้นส่วน
- โรงประกอบรถยนต์ ชิ้นส่วนภายในตัวรถ เช่น ระบบปรับอากาศ เบาะนั่ง เข็มขัดนิรภัย และชิ้นส่วนภายนอกตัวรถ เช่น กันชน ไฟหน้า เครื่องยนต์ รวมไปถึงล้อรถและชิ้นส่วนระบบช่วงล่างของตัวรถ จะถูกประกอบเข้ากับตัวรถที่ผ่านขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ โดยถูกติดตั้งที่โรงประกอบแห่งนี้ พร้อมทั้งทดสอบและตรวจคุณภาพก่อนที่จะส่งให้ลูกค้าต่อไป
ระบบการตรวจสอบคุณภาพ เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้นำเทคโนโลยีการควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบมาใช้ในทุกขั้นตอน ตลอดทั้งกระบวนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด โดยแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ดังนี้
1.การตรวจสอบคุณภาพภายในกระบวนการผลิต
การตรวจสอบคุณภาพในแต่ละสถานีการทำงานจะมีระบบการควบคุม เพื่อไม่ให้ปัญหาทางด้านคุณภาพถูกส่งต่อไปยังกระบวนการถัดไป หากมีสิ่งที่ผิดปกติ อาทิ ข้อผิดพลาดหรือการทำงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ระบบการผลิตจะหยุดในจุดที่กำหนด เพื่อให้เกิดการแก้ไขทันที และส่งมอบชิ้นงานที่มีคุณภาพไปยังกระบวนการถัดไป
2.การตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย
เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานการตรวจสอบขั้นสุดท้ายจึงเป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดและพิถีพิถันโดยพนักงานที่มีความชำนาญจะทำการตรวจสอบครอบคลุมทุกระบบตั้งแต่การประกอบชิ้นส่วนการตั้งค่าการทำงานของระบบต่างๆรวมถึงการทดสอบการขับขี่จริงในสนามทดสอบเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลก
ทั้งนี้ ปัจจุบัน Toyota มีกำลังการผลิตเฉลี่ยสูงสุดต่อปีอยู่ที่ราว 770,000 คัน (ข้อมูล ณ มีนาคม พ.ศ. 2569) ถือเป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญระดับโลกของเครือข่ายโตโยต้า โดยมียอดการผลิตรวมเป็นอันดับ 2 ของโรงงานโตโยต้าทั่วโลก (นอกประเทศญี่ปุ่น) มีโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยรวมจำนวน 3 แห่งครอบคลุมการผลิตทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถเพื่อการพาณิชย์
ขณะที่ ปัจจุบัน มีบุคลากรจำนวน 13,207 คน (ข้อมูล ณ เมษายน พ.ศ. 2569) ดำเนินธุรกิจครอบคลุมทั้งการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ พร้อมเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรวมกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ มีนาคม พ.ศ. 2569) ครอบคลุมในทุกภูมิภาคของประเทศไทย






















