GWM (Thailand) ประกาศยอดขายรถยนต์ของบริษัทประจำปี 2568 มีตัวเลขรวมอยู่ที่ 18,096 คัน เติบโต 146% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสามารถทำสถิติยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปีตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า ยอดขายรวมในปี 2568 จำนวน 18,096 คันนั้น มาจาก GWM TANK 300 จำนวนทั้งสิ้น 7,574 คัน เติบโต 1,146% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ GWM ORA Good Cat มียอดขายทั้งหมด 7,080 คัน เติบโตขึ้น 142% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งยอดขายรวมของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นเป็นยอดขายรวมรายปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งผลให้บริษัทมีอัตราเติบโตที่ดีในปี 2568 แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะมีความท้าทายก็ตาม แต่ปัจจัยที่ส่งให้ให้เติบโตมาจาก 4 ด้านได้แก่
- การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน สร้างโอกาสทางการขายให้กับ GWM ในหลากหลายเซ็กเมนต์ซึ่งครอบคลุม 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2568 GWM (Thailand) มีการแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ และเทคโนโลยีระบบไฮบริดขับเลื่อน 4 ล้อ โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 6 รุ่น ซึ่ง 3 รุ่นอยู่ภายใต้ GWM Diesel Family ทั้ง GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel อีก 2 รุ่นในกลุ่มคอมแพกเอสยูวี ได้แก่ GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV และ WEY G9 Hi4 Ultra รถยนต์เอ็มพีวีระดับลักชัวรี่ ซึ่งรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นนี้ ถือเป็นเหตุผลสำคัญของความสำเร็จของ GWM ที่มอบคุณภาพและความคุ้มค่าที่ตอบความต้องการผู้ใช้ชาวไทย
- การรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง (User-Centric) ถือเป็นกลยุทธ์ที่ GWM ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การนำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เข้ามาในรถยนต์ตระกูล GWM TANK การปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งานหรือการเพิ่มฟังก์ชันต่างๆเข้ามาในรถยนต์ที่สร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้

- การพัฒนาด้านบริการหลังการขายอย่างจริงจัง ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมามีการยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรมครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการอะไหล่การเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของช่างเทคนิคและระบบประเมินคุณภาพงานบริการการรับประกันการซ่อมบำรุงรวมถึงการสร้างระบบและทีมงานเต็มรูปแบบในการรับฟังและบริหารจัดการปัญหาต่างๆของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ
- การขายราคาเดียวและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ (One-Price Policy) GWM ได้มีนโยบายการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจวบจนถึงปัจจุบัน และในปี 2569 ก็ยังยึดถือการบริหารงานด้วยนโยบายราคาเดียวต่อไปอย่างเคร่งครัด ภายใต้ระบบการบริหารเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี GWM application เป็นศูนย์กลางของการขายและการชำระค่าสินค้าไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์สโตร์ใดในจังหวัดใดลูกค้าก็จะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันที่กำหนดจากส่วนกลางเหมือนกันทั่วประเทศลดข้อกังวลของลูกค้าแบบเดิมๆที่ต้องตรวจสอบราคาและข้อเสนอจากดีลเลอร์หลากหลายเจ้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบกันป้องกันการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 บริษัทยังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับฟังเสียงจากลูกค้า การบริการหลังการขาย และการรักษานโยบายราคาเดียว ซึ่งขอยืนยันว่า GWM จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดีที่สุด ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ของ GWM





