นาย เฉา เฟิง ผู้จัดการทั่วไป GEELY RIDDARA THAILAND เปิดเผยว่า ยอดขายปี 2568 บริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 1,000 คัน ในปีแรก โดยปีนี้ตั้งเป้าโต 3-5 เท่า จากปีก่อนหน้าหรืออยู่ที่ 3,000 คัน ซึ่งปัจจุบันการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในประเทศไทยค่อนข้างรุนแรงแต่ยังมีโอกาสทางการตลาดจากการตอบรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของผู้บริโภคในประเทศไทย
ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 ปีนี้คาดว่าจะมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ลงสู่ตลาดเพิ่มอีก 1 รุ่น เพื่อให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ซึ่งจะโฟกัสที่เทคโนโลยีไฟฟ้าเป็นหลัก แม้ว่าในประเทศจีนจะมีการวางจำหน่ายเทคโนโลยีเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) แล้วแต่ในประเทศไทยบริษัทจะโฟกัสรถยนต์ไฟฟ้าเป็นหลัก
“สำหรับกลยุทธ์ที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ในปีนี้จะมาจาก 2 กลยุทธ์ได้แก่ การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ และ การมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กรรวมถึงหน่วยงานราชการ”
นอกจากนั้น มีแผนการขยายคลังอะไหล่เพิ่มขึ้นเป็น 1,200 ตารางเมตร ในปี 2569 รองรับการสต๊อกอะไหล่เพิ่มเป็นมากกว่า 30,000 ชิ้น หรือมากกว่า 2,000 รายการ รวมถึงแผนการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการปี 2569 จะเพิ่มเป็น 38 แห่งทั่วประเทศ จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 12 แห่ง พร้อมยกระดับการให้บริการหลังการขายด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตอบรับภายใน 5 นาที และเดินทางถึงสถานที่ภายใน 30 นาที
ขณะที่ ปี 2570 บริษัทมีแผนการเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ (ตอนเดียว) ราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายสำหรับผู้ประกอบการ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและทดลองผลิตภัณฑ์ ซึ่งประเทศไทยจะเป็นประเทศแรกที่ใช้สำหรับเปิดตัวเพื่อทำตลาด
สำหรับ ความเป็นไปได้ในการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยบริษัทจะต้องพิจารณาจากปริมาณยอดขายในประเทศไทยต้องไม่ต่ำกว่า 3,000 คัน/ปี ถึงจะเริ่มมีความคุ้มค่าในด้านการลงทุน พร้อมกันนี้นอกเหนือจากการประกอบในประเทศไทยแล้วนั้นยังมีความเป็นไปได้ในการพิจารณาการประกอบรถยนต์พลังงานอื่น ๆ ในประเทศไทยอย่าง PHEV อีกด้วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : RIDDARA ถอดบทเรียน 1 ปีความท้าทายในตลาดกระบะไฟฟ้าประเทศไทย
นาย เฉา เฟิง กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของรถกระบะนอกประเทศจีนซึ่งบริษัทให้ความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเพื่อจำหน่ายและส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวการย้ายสำนักงานใหญ่ในประเทศไทยออกจากใจกลางเมืองไปยังโชว์รูมแฟลกชิปสโตร์ย่านลำลูกกาเป็นกลยุทธ์ในการเข้าใจผลิตภัณฑ์และใกล้ชิดกับลูกค้าที่มีความแตกต่างจากรถยนต์ประเภทอื่นๆซึ่งเป็นนโยบายจากทางสำนักงานใหญ่





