TESLA (เทสลา) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติอเมริกันที่ลงสู่ตลาดในประเทศไทยมาราว 3 ปี ถึงวันนี้พันธกิจของบริษัท (Mission) ทั่วโลก ได้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ “การสร้างโลกที่สมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง” ตามแนวคิดของ Elon Musk ผู้ก่อตั้ง ที่มุ่งเน้นการยกระดับและพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ที่ไม่หยุดนิ่งเพียงเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการทรานซ์ฟอร์มตัวเองไปสู่ Physical AI Company พร้อมการใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติ (Autonomous) และ หุ่นยนต์ (Humanoid Robots) มาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางและขนส่ง (Transportation) อย่าง Tesla Robotaxi และ Tesla Optimus ที่มีแผนจะขยายไปยังตลาดนอกสหรัฐอเมริกาในอนาคต
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : TESLA Model 3 ราคาอย่างเป็นทางการ : 1,149,000 – 2,099,000 บาท | เพิ่มรุ่น Standard ถูกที่สุด เท่าที่เคยมีมา
สำหรับ ประเทศไทย เทสลา บริษัทแม่และสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคได้ให้ความสำคัญต่อตลาดนี้เป็นอย่างมากจากความพร้อมในการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงอัตราการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและโซเชียลมีเดีย เป็นตัวสะท้อนอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อตลาด รวมถึงการขยายตัวของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ล่าสุดในปี 2569 บริษัทแม่และสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคของ เทสลา ได้มีการแต่งตั้งผู้จัดการประจำประเทศไทยคนแรกที่เป็นชาวไทยพร้อมทีมงานชาวไทย เพื่อความเข้าใจตลาดและตอบสนองผู้บริโภค

Autolifethailand ได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษ “พิชญุตม์ วงศ์พัฒนาสิน” ผู้จัดการประจำประเทศไทยคนแรก ที่พร้อมรับฟังความต้องการของผู้บริโภค และเป้าหมายการเข้าถึงและเข้าใจผู้บริโภคที่ใช้รถยนต์แบรนด์นี้มากยิ่งขึ้น โดยภารกิจเร่งด่วนคือการขยาย เทสลา เซ็นเตอร์ ให้กระจายออกสู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด 4 แห่ง ใน ภาคเหนือ, ภาคใต้, ภาคตะวันออก และ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) ภายในไตรมาส 3/2569
พร้อมกันนี้ มีแผนที่จะทำธุรกิจรถมือสอง (Trade-in) ภายใต้การบริหารงานของ เทสลา เพื่อสร้างระบบนิเวศให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น จากที่ผ่านมาบริษัทใช้บริษัทบุคคลที่ 3 ในการเข้ามารับดำเนินการดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้จะอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
นอกจากนั้น บริษัทมีแผนการทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ (พาร์ทเนอร์) ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัยรวมถึงการใช้ฐานข้อมูลต่างๆทั้งศูนย์ซ่อมสีและตัวถังและการสต๊อกอะไหล่อีกทั้งราคาซ่อมเพื่อให้ราคาประกันภัยรถยนต์ของเทสลามีราคาที่เป็นมิตรมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทได้มีการพิจารณาความเป็นไปได้ในการซื้อการรับประกันตัวรถ (Warranty) เพิ่มขึ้นหลังจากตัวรถครบอายุการรับประกันแล้ว เนื่องจากปัจจุบันการเข้ามาทำธุรกิจของ เทสลา ในประเทศไทย เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งใกล้ครบอายุของตัวรถที่มีการรับประกัน 4 ปี หรือ 80,000 กิโลเมตร
ที่ผ่านมา 3 ปี บริษัทส่งมองรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยไปแล้วกว่า 21,000 คัน ซึ่งเมื่อพิจารณาอัตรการเติบโตของธุรกิจมีการเติบโตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่นั้นจะเป็นไปตามสิ่งที่เปิดตัวในระดับโลกที่มีโอกาสนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเช่นกัน
ปัจจุบันบริษัทมีการขยาย Supercharger แล้วจำนวน 41 แห่ง, Destination Charging จำนวน 15 แห่ง, Experience Center 5 แห่ง, Service Center 4 แห่ง Tesla Center มี 2 แห่ง รวมถึงมีบริการ Mobile Service
พิชญุตม์ กล่าวว่า ด้านเทคโนโลยี Full-Self Drive (FSD) ปัจจุบันรถยนต์เทสลาทุกคันในช่วง 1-2 ปี ที่มีการส่งมอบไปให้กับลูกค้าแล้วนั้นมีการติดตั้งฮาร์ดแวร์รองรับเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว แต่ต้องรอการเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการจากบริษัทแม่ที่จะต้องมีการเจรจาด้านข้อกฎหมายกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละประเทศ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวมีการให้บริการแล้วใน 8 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนนาดา, เม็กซิโก, ปอร์โตริโก้, จีน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และ เกาหลี
ส่วน Humanoid Robots เจเนอเรชั่นที่ 3 มีแผนการเริ่มผลิตในช่วงปลายปี 2569 นี้ กำลังการผลิตรวม 1 ล้านตัว/ปี โดยมุ่งเป้าในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) เป็นอันดับแรก เพื่อใช้ในธุรกิจด้านสุขภาพ, ธุรกิจบริการ เป็นต้น ซึ่งมีแผนที่จะขยายไปยังตลาดต่างประเทศซึ่งมีโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีข่าวดีสำหรับประเทศไทย








