slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
Homeข่าวสารข่าวรถยนต์ปิดตำนาน 19 ปี Hatchback สุดฮิตในไทย ! Honda Jazz ยุติการผลิตแล้ว ในปี 2022 นี้...

ปิดตำนาน 19 ปี Hatchback สุดฮิตในไทย ! Honda Jazz ยุติการผลิตแล้ว ในปี 2022 นี้ ! แทนที่ด้วย City

Honda Jazz GD (1st Generation) เปิดตัวครั้งแรกในโลกเดือน มิถุนายน 2001 ที่ประเทศญี่ปุ่น (ในญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า Honda Fit และ เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย เดือน พฤศจิกายน 2003 หรือ ตามหลังตลาดโลกราวๆ 2 ปีกว่าเลยทีเดียว ใช้พื้นฐานร่วมกับ Honda City (หรือในบ้านเรา หลายคนเรียกมันว่า City แมลงสาป) ใช้ Slogan ติดหู ” Jazz Up Your Life ”

Honda Jazz เป็นการกลับมาเปิดตลาดรถ Hatchback ในกลุ่ม B-Segment Sub-Compact Cars ในประเทศไทยให้ฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองอีกครั้ง หลังจากสมัยก่อนหลายคนคงรู้จักเจ้ารถประเภทนี้จาก Toyota Starlet, Suzuki Fronte ที่ล้มหายตายจากไปในช่วงก่อนปี 2000

Jazz GD มีทางเลือก 2 เครื่องยนต์ คือ

  • i-DSI ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลัง 88 แรงม้า จับคู่เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Steermatic โปรแกรมอัตราทดเกียร์ 7 จังหวะ ที่พวงมาลัย

หลังจากนั้นมีการเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์ใหม่ ในเดือนธันวาคม 2004

  • VTEC ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลัง 110 แรงม้า มีเฉพาะเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ Steermatic จุดสังเกตง่ายๆคือ เสาอากาศจะอยู่ที่ด้านหลัง และ ภายในห้องโดยสารโทนสีดำ กับ Slogan ” The Fun Never Stops “

จุดเด่นของ Honda Jazz คือ เบาะนั่งด้านหลังแบบ ” ULTRA SEAT ” ที่สามารถพับ และ ปรับได้หลากหลายรูปแบบ อเนกประสงค์ที่สุดในรถขนาดเดียวกันในสมัยนั้น ไม่ว่าจะเป็น Utility Mode / Long Mode / Tall Mode / Refresh Mode วางได้ทั้งของชิ้นยาว และ ทรงสูง

Honda Jazz GD 1st Generation ในไทย มีสีชมพูให้เลือก ถือว่าแปลกใหม่ในสมัยนั้น และ รุ่นพิเศษตามวาระต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Jazz Sport Version / Jazz Cool / Jazz Plus / Jazz Safety / Jazz X-Treme / Jazz Cool II ราคาเริ่มต้นที่ 542,000 บาท จนไปถึง 725,000 บาท ในรุ่นพิเศษตัวท้ายๆของโมเดล

จนมาถึงการ Minorchange ในเดือน กุมภาพันธ์ 2006 มีรุ่น Top สุดอย่าง SV ที่ปรับดีไซน์ภายนอกให้แตกต่างเล็กน้อยจากรุ่นอื่นๆ ใช้สีเหลือง Helios Yellow Pearl สื่อสารการตลาด


 

Honda Jazz GE (2nd Generation) เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ญี่ปุ่นในงาน Tokyo Motor Show เมื่อเดือน ตุลาคม 2007 และ เปิดตัวตามมาในไทย เดือน มีนาคม 2008 คราวนี้ห่างจากตลาดโลกเพียง 5 เดือน เท่านั้น ในรุ่นที่แล้วเคยใช้ พอลล่า เทเลอร์ เป็น Presenter / Brand Ambassador ในรุ่นใหม่ GE ก็ใช้ มาริโอ้ เมาเร่อ ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก กับ Slogan ” I’m So Jazz ”

Jazz GE 2nd Generation ใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ เปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ แบบ Torque Converter 5 จังหวะ แทน CVT ในรุ่นเดิม ราคา 550,000 – 695,000 บาท ตบท้ายด้วยรุ่นพิเศษ Jazz Active Plus ในเดือน กรกฎาคม 2010

เวลาล่วงเลยไป Jazz GE Minorchange เปิดตัวในไทย เดือน มกราคม 2011 ตามหลังประเทศญี่ปุ่นเพียง 3 เดือน ที่เปิดไปก่อนหน้าในเดือน ตุลาคม 2010

ผ่านไปไม่นาน เกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัย 2554 หรือน้ำท่วมใหญ่ปี 2011 ในช่วงเดือน กันยายน – ตุลาคม มวลน้ำได้เข้าท่วมโรงงานผลิตรถยนต์โรจนะ จ.อยุธยา จึงทำให้ Honda เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัย จึงทำให้ต้องนำเข้ารถจากญี่ปุ่นมาขายแทน ทำให้เกิดชื่อรุ่น ” Jazz Japan “ ในไทยนั่นเอง

Honda Jazz JP (GE : Japan) แตกต่างจากรุ่นปกติทั่วไปคือ ติดตั้งถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย), ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบดิจิตอล และ สีส้มเข้ม Orange Sunset ที่ต่างจากส้มของไทย ด้วยราคา 747,000 บาท

ในเดือน กรกฎาคม 2012 Honda ประเทศไทย เซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว Jazz Hybrid IMA ถือเป็นรถยนต์ Hybrid รุ่นแรกในกลุ่ม B-Segment Sub-Compact ที่ใช้ขุมพลังแบบลูกผสม เคาะราคา 768,000 บาท

ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร i-VTEC 88 แรงม้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า IMA 14 แรงม้า และ ปิดท้ายโฉม GE ด้วยรุ่นพิเศษ Jazz Modulo เปิดตัวในเดือน มกราคม 2013


 

Honda Jazz GK (3rd Generation) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่นเดือน กันยายน 2013 และ เปิดตัวตามมาในประเทศไทย 22 พฤษภาคม 2014 (พ.ศ.2557) ซึ่งตรงกับวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครอง และ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 จนถึงปัจจุบัน

Honda Jazz GK ณ วันเปิดตัวใช้สีเหลือง Attract Yellow Pearl เป็นสีโปรโมท สื่อสารการตลาด มีให้เลือก 6 รุ่นย่อย ราคา 555,000 – 754,000 บาท มีทั้งเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ และ เกียร์อัตโนมัติ CVT ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ SOHC i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 73.0 x 89.4 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 10.3 : 1 กำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที รองรับน้ำมันสูงสุด E85

มีการเปิดตัวรุ่น Minorchange ในเดือน พฤษภาคม 2017 ปรับเปลี่ยนชื่อรุ่นย่อย จาก SV / SV+ เป็น RS / RS+ และ ถือเป็นรุ่นแรกๆของ Honda ประเทศไทย ที่ใช้ชื่อรุ่น RS เป็นรุ่น Top และ มีการตกแต่งให้แตกต่างจากรุ่นย่อยอื่นๆ

จนมาถึง Honda Jazz GK รุ่นสุดท้ายในประเทศไทย ในล็อตสุดท้ายที่เปิดตัวในเดือน พฤศจิกายน 2021 (MY2021) มีการเพิ่มสีเทา Sonic Grey Pearl ผลิตจำนวนจำกัด 1,500 คัน เฉพาะรุ่น S CVT / V+ / RS  และ ยกเลิก สีตัวถังภายนอก สีส้มมุก Phoenix Orange Pearl

  • 1.5 S MT  555,000 บาท
  • 1.5 S CVT  594,000 บาท
  • 1.5 V CVT  654,000 บาท
  • 1.5 V+ CVT  694,000 บาท
  • 1.5 RS CVT  739,000 บาท
  • 1.5 RS+ CVT  754,000 บาท


 

Honda Jazz GR (4th Generation) เปิดตัวไปแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือน ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา ในงาน Tokyo Motor Show ในเวลานั้น มีข่าวลือออกมาพร้อมกันว่า ตลาดอาเซียน และ เอเชีย นอกเหนือจากญี่ปุ่น จะแยกตัวถังกัน ไม่ใช่ Global Model อีกต่อไป เส้นสายตัวถัง และ แนวทางการดีไซน์ของ All NEW City Hatchback ที่ใช้แพลตฟอร์มเดียวกับ City Sedan 4 ประตู และ Jazz ที่ญี่ปุ่น ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

จนวันนี้ เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า Honda Jazz ในประเทศไทย และ อีกหลายประเทศทั่วโลก จะยกเลิกการทำตลาด Jazz แทนที่ด้วย ” City Hatchback “ สงวนสิทธิ์ Jazz ไว้เฉพาะ ญี่ปุ่น และ ยุโรปบางประเทศเท่านั้น

เหตุผลไม่ใช่อะไรอื่นไกล นอกเสียจาก Honda ต้องการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้ได้มากที่สุด เนื่องจาก Honda Jazz ไม่สามารถแชร์ชิ้นส่วนกับ City Sedan ได้มากนัก การเปิดตัว City Hatchback สำหรับตลาดอาเซียน ถือเป็นการบริหารจัดการชิ้นส่วนได้ดีกว่าในเรื่องของ Economy of Scale สั่งมาก ผลิตมาก ต้นทุนก็ยิ่งถูกลงนั่นเอง

โดยในประเทศไทยมีการปิดสายการผลิตของ Honda Jazz GK เป็นที่เรียบร้อยในเดือน เมษายน 2565 ที่ผ่านมา เหลือสต๊อกตามโชว์รูม เพียงไม่กี่คันเท่านั้นในตอนนี้ และ ถูกแทนที่ด้วย City Hatchback ที่มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 TURBO และ e:HEV เบนซิน 1.5 Hybrid ราคาเริ่มต้น 599,000 – 849,000 บาท เปิดตัวไปเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา


City TURBO

เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว 988 ซีซี. ระบบแปรผันวาล์ว ทั้งแบบ VTEC และ Dual VTC พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ช่วงชัก 73.0 x 78.7 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.0 : 1  พละกำลังสูง 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT  ขับเคลื่อนล้อหน้า รองรับน้ำมัน E20

  • 1.0 TURBO S+ CVT  599,000 บาท
  • 1.0 TURBO SV CVT  675,000 บาท
  • 1.0 TURBO RS CVT  749,000 บาท

City e:HEV

เครื่องยนต์รหัส LEB-MMD เบนซิน 4 สูบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี. กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 73.0 x 89.5 มิลลิเมตร  พละกำลังสูงสุด 98 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 127 นิวตันเมตร ที่ 4,500 – 5,000 รอบ/นาที รองรับน้ำมันสูงสุด E20 แบตเตอรี่ Lithium-ion

ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว พละกำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 3,500 – 8,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร ที่ 0-3,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT

  • e:HEV RS (Hybrid i-MMD)  839,000 บาท

เก่าไป…ใหม่มา เป็นสัจธรรมของชีวิต และ เช่นเดียวกันกับ Honda Jazz ที่ต้องปิดตำนานในไทย ด้วยระยะเวลาทั้งสิ้น 19 ปี กับ 3 รหัสตัวถัง Jazz GD / Jazz GE / Jazz GK สร้างตำนาน สร้างความทรงจำ สร้างความประทับใจ ให้กับลูกค้าชาวไทย และ เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้สัมผัส Honda Jazz กันบ้างไม่มากก็น้อย

สวัสดี…Honda Jazz


เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย www.autolifethailand.tv


 

- Advertisement -spot_img
Slide 2
Slide 2
previous arrow
next arrow

Stay Connected

330,000FansLike
6,955FollowersFollow
153,000FollowersFollow
319FollowersFollow
994,000SubscribersSubscribe
- Advertisement -spot_img

Must Read

Related News