ประธาน CHERY Group ย้ำมาตรการส่งเสริมในไทยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา อาจจะยังสั้นไปที่ยังไม่สร้างซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเทียบกับในประเทศจีนที่ต้องใช้เวลากว่า 10 ปี
นายเซดริก ชุย (Mr. Cedric Cui) ประธาน เชอรี Chery Group (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังการเปิดตัว JAECOO 6T REEV เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ว่า การที่มาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV3.5) จะสิ้นสุดลงในปี 2569 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ และ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) จะมีการหารือร่วมกันเพื่อผลักดันมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในระยะถัดไป หรือ EV4.0
ทั้งนี้ ในประเทศจีนภาครัฐได้มีการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมให้หันมาใช้รวมถึงระบบห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) โดยใช้ระยะเวลามากกว่า 10 ปี โดยเมื่อเทียบกับในประเทศไทยที่มีมาตรการ EV3.0 และ EV3.5 นับตั้งแต่ปี 2565-2570 ยังถือเป็นระยะเวลาที่ยังสั้นและยังไม่สามารถสร้างให้เกิดการลงทุนในระบบห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลายเชน) ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยได้
“ในปีถัดไปที่มาตรการสนับสนุนจะสิ้นสุดลงและหากรัฐบาลไม่สนับสนุนส่งเสริมต่อ บริษัทจะมุ่งเน้นและเร่งการพัฒนาการผลิตในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและสะท้อนให้เห็นถึงความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ภายใต้การผลิตของกลุ่มบริษัท”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : JAECOO 6T REEV ราคาอย่างเป็นทางการ : 879,900 – 979,900 บาท | 1.5 เทอร์โบ ปั่นไฟ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า
สำหรับ กลุ่มบริษัทไม่ได้มองเพียงเฉพาะยอดขายเพียงอย่างเดียวแต่มองถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลงทุนตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยได้มีการเริ่มเดินสายพานการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศไทยเป็นหลักและมีแผนที่จะผลิตเพื่อการส่งออกในอนาคต
ขณะเดียวกัน ในอนาคตอันใกล้บริษัทมีแผนการเพิ่มเครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ในประเทศไทย โดยพยายามมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์และความคุ้มค่าด้านราคาให้กับผู้บริโภคในประเทศไทย
แหล่งข่าวจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวกับ Autolifethailand ว่า เบื้องต้นสมาคมฯ ยังไม่มีการพูดคุยหารือกับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนอย่างเป็นทางการถึงมาตรการ EV4.0 โดยมาตรการ EV3.5 ที่จะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปี 2570 นั้น หากจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขสิ่งใดจะต้องมีการแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 1 ปี (ยกเว้นการเปลี่ยนแปลงด้านภาษี)
ทั้งนี้ ยอมรับว่าสมาคมฯ ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รวมถึงตัวแทนจากภาคส่วนต่าง ๆ ถึงมาตรการสนับสนุนในระยะถัดไปสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเบื้องต้นจะมุ่งเน้นการส่งเสริมการพัฒนาให้เกิดการสร้างเทคโนโลยีของตัวเองในประเทศไทย โดยความเป็นไปได้ที่จะเกิดเทคโนโลยีของตัวเองในประเทศไทยได้คือ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะต้องรอข้อสรุปที่จัดเจนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
“ส่วนประเด็นภายหลังการสิ้นสุดมาตรการ EV3.5 แล้วนั้น หากจะมีการสนับสนุนต่อเนื่องสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (4 ล้อ) นั้นอาจไม่ใช่เรื่องการสนับสนุนของตัวเงิน แต่จะเป็นการสนับสนุนด้านการผลิตและเทคโนโลยีในระยะยาว”






