วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการเรียกคืน (Recall) Volvo EX30 รถยนต์ไฟฟ้า 100% จำนวน 1,668 คัน ให้เข้ามาเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery) ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันสามารถเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่เสร็จสิ้นแล้วจำนวน 92% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ และมีลูกค้าในสัดส่วนราว 5% ของรถยนต์ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ที่ปฏิเสธการเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือยังไม่ได้เข้ารับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่
“คริส เวลส์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ ประเทศมาเลเซีย พร้อมด้วย ภัทรพงษ์ อาชะปาละศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ ถนอมศักดิ์ สันทนาประสิทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค และบริการหลังการขาย บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ว่า ภายในสัปดาห์นี้การเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่สำหรับลูกค้าที่ยินยอมเข้ามารับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่จะเสร็จสิ้นครบจำนวน สำหรับในสัดส่วน 5% ที่เหลือนั้นมีหลายกรณี อาทิ การติดภารกิจการเดินทางต่างประเทศ, ไม่สะดวกนัดเข้ารับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่, มีบางรายปฏิเสธการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ รวมถึง บางส่วนเลือกที่จะดำเนินการทางกฎหมายไปยังหน่วยงานราชการ

ทั้งนี้ บริษัทยืนยันว่าบริษัทพยายามติดต่อลูกค้าทุกรายเพื่อทำนัดหมายเข้ารับการบริการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ และได้มีการติดตามการใช้งานของลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้ามารับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ ผ่านการเก็บข้อมูลในระบบคลาวด์ (Cloud) พร้อมได้มีการแจ้งเตือนและย้ำด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ รวมถึงการนำเลขตัวถัง (VIN No.) ของลูกค้าที่ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่หรือการปฏิเสธการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ แจ้งให้กับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ให้ได้รับทราบเช่นเดียวกัน
“เราไม่สามารถบังคับให้ลูกค้าทุกคนเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ แต่ในความตั้งใจของเราต้องการที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าทุกคนและทุกคัน ซึ่งได้เตรียมความพร้อมของโมดูลแบตเตอรี่สำหรับรถทุกคันที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งบริษัทยังคงแนะนำให้ลูกค้าเข้ารับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่”
ขณะที่ ปัจจุบัน Volvo EX30 ยังคงอยู่ระหว่างการหยุดจำหน่ายชั่วคราวทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย พร้อมกันนี้บริษัทยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในทุกด้านเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด โดยตลอดช่วงที่ผ่านมาได้มีการทดสอบความปลอดภัยซึ่งผ่านมาตรฐานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการส่งผลการทดสอบต่าง ๆ ให้กับภาครัฐและคาดหวังว่าจะสามารถกลับมาจำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวอีกครั้งหลังจากนี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘คริส เวลส์’ ผู้บริหารวอลโว่ให้สัมภาษณ์ครั้งแรก หลังเกิดปัญหา Volvo EX30
นอกจากนั้น ปัจจุบัน Volvo EX30 ในสต็อกของผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ยังคงเหลืออีกเล็กน้อย ซึ่งมีแผนที่จะเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่สำหรับรถที่ยังคงเหลือดังกล่าวหลังจากเปลี่ยนให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบครบทั้งหมดแล้ว โดยหลังจากนี้รถในจำนวนดังกล่าวจะไม่ถูกขายเป็นรถยนต์ใหม่แต่จะขายในรูปแบบรถมือสองหรือรถผู้บริหารแทน (Volvo Selekt)

ด้านแผนฟื้นฟูและเรียกความเชื่อมั่นของแบรนด์ในประเทศไทยหลังจากนี้ จะเกิดขึ้นในทุกเดือนอย่างต่อเนื่องซึ่งได้ทำงานร่วมกันกับบริษัทแม่ประเทศสวีเดนอย่างใกล้ชิด ซึ่งยังคงวางแผนร่วมกันทั้งในด้าน กลยุทธ์ทางการตลาด, ยอดขาย และ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเชื่อว่าผู้บริโภคยังคงเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์และจะค่อย ๆ กลับมาเชื่อมั่นและไว้ใจในแบรนด์เช่นเดิม
วอลโว่ ได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจทั้ง สถาบันการเงิน (ไฟแแนซ์), ธนาคาร, บริษัทประกันภัยรวมถึงหน่วยงานภาครัฐซึ่งได้เชิญมาชมกระบวนการเปลี่ยนแบตเตอรี่และตอบคำถามในทุกข้อสงสัยเพื่อให้โปร่งใสและเกิดความเชื่อมั่นของทุกฝ่าย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : พาชม! ขั้นตอนการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ Volvo EX30 ในประเทศไทย
พร้อมกันนี้ ยังมีแผนการการันตรีราคารับซื้อ Volvo EX30 สำหรับการเข้ามาแลกเปลี่ยนหรือซื้อขายใน Volvo Selekt เพื่อรักษาระดับราคาขายต่อ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูความเชื่อมั่นของแบรนด์ นอกจากนั้น ยืนยันว่าราคาประกันภัยของรถยนต์รุ่นดังกล่าวยังคงอยู่ในระดับปกติ และการให้สินเชื่อของรถยนต์รุ่นดังกล่าวทั้ง รถใหม่ และ รถมือสอง ไฟแนนซ์ยังคงให้บริการสินเชื่อตามปกติเช่นกัน โดยถือเป็นการการันตรีความเชื่อมั่นของผลิตภัณฑ์และแบรนด์
ขณะเดียวกัน จนถึงปัจจุบันอยากขอบคุณผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ที่ร่วมกันผ่านสถานการณ์ความยากลำบากแบบสุด ๆ ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งหากไม่มีดีลเลอร์ที่เป็นกำลังหลักร่วมกันกับ วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) ในการให้บริการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 50% ของปริมาณทั้งหมดที่เปลี่ยนกับดีลเลอร์

อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีไฟไหม้เคสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงเวลาเดียวกันกับ Volvo EX30 บริษัทได้ส่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเข้าไปร่วมตรวจสอบในทุกเคส และมีการเก็บข้อมูลเพื่อรายงานกลับไปที่บริษัทแม่ประเทศสวีเดน โดยรายละเอียดของเคสต่าง ๆ มีดังนี้
- กรณี Volvo XC60 Plug-in Hybrid รุ่นปี 2018 เกิดเหตุ 21 พฤษภาคม 2569
รถคันดังกล่าวเป็นรถมือสองที่มีระยะทางการใช้งาน 176,450 กิโลเมตร โดย Volvo ได้ดำเนินการตรวจสอบร่วมกับกองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกี่ยวกับสาเหตุซึ่งจากข้อมูลของการตรวจสอบที่มีอยู่ณปัจจุบันเราสามารถระบุได้ว่าไม่มีหลักฐานว่าการไหม้ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากแบตเตอรี่แรงดันสูง
- กรณี Volvo XC40 Pure Electric รุ่นปี 2024 เกิดเหตุ 14 มิถุนายน 2569
รถคันดังกล่าวเป็นรถมือสองที่มีระยะทางการใช้งาน 66,046 กิโลเมตร ขณะนี้ Volvo กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุของเหตุการณ์ ทั้งนี้ จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ถึงปัญหาในเชิงระบบที่ส่งผลกระทบต่อรถรุ่นนี้ และไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตัวรถได้รับความเสียหายอย่างมาก จึงทำให้การตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดของเหตุการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Volvo ยังคงดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจข้อเท็จจริงของเหตุการณ์อย่างครบถ้วน
- กรณี Volvo S60 Plug-in Hybrid รุ่นปี 2020 เกิดเหตุ 16 สิงหาคม 2569
รถคันดังกล่าวเป็นรถมือสองที่มีระยะทางการใช้งาน 105,211 กิโลเมตร ขณะนี้การตรวจสอบยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยเรากำลังเร่งตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุและทำความเข้าใจข้อเท็จจริงแวดล้อมของเหตุการณ์อย่างครบถ้วน ทั้งนี้ เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปอย่างรวดเร็วและรอบด้าน บริษัทฯ กำลังดำเนินการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดร่วมกับทีมงานจากสำนักงานใหญ่จากสวีเดน ซึ่งจะเดินทางมาร่วมการตรวจสอบที่ประเทศไทย





