All NEW Mitsubishi PAJERO
All NEW Mitsubishi PAJERO การกลับมาอีกครั้งของตำนาน The LEGEND ” PAJERO ” รุ่นที่ 5th Generation นับเป็น Flagship Model รุ่นเรือธงของค่ายที่มิตซูบิชิเรียกว่า Cross-Country SUV ตำนานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 1982 – 2006 หลังจากห่างหายไปนานกว่า 20 ปี นับจากรุ่นล่าสุดที่ออกสู่ตลาดใน 4th Generation
Mitsubishi Motors ตั้งความหวังไว้กับ All NEW PAJERO และ นับเป็นรถรุ่นก้าวสำคัญที่จะแสดงศักยภาพ เป็น Flagship SUV รุ่นสูงสุดของค่าย วางตำแหน่งตลาดเหนือ Pajero Sport ดังนั้นคู่แข่งตรงรุ่นก็คือ Toyota Land Cruiser 250 / Land Cruiser 300 รวมไปถึง Nissan Patrol




All NEW Mitsubishi PAJERO รุ่นที่ 5th Generation จะมีฐานการผลิตหลักอยู่ที่โรงงานแหลมฉบัง ประเทศไทย และ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเรา ช่วงกลางเดือน ตุลาคม 2026 นี้ เผยโฉมครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ประเทศไทย จะเป็นประเทศแรกในโลกที่เริ่มจำหน่าย และ ส่งมอบรถถึงมือลูกค้า
ด้วยความเป็น Cross-Country SUV ที่ใช้พื้นฐาน Ladder Frame Chassis ในประเทศไทย เข้าเกณฑ์เสียภาษีสรรพสามิตเป็นรถ PPV ด้วยเหตุนี้ในบ้านเรา จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หลายคนจะนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่ม SUV/PPV รุ่น Top ที่มีช่วงราคาใกล้เคียงกันที่ ล้านปลายๆ อย่าง Ford Everest Platinum / Toyota Fortuner GR Sport / GWM TANK 500 ทำให้ All NEW Mitsubishi PAJERO มีความได้เปรียบอยู่พอสมควร หากตั้งราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท เพราะคู่แข่งตัวเปรียบเทียบที่แท้จริงในตลาดโลก คือ Toyota Land Cruiser 250 / Land Cruiser 300 ที่ไม่ได้มีฐานการผลิตในประเทศไทย ทำให้เสียภาษีนำเข้าสูง


แนวคิดการออกแบบ
- แนวคิดการออกแบบ Grand Charisma – Calm and Composed ความสง่างาม แต่เรียบง่าย
- 3 หัวข้อหลักในการพัฒนา All NEW PAJERO 5th Generation
- Confidence ความมั่นใจในการขับขี่
- Comfort ความสะดวกสบาย
- Prestige ความหรูหรา
- ดีไซน์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจาก เคนโด้ KENDO ศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมของญี่ปุ่น
- ตัวถังภายนอก ดีไซน์แบบทรงหกเหลี่ยม Hexagonal Motif
- Chief Product Specialist : Kunitoshi Itagaki
- Product Design Division : Norihiko Yoshimine
-
Chief Vehicle Engineer : Takaaki Matsumoto







Dimension มิติตัวถัง
All NEW PAJERO
- ยาว 4,920 มิลลิเมตร
- กว้าง 1,925 มิลลิเมตร
- สูง 1,900 – 1,910 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,870 มิลลิเมตร
- ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 230 มิลลิเมตร
- รัศมีวงเลี้ยว Turn Radias 5.8 เมตร
- ยางอะไหล่แบบ Full Size ด้านล่างท้ายรถ
- มุมไต่ Approach Angle 30.4 องศา
- มุมคร่อม Breakover Angle 22.6 องศา
- มุมจาก Departure Angle 25.8 องศา
- อัตราส่วนกระจายน้ำหนัก Weight Distribution 52 : 48


เทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน และ ใกล้เคียง
- Mitsubishi PAJERO : 4,920 x 1,925 x 1,910 มม. | ฐานล้อ 2,870 มม.
- Toyota Land Cruiser 250 : 4,925 x 1,980 x 1,925 มม. | ฐานล้อ 2,850 มม.
- Toyota Land Cruiser 300 : 4,950 x 1,980 x 1,925 มม. | ฐานล้อ 2,850 มม.
- Nissan Patrol : 5,175 x 1,995 x 1,955 มม. | ฐานล้อ 3,075 มม.
All NEW PAJERO จะมีฐานการผลิตในประเทศไทย ซึ่งเข้าเกณฑ์ภาษีสรรพสามิตกลุ่มรถ PPV ด้วยเหตุนี้ในบ้านเรา จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หลายคนจะนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่ม SUV/PPV รุ่น Top ที่มีช่วงราคาใกล้เคียงกัน แต่ย้ำกันตรงนี้อีกครั้งว่า All NEW PAJERO นั้นถูกวางตำแหน่งตลาดไว้เหนือกว่า Pajero Sport ที่ปัจจุบันขายอยู่ในไทย
- Mitsubishi PAJERO : 4,920 x 1,925 x 1,910 มม. | ฐานล้อ 2,870 มม.
- Mitsubishi Pajero Sport : 4,825 x 1,815 x 1,835 มม. | ฐานล้อ 2,800 มม.
- Ford Everest Platinum : 4,914 x 1,923 x 1,842 มม. | ฐานล้อ 2,900 มม.
- Toyota Fortuner GR Sport : 4,795 x 1,855 x 1,835 มม. | ฐานล้อ 2,750 มม.
- GWM TANK 500 : 4,886 x 1,934 x 1,905 มม. | ฐานล้อ 2,850 มม.



Engine เครื่องยนต์
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ รหัส 4N16 ขนาด 2.4 ลิตร พ่วงเทอร์โบแปรผัน Wide-Range Single Variable-Geometry Turbo (VGT) พละกำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ลูกใหม่ พร้อม Sport Mode และ Sequential Shift ขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC Super All Wheel Control (Full-Time 4WD) ที่สามารถปรับเป็นขับเคลื่อน 2 ล้อได้
แม้พื้นฐานจะมาจากเครื่องยนต์ของ TRITON ATHLETE แต่มีการปรับชิ้นส่วนภายในใหม่ทั้งหมด รวมถึงเทอร์โบแปรผัน ก็ใช้ไม่เหมือนกัน และ มีการปรับจูนการทำงานใหม่ทั้งหมด จนเกือบจะเรียกได้ว่าเครื่องยนต์คนละตัวกัน จับคู่กับเกียร์ 8 จังหวะ ลูกใหม่ และ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ S-AWC Super All Wheel Control ที่พัฒนาต่อยอดจาก Super Select 4WD-II
- PAJERO ดีเซล 2.4 เทอร์โบ VGT Wide-Range 204 แรงม้า 480 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ
- TRITON ดีเซล 2.4 เทอร์โบ VGT 2-Stage 204 แรงม้า 470 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ
- PAJERO SPORT ดีเซล 2.4 เทอร์โบ VGT 184 แรงม้า 430 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ

4WD Mode โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อ
- 2H ขับเคลื่อน 2 ล้อ Rear-Wheel Drive
- 4H ขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-Time 4WD
- 4HLC ขับเคลื่อน 4 ล้อ Locked Center Differential ล็อคเพลากลาง
- 4LLC ขับเคลื่อน 4 ล้อ Locked Center Differential with Low-Range Gear
Driving Mode โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ
- ECO ประหยัด
- Normal ปกติ
- Gravel กรวด
- Snow หิมะ
- Mud โคลน
- Sand ทราย
- Rock หิน

ทำไมถึงเปลี่ยนมาใช้ Ladder Frame Chassis ?
เหตุผลที่ All NEW Mitsubishi PAJERO กลับมาใช้พื้นฐานแพลตฟอร์มแบบ Ladder Frame Chassis ทางมิตซูบิชิ ให้เหตุผลว่า ต้องการเน้นลุย Off-Road มากขึ้น มีความยืดหยุ่นสูง Durable ที่มาพร้อมกับความทนทาน Reliable นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเสียงรบกวนจากล้อได้ดี และ มีการเพิ่มวัสดุฉนวนดูดซับเสียง ซีลห้องโดยสาร เพื่อให้ห้องโดยสารเงียบในทุกตำแหน่งที่นั่ง น้ำหนักเบาลง ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นกว่าเดิม
Suspension ช่วงล่าง
- แพลตฟอร์มแบบ Body on Frame Chassis (Ladder Frame)
- พัฒนามาจาก Frame ของ Triton แต่มีเพิ่มคานแนวขวาง เพิ่มขนาดคานแนวกว้าง
- เหล็ก High Tensile 50% แข็งแรง แต่น้ำหนักเบา ลดภาระของเครื่องยนต์ และ ระบบขับเคลื่อน
- ดีไซน์จุดยึด ยางรอง Mounting และ จุดซับแรงสะเทือนใหม่ทั้งหมด ลดการบิดตัว
- ช่วงล่างด้านหน้าอิสระ Double Wishbone พร้อมเหล็กกันโคลง
- ช่วงล่างด้านหลัง 5-Link Suspension Rigid Rear Axle



Highlights ของ All NEW PAJERO
Exterior ภายนอก
- ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว
- ยาง ขนาด 255/55 R20
- ยาง Toyo Tires Open Country H/T
- ยาง Bridgestone Dueler H/T 684II Enliten
- กระจังหน้า ดีไซน์ 2 รูปแบบ แบบซี่แนวนอน Horizontal Line และ แบบรังผึ้ง Honey Comb
- ฝากระโปรงหน้า Front Hood อะลูมิเนียม
- ซุ้มล้อ Built-in Fender ขึ้นรูปชิ้นเดียวกับตัวถัง
- ไฟหน้า LED ดีไซน์แบบ T-Shaped
- ไฟ Daytime Running Light แบบ LED
- ไฟหรี่ไฟหน้า – ไฟเลี้ยวหน้า/หลัง แบบ LED
- ไฟท้าย LED ดีไซน์แบบ T-Shaped
- ระบบไฟหน้า-ไฟท้าย แสดงผล Animation เมื่อล็อค-ปลดล็อครถ
- หลังคาดำสีดำ Black Roof
- เสาอากาศแบบครีบฉลาม Shark Fin
- ฝาท้าย เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate
- ระบบเปิด-ปิด ฝาท้ายโดยไม่ต้องใช้มือ Kicks Sensor Hands-Free Tailgate








Interior ภายในห้องโดยสาร
- ภายในห้องโดยสาร สีทูโทน ดำ-น้ำตาล Camel
- วัสดุบุนุ่ม Soft Touch ตัดเย็บแบบตัว S เทคนิค คิเมะโคมิ Kimekomi แนบไปกับพื้นผิว
- หลังคากระจก Panoramic Roof เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
- ม่านบังแดดหลังคากระจก เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า
- กระจกบังลมหน้า แบบลดเสียงรบกวน Acoustic Glass
- กระจกหน้าต่างด้านข้างหน้า-หลัง 2 ชั้น แบบลดเสียงรบกวน Acoustic Glass
- ม่านบังแดดกระจกหน้าต่าง ประตูคู่หลัง
- ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกอิสระ 3-Zones ซ้าย-ขวา-ด้านหลัง
- ช่องแอร์เพดาน สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
- ปุ่มควบคุมแยกส่วน พร้อมหน้าจอแสดงผลดิจิตอล ระบบปรับอากาศด้านหลัง
- กระจกมองหลัง แบบปรับลดแสงอัตโนมัติ
- ระบบกล้องแสดงภาพที่กระจกมองหลัง Rear View Monitor
- ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร แบบ LED
- ที่บังแดดคู่หน้า พร้อมกระจกแต่งหน้า และ ไฟส่องสว่าง
- ที่วางแก้วน้ำที่แดชบอร์ดหน้าแบบพับเก็บได้
- ที่เก็บของด้านหน้า แบบฝาเปิดด้านบน
- ที่เก็บของด้านหน้า แบบฝาเปิดด้านล่าง
- วัสดุบุนุ่มหุ้มด้วยหนัง แบบ Soft Touch รอบคัน
- พวงมาลัยหุ้มด้วยหนัง
- พวงมาลัยปรับด้วยระบบไฟฟ้า
- แป้นเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
- ที่เก็บของคอลโซลกลางแบบรักษาอุณหภูมิ
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold
- ระบบ Auto Start / Stop
- ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start Button
- ระบบกุญแจ Smart Keyless Entry







Seating เบาะนั่ง
- เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง
- เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Semi-Aniline แบบเจาะรู Perforated สีทูโทน ดำ-น้ำตาล
- เบาะนั่งคู่หน้า และ เบาะนั่งแถวที่ 2 โครงสร้างแบบ R-Comfort โอบกระชับรองรับสรีระ
- เบาะนั่งคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 8 ทิศทาง
- เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบปรับดันหลังไฟฟ้า Lumbar Support
- เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบบันทึกความจำตำแหน่งเบาะนั่ง Memory Seat 2 ตำแหน่ง
- เบาะนั่งคู่หน้า พร้อมระบบอุ่น – ระบายอากาศ Heated / Ventilation Seats
- เบาะนั่งแถวที่ 2 แยกพับอิสระ 60 : 40
- เบาะนั่งแถวที่ 2 เลื่อนหน้า-ถอยหลังได้ ระยะสูงสุด 150 มิลลิเมตร
- เบาะนั่งแถวที่ 2 พับแบบ One Touch เอียง 45 องศา เข้า-ออก แถวที่ 3
- เบาะนั่งแถวที่ 2 พร้อมระบบอุ่น – ระบายอากาศ Heated / Ventilation Seats
- ที่วางแขนตรงกลางเบาะนั่งแถวที่ 2 พร้อมที่วางแก้วน้ำแบบพับเก็บได้
- เบาะนั่งแถวที่ 3 แยกอิสระ 50 : 50
- ที่วางขาเบาะนั่งแถวที่ 3 ลดระดับพื้นเป็นหลุมให้รองรับสรีระ
- เบาะนั่งแถวที่ 3 พับได้เรียบ






Entertainment ระบบความบันเทิง
- หน้าจอคู่เชื่อมต่อกันแบบชิ้นเดียว Monolithic Display
- มาตรวัด Full Digital ขนาด 14.3 นิ้ว
- หน้าจอมาตรวัดปรับเปลี่ยน Animation Graphic ได้ 9 รูปแบบ
- หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 14.3 นิ้ว
- กราฟฟิกแสดงผลหน้าจอกลาง ปรับเปลี่ยนได้ 16 รูปแบบ ตามอุณหภูมิแสงของบรรยากาศกลางวัน-กลางคืน
- หน้าจอ Multi-Meter แสดงข้อมูลตัวรถผ่านหน้าจอกลาง Pitch / Roll / Altitude องศาความลาดชันและความเอียงของตัวรถ / Compass เข็มทิศ / Torque Distribution การกระจายแรงบิดซ้าย-ขวา / ความสูงจากระดับน้ำทะเล / อุณหภูมิภายนอก
- รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย Wireless
- ระบบเสียงพรีเมียม รอบทิศทาง YAMAHA Dynamic Sound Ultimate
- ลำโพง 12 ตำแหน่ง พร้อม Dual Amplifier
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type C ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type C ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง ที่ด้านหลังเบาะคู่หน้า
- ช่องเชื่อมต่อ USB Type C สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3
- ช่องชาร์จไฟบ้าน AC 220V
- ที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger
- ระบบตัดเสียงรบกวน Noise Cancellation
- ระบบ Mitsubishi CONNECT ควบคุมตัวรถผ่าน Application Smart Phone









Safety ระบบความปลอดภัย
- ระบบเบรก ABS / EBD / BA
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว และ ป้องกันการลื่นไถล Active Stability and Traction Control (ASTC)
- ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
- ระบบช่วยลงทางลาดชัน HDC
- ระบบควบคุมแรงบิดขณะเข้าโค้ง Active Yaw Control (AYC)
- ระบบช่วยเหลือการขับขี่ MI-PILOT ทำงานร่วมกับกล้องด้านหน้า และ เรดาร์
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control – ACC
- ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ ช่วยชะลอความเร็ว Forward Collision Mitigation – FCM
- ระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก และ ตรวจจับคนเดินเท้า จักรยาน และ รถจักรยานยนต์
- ระบบคาดการณ์ และ เตือนการชนด้านหน้าตรง Predictive Forward Collision Warning – PFCW
- ระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM
- ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Emergency Lane Assist – ELA
- ระบบเตือนมุมอับสายตา Blind Spot Warning – BSW
- ระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน Lane Change Assist – LCA
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist – LKA
- ระบบเตือนด้านหน้าขณะถอยออกจากช่องจอด Front Cross Traffic Alert – FCTA
- ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert – RCTA
- ระบบเตือนเมื่อรถด้านหน้าเคลื่อนที่ LCDN
- ระบบไฟสูงอัตโนมัติ Auto High Beam
- ระบบไฟกะพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ ขณะเบรกกะทันหัน ESS
- ปุ่มโทรออกฉุกเฉิน SOS
- ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว Moving Object Detection – MOD
- ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง Tire Pressure Monitoring System – TPMS
- กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Multi Around View Monitor
- ฟังก์ชั่นแสดงภาพจำลองใต้พื้นรถ Transparent Chassis ประมวลผลจากกล้องรอบคัน 4 ตัว
- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหน้า 4 ตำแหน่ง
- เซนเซอร์กะระยะช่วยจอด ด้านหลัง 4 ตำแหน่ง
- ถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย-ตรงกลางระหว่างเบาะคู่หน้า)





สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 7 สี
- สีทองแดง Armor Copper (NEW)
- สีน้ำเงิน Phantom Blue (NEW)
- สีขาวมุก White Diamond
- สีเงิน Blade Silver Metallic
- สีเทา Moonstone Grey Metallic
- สีเทาเข้ม Graphite Grey Metallic
- สีดำ Jet Black Mica
ภายในห้องโดยสาร โทนสีดำ – น้ำตาล Camel





All NEW Mitsubishi PAJERO เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ญี่ปุ่น และ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย กลางเดือน ตุลาคม 2026 นี้ ! โดยมีฐานการผลิตหลักในไทย ที่โรงงานแหลมฉบัง และ จะเป็นประเทศแรกในโลกที่จำหน่าย และ ส่งมอบรถถึงมือลูกค้า
รอติดตามกันครับ ว่า มิตซูบิชิ มอเตอร์ ประเทศไทย จะวางราคาของ All NEW PAJERO ในบ้านเราไว้อย่างไร จะมีกี่รุ่นย่อย และ สเป็คจะเป็นอย่างไรบ้าง รอติดตามกันครับได้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติม ทีมงาน autolifethailand จะรีบนำมารายงานให้ทราบกันครับ
เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย www.autolifethailand.tv





















