มาเลเซียเป็นประเทศที่มีรถยนต์ประจำชาติอย่าง Proton และ Perodua แต่ข้อมูลจากกรมขนส่งของมาเลเซียกลับพบว่าราว 60% ของรถยนต์พลังงานใหม่ที่จดทะเบียนที่นั่นในปี 2025 กลับเป็นรถยนต์สัญชาติจีน แม้ตัวเลขดังกล่าวจะไม่รวม Geely ที่มีสัญชาติจีนเหมือนกันแต่ครอบครอง Proton อยู่ เพื่อเป็นการรับมือการเข้ามาของรถยนต์สัญชาติจีน ภาครัฐมาเลเซียจึงออกเกณฑ์ควบคุมที่มีความเข้มงวดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องการของการนำเข้ารถยนต์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการตั้งโรงงานผลิตภายในประเทศอีกด้วย
กระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรมของมาเลเซียหรือ MITI ได้ประกาศว่านับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป รถยนต์ไฟฟ้าจากทุกประเทศที่สามารถนำเข้ามายังมาเลเซียได้ จะต้องมีต้นทุนการขนส่ง (CIF) ไม่ต่ำกว่า 200,000 ริงกิต (ประมาณ 1,647,000 บาท) และ จะต้องมใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดไม่ต่ำกว่า 241 แรงม้า ซึ่งนั่นแปลความได้ว่า ค่ายรถยนต์ต่างชาติจะไม่สามารถนำเข้า EV ราคาถูกมาทำตลาดในมาเลเซียได้อีกต่อไป
แม้ MITI จะระบุว่าเกณฑ์นี้มีผลกับรถยนต์ทุกสัญชาติ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า EV จีนโดนก่อนใครเพื่อน โดยเฉพาะ BYD ที่มีรถยนต์พลังงานใหม่ทำตลาดในมาเลเซียอยู่ 7 รุ่น และทั้งหมดมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นต่ำกว่า 200,000 ริงกิต อีกทั้งยังมี Dolphin และ Atto 3 ที่มีพละกำลังไม่ถึง 241 แรงม้า เรียกได้ว่าสอบตกทั้งสองเกณฑ์ ส่วน EV จีนค่ายอื่นที่ชาวมาเลเซียได้ผลตอบรับดี แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่นี้ก็มีเช่นกันอย่าง Zeekr 7X และ Chery Omoda E5
สำหรับทางหนีทีไล่ของ EV จีนนั้นไม่ง่ายนัก เพราะถ้าจะใช้สูตรตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ภายในประเทศ ภาครัฐของมาเลเซียได้กำหนดเกณฑ์ดักเอาไว้แล้ว โดยมีผลตั้งแต่ 1 กันยายน 2025 ซึ่งมีความเข้มงวดกว่าทั้งกำหนดให้รถยนต์ที่ผลิตต้องมีค่าตัวไม่ต่ำกว่า 100,000 ริงกิต (ประมาณ 823,000 บาท), 80% ของรถยนต์ที่ผลิตขึ้นมาจะต้องส่งออก อนุญาตให้จำหน่ายภายในประเทศ 20% และ จะต้องมีขั้นตอนการผลิตหลักภายในประเทศ ตั้งแต่การเชื่อม – การพ่นสี – การประกอบชิ้นส่วนขั้นตอนสุดท้าย
ทางรอดเดียวที่มีสำหรับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอื่นที่ยังอยากทำตลาดในมาเลเซีย คือการจับมือกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีโรงงานอยู่แล้ว ซึ่งทางเลือกนี้จะไม่กำหนดให้ต้องนำ 80% ของรถยนต์ที่ผลิตขึ้นมาส่งออกไปนอกประเทศ ทำให้มีค่ายรถยนต์จีนเลือกใช้ทางนี้แล้ว โดยมีทั้ง Xpeng G6 พวงมาลัยขวา ที่ผลิตร่วมกับ EPMB และ Leapmotor C10 ซึ่งผลิตจากโรงงานที่มีอยู่แล้วของ Stellantis
ที่มา: carnewschina






