ในโอกาสครบรอบ 2 ปี ของโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย (BYD) ซึ่งตั้งอยู่ที่ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ (WHA) จ.ระยอง บนพื้นที่กว่า 1,000,000 ตารางเมตร ได้มีการผลิตรถยนต์ใหม่ครบ 100,000 คัน โดยยืนยันว่ามาตรฐานการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเป็นมาตรฐานเดียวกันกับโรงงานหลักในเมืองเสิ่นเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศไทยจำนวนกว่า 266 ราย โดยเป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศจำนวน 125 ราย พร้อมดำเนินการรับรองชิ้นส่วนตามมาตรฐานของสถาบันยานยนต์ แล้วกว่า 1,090 รายการ
นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย มีการประกอบรถยนต์จำนวน 5 รุ่น ด้วยกัน ได้แก่ DOLPHIN, ATTO 3, SEAL 5 DM-i, SEALION 5 DM-i และ SEALION 6 DM-I ซึ่งได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้เงื่อนไขข้อกำหนด โดยปัจจุบันใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศอยู่ที่ประมาณ 50% สอดคล้องกับการผลิตเพื่อการจำหน่ายในประเทศและการส่งออก
สำหรับ ความคืบหน้าด้านการผลิตชดเชยตามมาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV3.0 ได้มีการผลิตชดเชยครบและได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะที่ EV3.5 ปัจจุบันยังไม่ครบตามเงื่อนไขของรัฐที่กำหนดและคาดว่าจะสามารถผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขได้ในปี 2570 ซึ่งมีทั้งแผนการจำหน่ายในประเทศและส่งออก
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : โรงงาน BYD ประเทศไทย ผลิตรถยนต์ครบ 100,000 คัน ลงทุนในไทย สะสมรวม 35,900 ล้านบาท
ด้านต้นทุนการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยเมื่อเทียบกับการนำเข้ารถยนต์จากประเทศจีน ยอมรับว่าต้นทุนการผลิตในประเทศไทยมีระดับราคาที่สูงกว่าด้วย ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (Economy of Scale) ทั้งในด้านวิจัยและพัฒนา รวมถึง แม่พิมพ์ ทำให้ประเทศไทยมีต้นทุนที่สูงกว่า ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตชิ้นส่วน (ซัพพลายเออร์) ในประเทศไทยมีปริมาณการผลิตน้อยกว่าซัพพลายเออร์จีนต้นทุนในส่วนนี้เลยสูงกว่าเช่นกัน
“บริษัทพยายามจัดการบริหารต้นทุนในการจัดซื้อชิ้นส่วนเพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุด เพื่อลูกค้าสามารถซื้อรถในราคาที่ดีที่สุดเช่นกัน”
ขณะที่ บริษัทมองว่าการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่เป็นสิ่งที่เราต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ซึ่งส่งผลดีต่อ บีวายดี ที่มีการลงทุนในระดับสูงและหลากหลายรุ่น สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนของนโยบายรัฐอยู่แล้ว โดยยืนยันว่าจะมีการศึกษาความต้องการของตลาดที่จะแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ลงสู่ตลาด โดยบริษัทวางแผนที่จะลงทุนในระยะยาวและการร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในระยะยขาวเช่นกัน
นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวว่า เรเว่ และ บีวายดี มีความเห็นตรงกันว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่เป็นสิ่งที่รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้วโดยประเทศไทยไม่ใช่เวทีการแข่งขันของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนกับญี่ปุ่น แต่จะต้องเป็นผู้ที่ลงทุนในประเทศไทยกับผู้ที่ไม่ได้ลงทุน ซึ่งโครงสร้างภาษีใหม่เป็นการปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
นอกจากนี้ บริษัทได้มีการวางแผนร่วมกับโรงงานในการเตรียมแผนการนำรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีใหม่เข้ามาผลิตในประเทศไทย แต่จะต้องศึกษาอย่างละเอียดเนื่องจากบางเทคโนโลยีไม่สามารถที่จะนำมาผลิตได้อย่างรวดเร๋วโดยจะต้องใช้เวลาเตรียมตัว
อีกทั้ง การปรับโครงสร้างภาษีใหม่จะเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้โรงงานบีวายดีในประเทศไทยมีการผลิตที่มากขึ้นและไปถึงเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการผลิต (ฮับ) ได้อย่างแท้จริง
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : BYD – GAC Aion หนุนปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ช่วยนักลงทุนตัวจริง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อราคารถยนต์ DENZA ในทุกรุ่น และในบางรุ่นของ BYD โดยบริษัทได้มีการประชุมร่วมกันอย่างละเอียดเพื่อวางแผนการผลิตและจำหน่าย ซึ่งจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงของเป้าหมายและแผนต่าง ๆ
“เรามองว่าการปรับโครงสร้างภาษีใหม่อย่างไรแล้วก็เป็นผลดี เพราะเราตั้งใจที่จะลงทุนจริงตั้งแต่แรก พร้อมทั้งปฏิบัติตามกฎกติกาของภาครัฐอย่างถูกต้องและได้มีการทำมากกว่า ซึ่งในอนาคตหากมีการผลิตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นก็จะทำให้คำสั่งซื้อของบซัพพลายเออร์ได้ Economy of Scale มากขึ้นเช่นกัน”
นายประธานวงศ์ กล่าวว่า เรเว่ และ บีวายดี ขอยันยันว่าเราจะนำเทคโนโลยีใหม่และรถยนต์รุ่นใหม่เข้ามาให้เร็วมากขึ้น และจะนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดเข้าสู่ประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภคและอุตสาหกรรมไทย โดยปัจจุบันการแข่งขันของตลาดไม่ใช่เพียงราคาจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังเป็นการแข่งขันที่การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่สู่ผู้บริโภค







