ถือเป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญด้านการออกแบบดีไซน์เพื่อสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ สำหรับแบรนด์รถยนต์สัญชาติจีนที่วางตำแหน่งผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม “Intelligent Luxury” อย่าง AVATR (อ่านว่า : อวตาร์) ที่ก้าวลงสู่ตลาดในประเทศไทยในช่วงเดือน กันยายนปี 2567 ด้วยการแนะนำผลิตภัณฑ์ลงสู่ตลาดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างในรุ่น AVATR 11 และ AVATR 07
Autolifethailand ได้ร่วมสัมภาษณ์พิเศษดีไซน์เนอร์ผู้ออกแบบรถยนต์ของแบรนด์อย่าง “Bozhena Lalova” CMF Director, AVATR Global Design Center (โบเชนา ลาโลวา ผู้อำนวยการด้านการออกแบบ) ที่ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อถ่ายทอดแนวคิดด้านการออกแบบและการพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงเบื้องหลังการออกแบบ โดยเล่าให้ฟังว่า ปรัชญาการออกแบบของแบรนด์อยู่บนแนวคิด “Emotive Luxury” สร้างรถยนต์ที่เป็นมากกว่าเครื่องจักรและเข้าใจอารมณ์ของผู้ใช้งานภายใต้หลักคิด 3 ประการดังนี้
- Bold Confidence – ความมั่นใจที่โดดเด่นและกล้าแสดงออก
- Harmony with a Twist – ความกลมกลืนที่แฝงเอกลักษณ์อันแตกต่าง
- Vibrant Individuality – การสะท้อนตัวตนที่มีชีวิตชีวาและโดดเด่น
พร้อมกันนี้ สิ่งที่ทำให้แบรนด์มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แบรนด์อื่นคือ รากฐานของปรัชญาการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบและเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ใช่เพียงการพัฒนาเฉพาะสมรรถนะหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่ทำให้รถยนต์ของแบรนด์สามารถสะท้อนตัวตน, ความรู้สึก และความเข้าใจ ของเจ้าของรถ ด้วยการถ่ายทอดประสบการณ์แบบองค์รวมในทุกมิติทั้ง รูปทรง, วัสดุ, แสง, สี, เสียง ทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน
“ปรัชญาการออกแบบดังกล่าว เปลี่ยนรถยนต์จากเครื่องจักรที่ไร้ความรู้สึก ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่สร้างประสบการณ์ผ่านการสัมผัสที่เต็มไปด้วยความหมายทุกด้าน”
สิ่งเหล่านั้นสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งานทั่วโลกในยุคปัจจุบันที่ทุกอย่างในชีวิตล้วนมีความเร่งรีบทำให้ “ความเร็ว” เข้ามาแทนที่ “ความหมาย” ของชีวิต โดยผู้ใช้งานในยุคนี้จึงมองหาและคาดหวังด้านคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าข้อมูลทางด้านเทคนิคหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว
นอกจากนั้น การพัฒนาด้านการดีไซน์ของรถยนต์ไฟฟ้าในยุคนี้เราสามารถทบทวนและตีความรูปแบบการดีไซน์จากรถยนต์แบบดั้งเดิมสู่ความเป็นไปได้ด้านการออกแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนได้ จากการไม่ต้องถูกจำกัดด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ที่เป็นโครงสร้างภายใน ทำให้สัดส่วนตัวถังมีความยืดหยุ่นมากขึ้นและได้ความสร้างสรรค์ของห้องโดยสารที่มากขึ้น ซึ่งสามารถก้าวข้ามกรอบการดีไซน์แบบดั้งเดิมและสร้างนิยามใหม่ของการออกแบบรถยนต์
ดังนั้น การออกแบบดีไซน์จึงเป็นสิ่งที่แบรนด์เชื่อว่าจะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นแบรนด์ที่ถูกวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์อยู่ในกลุ่ม พรีเมี่ยม ลักชัวรี่ และมีแรงผลักดันสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้ใช้งานเพราะสำหรับเรา “การออกแบบคือหัวใจของนวัตกรรม” ตามที่กล่าวไปข้างต้นว่าลูกค้าปัจจุบันไม่ได้เลือกซื้อรถยนต์จากข้อมูลด้านเทคนิคเพียงอย่างเดียว โดยตั้งแต่วินาทีแรกที่ลูกค้าได้เห็นและสัมผัส อวตาร์ จะรับรู้ถึงปรัชญาด้านการออกแบบในทันทีผ่านวัสดุที่ให้สัมผัสความหรูหรา, แสงที่ไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ และ รายละเอียดทุกจุดที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : AVATRแย้มแผนศึกษาความเป็นไปได้เทคโนโลยี REEV ในไทย
ขณะที่ แบรนด์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลด้านการออกแบบในระดับโลกที่สอดคล้องกับตลาดท้องถิ่นโดยมีความพร้อมในการเข้าใจผู้ใช้งานในแต่ละประเทศอย่างลึกซึ้งด้วยการออกแบบที่สามารถก้าวข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรมได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม
แม้ว่า Global Design Center ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ด้านการออกแบบของแบรนด์จะตั้งอยู่ที่ เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี ส่งต่อให้กับลูกค้าใน เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน หรือจะนำเสนอสู่ตลาดสำคัญในภูมิภาคอาเซียนอย่าง เมืองกรุงเทพฯ ประเทศไทย หรือจะที่ใดก็ตาม ความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและการให้ความสำคัญด้านการออกแบบดีไซน์ เราได้สร้างความเชื่อมโยงด้านความรู้สึกทางด้านอารมณ์ที่สะท้อนผ่านผลิตภัณฑ์
ทั้งนี้ เมื่อการพัฒนาทางเทคโนโลยีเริ่มมีความคล้ายคลึงกับมากขึ้นในทุกแบรนด์ การออกแบบที่มีเอกลักษณ์จะกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่สามารถทดแทนได้ ซึ่งเทคโนโลยีนั้นอาจเข้าถึงได้สำหรับทุกคน แต่มีเพียงความคิดสร้างสรรค์และความเป็นต้นฉบับเท่านั้น ที่สามารถสร้างคุณค่าแบรนด์ในระยะยาว อวตาร์ จึงสร้างระบบการออกแบบของเราเองตั้งแต่พื้นฐาน แสดงให้เห็นถึง DNAs ของแบรนด์ที่ชัดเจนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก้ตาม อนาคตของรถยนต์ไฟฟ้ามีความน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งโดยเชื่อว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะได้เห็นนวัตกรรมครั้งสำคัญในด้านต่าง ๆ ได้แก่
- การเชื่อมต่ออัจฉริยะ (Intelligent Connectivity)
- ประสบการณ์ผู้ใช้งานแบบเฉพาะบุคคล (Personalized User Experience)
- การผสานเทคโนโลยีและการออกแบบเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Integration)
รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าจะมีความสามารถในการปรับตัวได้มากขึ้น ฉลาดขึ้น, เข้าใจผู้ใช้มากขึ้นม ใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นและสามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้ใช้งานได้มากกว่าเดิม
สำหรับแนวคิดที่ชัดเจนด้วยรากฐานของปรัชญาการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างการออกแบบและเทคโนโลยีเข้าไว้ด้วยกันไม่ใช่เพียงการพัฒนาเฉพาะสมรรถนะหรือเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว ทำให้ อวตาร์ มีความโดดเด่นและแตกต่างสร้างความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างรถยนต์กับผู้ใช้งานในระยะยาวได้อย่างน่าสนใจ








