แม้ผู้ผลิตรถยนต์ระดับเดียวกันกับ Ferrari ทั้ง Porsche และ Lamborghini จะพากันใส่เกียร์ถอยหลังให้แผนก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแต่ Ferrari ยังเดินหน้าเปิดตัว Luce รถยนต์ไฟฟ้าคันแรกของค่าย พ่วงด้วยตำแหน่งรถยนต์ 5 ที่นั่งคันแรกของค่าย ซึ่งดูเป็นคุณสมบัติที่ฉีกทุกอัตลักษณ์ แต่สิ่งที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ทัวร์ลงในโลกออนไลน์ทั่วโลก ในชนิดที่ไม่ได้มีการนัดหมาย คือดีไซน์ไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนส่วนใหญ่ และเสียงตอบรับจากตลาดดูจะมากพอ ที่จะสั่นคลอนความมั่นใจของนักลงทุนจนหุ้น Ferrari ตก
มีรายงานว่าหุ้นของ Ferrari มีมูลค่าลดลงจากเดิม หลังการเปิดตัว Ferrari Luce ไม่ใช่แค่ในตลาดเดียว แต่อย่างน้อยสองตลาด โดยใน Milan หุ้นลดลง 8.4% ส่วนใน New York ลดลง 5.1% ซึ่งมีการประเมินว่ามูลค่าหุ้นของ Ferrari ได้ลดลงไปประมาณ 3,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 113,000 ล้านบาท ส่งผลให้นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่หุ้นตกแรงที่สุด ที่เกิดขึ้นหลังการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่
แม้เรื่องความงามจะเป็นปัจจัยปัจเจก แต่ปฏิเสธได้ยากว่าดีไซน์ของ Ferrari Luce ถูกวิจารณ์ในเชิงลบมากกว่าได้รับคำชม ประกอบกับปัจจัยค่าตัวเริ่มต้นในยุโรปที่สูงถึง 550,000 ยูโร หรือประมาณ 20,885,000 บาท ซึ่งมาในวันที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้าได้คลายความนิยมลงแล้ว จึงรวมกันเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนแม้ Benedetto Vigna ตำแหน่ง CEO ของ Ferrari จะระบุว่าบริษัทฯ ต้องการสร้างประสบการณ์ในแบบฉบับของ Ferrari ที่แตกต่างออกไป
มีการเปรียบเทียบปรากฎการณ์กระแสตีกลับ ในตอนเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ Ferrari Luce กับ Ford Mustang Mach-E ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ Mustang ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง EV พร้อมกับเปลี่ยนไปใช้ตัวถัง SUV จนถูกวิจารณ์เชิงลบไม่ต่างกัน แต่กลายเป็นว่า Mustang Mach-E เคยครองแชมป์ SUV ขุมพลัง EV ที่ขายดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วสำหรับ Ferrari Luce ที่มีค่าตัวแพงระยับ จึงคงได้แต่พิสูจน์ในแง่ของสมรรถนะการขับขี่ว่า จะดีพอที่จะสร้างคำชมมาหักล้างเรื่องดีไซน์ได้หรือไม่






