กรุงศรี ออโต้ (Krungsri Auto) ผู้ให้บริการสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยผลสำรวจ KA the Poll แบบสำรวจความคิดเห็นที่รวบรวมมุมมองจากผู้ใช้รถจากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 จำนวนกว่า 400 คน ซึ่งชี้ให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ สมเหตุสมผล และ เข้าถึงข้อมูลไว มากขึ้น
กระแสยานยนต์ไฟฟ้าในปี 2569 ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเทรนด์มาสู่การเป็นทางเลือกหลัก อย่างเต็มตัว ด้วยตัวเลขความสนใจที่สูงถึง 65.3% โดยมีกลุ่ม Gen Y และ Gen X เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่มีสัดส่วนรวมกันกว่า 76% สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยี EV ได้เข้าถึงกลุ่ม Sandwich Generation หรือวัยทำงานที่เป็นเสาหลักของครอบครัว ซึ่งต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรัดกุม โดยปัจจัยกระตุ้นหลักคือการมองหาทางเลือกที่ช่วย ลดภาระค่าครองชีพในยุคน้ำมันแพง ประกอบกับปัจจุบันมี ตัวเลือกรถในระดับราคาที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มผู้ที่มีครอบครัวและมีบุตร ที่มองหารถยนต์ไฟฟ้าเพื่อใช้ในการรับ–ส่งบุตรหลาน และเป็นพื้นที่ในการรอคอย หรือทำกิจกรรมระหว่างการเดินทางบนท้องถนน
ทั้งนี้ ในยุคที่ข้อมูลมีมหาศาล พฤติกรรมการตัดสินใจถูกปฏิวัติด้วยคอนเทนต์รูปแบบคลิปสั้น บน TikTok หรือ Reels ซึ่งกลายเป็นด่านแรกที่ผู้บริโภคกว่า 35.4% ใช้ในการคัดกรองรถที่ใช่ภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยสิ่งที่น่าจับตาที่สุดคืออิทธิพลของเสียงจากผู้ใช้จริง ในช่องทางออนไลน์ ซึ่งผู้บริโภค 28% จะต่อยอดการศึกษาข้อมูล เชิงลึกผ่านวิดีโอรีวิวขนาดยาวเพื่อเปรียบเทียบสมรรถนะ และหาข้อมูลผ่านกลุ่มออนไลน์คอมมูนิตี้ที่มีสัดส่วนสูงถึง 15.5% โดยกลุ่มนี้จะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความเชื่อถือมากกว่าโฆษณาจากแบรนด์ แสดงให้เห็นว่าแบรนด์ที่จริงใจและสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าจริงจนเกิดการบอกต่อ (User-Generated Content) จะเป็นผู้ชนะในสมรภูมิการตลาดที่ผู้บริโภคเชื่อใจกันเองมากกว่าแบรนด์
ในมิติด้านการเงิน ผู้ซื้อรถยุคใหม่ไม่ได้มองเพียงแค่ราคาตัวรถ แต่ให้ความสำคัญกับค่างวดผ่อนรายเดือนเป็นเข็มทิศหลักในการตัดสินใจ โดยกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือรถในระดับราคา 800,000 – 1,190,000 บาท
ซึ่งมาพร้อมค่างวดเฉลี่ย 14,000 – 21,000 บาทต่อเดือน ขณะที่กลุ่มรองลงมาที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กันคือรถในระดับราคาต่ำกว่า 800,000 บาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันมีหลากหลายค่ายแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้านำเสนอราคาในระดับนี้ ซึ่งมีแนวโน้มสอดคล้องกับฐานรายได้เฉลี่ยของคนทำงานส่วนใหญ่ที่ประมาณ 20,000 – 38,000 บาทวินัยทางการเงินที่เข้มข้นนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีความรอบคอบสูงเลือกดีลที่สมดุลกับรายรับและรายจ่ายประจำวันไม่ต้องการแบกภาระที่หนักเกินตัวเพื่อให้การเป็นเจ้าของรถยังคงไว้ซึ่งความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคนในครอบครัวในระยะยาว







