


Mercedes-EQS Facelift เปิดตัวแล้วที่เยอรมนีเมื่อวันที่ 14 เมษายน 2026 โดยมาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงภายในและงานวิศวกรรมมากกว่าภายนอก ในส่วนของรูปลักษณ์ มีการปรับกระจังหน้าสีดำเงา และไฟหน้า DRL ใหม่ให้มีกราฟฟิกรูปดาวสามแฉกอยู่ภายใน เสริมด้วยล้อลายใหม่มาด้วย โดยรวมจึงดูไม่แตกต่างจากรุ่นเดิมนัก ส่วนจุดต่างในห้องโดยสารเริ่มต้นกับพวงมาลัยทรงหัว – ท้ายตัด มาพร้อมกับเทคโนโลยี Steer-by-wire นับเป็นรถยนต์ Mass Production สัญชาติเยอรมนีรุ่นแรก ที่ใส่ระบบบนี้มาให้
ประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้คือช่วยให้ผู้ขับขี่ สามารถใช้พวงมาลัยทรงล้ำยุคนี้ได้ในชีวิตจริง โดยระบบจะคำนวณอัตราทดแปรผันตามความเร็ว โดยที่ความเร็วต่ำจะอยู่ที่ 4:1 ส่วนรอบวงการหมุนพวงมาลัยจากซ้ายสุดไปขวาสุดอยู่ที่ 270 องศา หรือยังไม่ครบ 1 รอบ มือของผู้ขับขี่จึงจะอยู่ที่ตำแหน่ง 9 และ 3 นาฬิกาตลอดเวลา สำหรับผู้ที่เคยชินกับพวงมาลัยเต็มวงแบบเดิม จะมีให้เลือกเช่นกันในอนาคต โดย Mercedes-EQS Facelift จะติดตั้งระบบ electro-mechanical มาให้




ด้านระบบแสดงผลใน Mercedes-EQS Facelift มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ MBUX Hyperscreen ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Mercedes‑Benz Operating System รุ่นล่าสุด ซึ่งมีผู้ช่วยอัจฉริยะเสมือนจริง MBUX Virtual Assistant มาด้วย สำหรับผู้โดยสารตอนหลังผ่อนคลายกว่าเดิม ด้วยเทคโนโลยีช่วงล่างถุงลมที่ปรับแต่งมาใหม่ให้สะดวกสบายมากขึ้น และยังมีหน้าจอแสดงผลหลังเบาะคู่หน้าขนาดจอละ 13.1 นิ้วมาให้
ขุมพลังของ Mercedes-EQS Facelift เป็นระบบไฟฟ้า EV ที่มีเกียร์สองจังหวะติดตั้งอยู่ในเพลาขับหลัง โดยเกียร์แรกเน้นการสร้างอัตราเร่ง ส่วนอีกเกียร์เน้นการประหยัดพลังงานสำหรับการเดินทางไกล ทั้งยังสร้างขึ้นบนงานวิศวกรรมไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 350 kW ใช้เวลาในการชาร์จไฟเพียง 10 นาที เพื่อให้มีพลังงานสำหรับขับขี่ต่อไปอีก 320 กิโลเมตร ส่วนรายละเอียดสมรรถนะ และราคาจำหน่ายเริ่มต้นในเยอรมนี เท่าที่มีการเปิดเผยมีดังต่อไปนี้
- EQS 400 แบตเตอรี่ขนาด 112 kWh กำลังสูงสุด 362 แรงม้า ราคา 94,403 ยูโร (ประมาณ 3,566,000 บาท)
- EQS 450+ แบตเตอรี่ขนาด 122 kWh ขับได้ไกลสุด 926 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ราคา 108,635 ยูโร (ประมาณ 4,104,000 บาท)
- EQS 500 4Matic แบตเตอรี่ขนาด 122 kWh กำลังสูงสุด 469 แรงม้า ราคา 123,285 ยูโร (ประมาณ 4,658,000 บาท)
- EQS 580 4Matic แบตเตอรี่ขนาด 122 kWh กำลังสูงสุด 577 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ราคา 134,732 ยูโร (ประมาณ 5,090,000 บาท)










