บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือจัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ “IGP Global” เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์รูปแบบใหม่ ครอบคลุมทั้งงานเฟสติวัล งานแสดงสินค้า และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
IGP Global มองเห็นศักยภาพของตลาด Mobility ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก ด้วยจำนวนประชากรกว่า 680 ล้านคน และฐานผู้ใช้ยานยนต์มากกว่า 250 ล้านคัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์กว่า 3 ล้านคันต่อปี ขณะเดียวกัน ภูมิภาคกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Electric Mobility อย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้ามีสัดส่วนประมาณ 13% ของยอดขายรถใหม่ และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 60% ต่อปี เมื่อรวมมูลค่าของอุตสาหกรรมยานยนต์และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม ทั้งด้านการค้า และบริการหลังการขายส่งผลให้เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ Mobility ในภูมิภาคอาเซียนมีมูลค่ารวมมากกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของตลาดดังกล่าว
นายเกรียงไกร กาญจนะโภคิน ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาด Mobility มีการเติบโตต่อเนื่องและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ เราจึงร่วมมือกับกรังด์ปรีซ์จัดตั้ง IGP Global เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มอีเวนต์ที่ตอบโจทย์ทั้ง B2B และ B2C และขยายสู่ระดับภูมิภาคอาเซียน
นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจ และเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาคอาเซียน ด้วยห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย ไปจนถึงธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง อีกทั้งยังมีฐานผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีความหลากหลาย
ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากการมองยานยนต์เป็นเพียงการเดินทาง ไปสู่การเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการต่อยอดอุตสาหกรรมสู่มิติใหม่ และเป็นที่มาของความร่วมมือครั้งนี้กับทาง อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ เพื่อมุ่งกันสร้างแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์ทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภคยุคใหม่
ทั้งนี้ IGP Global วางวิสัยทัศน์สู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มอีเวนต์ Mobility และ Lifestyle แบบครบวงจรในอาเซียน โดยผสานงานแสดงสินค้า เทศกาล ไลฟ์สไตล์ และเทคโนโลยี เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ให้บริการ และผู้บริโภค พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจทั้ง B2B และ B2C โดยในระยะเริ่มต้นบริษัทมุ่งเปิดตัวอีเวนต์หลักในประเทศไทย เพื่อสร้างฐานรายได้ การรับรู้แบรนด์ และเครือข่ายพันธมิตร โดยตั้งเป้าผู้เข้าร่วมงานรวมประมาณ 30,000 คน สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท และคาดว่าปีแรกจะมีรายได้ประมาณ 50 ล้านบาท ระยะต่อไป บริษัทมีแผนขยายสู่หัวเมืองสำคัญและตลาดอาเซียน พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์มให้สร้างรายได้หลากหลายช่องทาง ทั้งการจัดงาน การให้สิทธิ์แฟรนไชส์ การบริหารพื้นที่ และความร่วมมือทางการตลาด
สำหรับอีเวนต์ที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2569-2570 มีดังนี้
- Hungry Highway เทศกาลของคอมมูนิตี้คนรักการเดินทางและการขับขี่ เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาร่วมแบ่งปัน passion ด้วยกัน โดยปีแรกเอาใจสายไบค์เกอร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Road for Ride and Bike” สัมผัสประสบการณ์โซนโชว์บิ๊กไบค์และรถแต่งสุดพิเศษ ตลาดไลฟ์สไตล์ที่รวมอุปกรณ์ขับขี่ แฟชั่น และเทคโนโลยีใหม่ๆ พร้อมเติมเต็มด้วยโซนอาหารและเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งสตรีทฟู้ด ฟิวชัน และฟู้ดทรัค รวมถึงโซนดนตรีและความบันเทิงจากศิลปินและดีเจที่มาร่วมสร้างบรรยากาศของการเดินทางและไลฟ์สไตล์บนท้องถนนอย่างเต็มรูปแบบ โดยงานนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ (CDC) เอกมัย–รามอินทรา
- Motion Expo งานแสดงนวัตกรรมและไลฟ์สไตล์การเคลื่อนที่แห่งอนาคต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Your Gateway to Smart Movement” ที่รวบรวมโลกของ “mobility” ไว้ในที่เดียว ครอบคลุมตั้งแต่ยานยนต์สู่ทุกมิติของการใช้ชีวิต โดยผสาน Future Mobility, Outdoor & Adventure Lifestyle และ Smart Living Technology เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และผู้บริโภค พร้อมยกระดับสู่เวทีธุรกิจและประสบการณ์ระดับภูมิภาค จัดขึ้นในวันที่ 29 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2570 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี





