นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า จากการประกาศของบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda) ในการตัดสินใจยกเลิกแผนการพัฒนาและการทำตลาด รถยนต์ไฟฟ้า (EV) จำนวน 3 รุ่น ซึ่งเดิมมีแผนการผลิตในทวีปอเมริกาเหนือ หลังจากทบทวนแผนกลยุทธ์ด้านรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัทขอยืนยันเพื่อสร้างความมั่นใจต่อผู้บริโภคว่า “การประกาศดังกล่าวไม่มีผลกระทบใด ๆ ต่อแผนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย”
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องที่นี่ : Honda ประกาศยกเลิกแผนทำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 3 รุ่น ในอเมริกาเหนือ
ทั้งนี้ แผนการพัฒนาของ ฮอนด้า ไม่ได้มีรถยนต์ไฟฟ้าเพียงแค่ 3 รุ่นดังกล่าว ได้แก่ Honda 0 SUV, Honda 0 Saloon และ Acura RSX ที่ได้ตัดสินใจยกเลิกการพัฒนาและการทำตลาดซึ่งเดิมมีแผนการผลิตในสหรัฐอเมริกา แต่การยกเลิกดังกล่าวเป็นการยกเลิกสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ยังมีการเดินหน้าพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดเล็กในระดับโลกต่อไป
นอกจากนั้น ไม่ใช่เพียงการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์และโมเดลต่าง ๆ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้าเท่านั้น แต่การพิจารณาคู่แข่งในตลาดอย่างแบรนด์จีน เราจึงต้องมีการกำหนดราคาที่จับต่อได้และสามารถแข่งขันได้กับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ซึ่งเราเองมีจุดแข็งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และด้านบริการที่ลูกค้าเชื่อมั่นมาอย่างยาวนาน โดยต้องนำจุดแข็งของแบรนด์และจุดอ่อนของคู่แข่งมาเป็นแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑของเรา
ล่าสุดในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) บริษัทได้มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Honda e:N2 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่ได้นำเข้าจากประเทศจีน โดยมีราคาอยู่ที่ 1,429,000 บาท และได้มีการนำเอา Honda Super EV Concept รถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบขนาดเล็ก มาจัดแสดงในงานดังกล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Honda e:N2 รถไฟฟ้า100% ราคาอย่างเป็นทางการ : 1,429,000 บาท (นำเข้า CBU จีน) แบต 68.8 kWh DC 78 kW วิ่งระยะ 530 km.
ขณะที่ จากสถานการณ์สงครามการสู้รบในตะวันออกกลาง บริษัทยืนยันว่าไม่มีผลกระทบต่อการผลิตในประเทศไทยรวมถึงไม่ส่งผลต่อยอดขายในประเทศไทยเช่นเดียวกัน แต่ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือสถานการณ์ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน้ำมันที่หลังจากนี้อาจจะมีผลต่อการตัดสินซื้อของผู้บริโภคสำหรับรถยนต์สันดาปภายใน (ICE)
อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยที่น่าเป็นห่วงคือ ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก จากปัจจัยดังกล่าว โดยปัจจุบันเริ่มส่งสัญญาณแล้ว แต่ยังคงต้องติดตามความยืดเยื้อของสถานการณ์ว่าจะยาวนานหรือสิ้นสุดลงในระยะสั้น
“ฮอนด้า เคยมีประสบการณ์ในการบริหารงานช่วงวิกฤตในหลายเหตุการณ์ โดยได้มีการเตรียมความพร้อมและนำประสบการณ์เหล่านั้นมาบริหารจัดการสถานการณ์ปัจจุบัน”






