เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนการลงทุนเพิ่มอีก 10,000 ล้านบาท เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจและระบบนิเวศยานยนต์ที่ครอบคลุม หลังจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทลงทุนในประเทศไทยสะสมแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวมอยู่ที่ 18,096 คัน เติบโตขึ้น 146% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยในปี 2569 บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้อยู่ที่ 25,000 คัน เติบโตขึ้น 40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า พร้อมแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 7 รุ่น ในปีนี้ ในทุกเทคโนโลยีทั้ง ไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV), พลังงานไฟฟ้า (BEV) และ เครื่องยนต์ดีเซล นอกจากนั้น บริษัทมีแผนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ WEY เพิ่มอีก 1 รุ่น ในปี 2569 และอีก 2 รุ่น ในปี 2570
“ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในปีนี้คือ GWM ORA 5 รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (B-SUV) ที่มาพร้อมทั้งรุ่น BEV และ HEV”
ขณะที่ บริษัทมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคโดยมีเป้าหมายการเป็น “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” พร้อมการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาดให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าตามภูมิภาคต่าง ๆ ได้ดีมากยิ่งขึ้น
สำหรับ การขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์สโตร์ในปี 2569 จะมีเพิ่มขึ้นเป็น 100 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และเตรียมรุกตลาดรถยนต์ฟลีท (Fleet) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึง GWM จะมีการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่เข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการนำจุดแข็งของระบบปัจจุบัน มารวมเข้ากับข้อดีของระบบ Wholesales โดยรูปแบบธุรกิจใหม่นี้ คือ การกระจายสินค้าให้พร้อมต่อปริมาณความต้องการในตลาดอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ด้วยระดับสต็อกที่เหมาะสม และการรักษานโยบาย One Price เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและรักษาผลกำไรให้พาร์ทเนอร์ โดย GWM ได้เริ่มใช้รูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบใหม่นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
ด้านกลยุทธ์ด้านการบริการหลังการขาย มุ่งเน้นการบริการจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ โดยมีแคมเปญ “รับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน” โดยมีอัตราการมีอะไหล่ (Part Fill Rate) ไม่น้อยกว่า 95% พร้อมบริการส่งด่วนภายใน 3 ชั่วโมงในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และการจัดส่งทั่วประเทศภายใน 2 วันทำการ ควบคู่กับการขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี (Certified Body & Paint) จาก 14 แห่ง เป็น 40 แห่งทั่วประเทศ และเตรียมนำเทคโนโลยี AI และ Intelligent Chatbot มาช่วยวินิจฉัยปัญหาและตอบคำถามลูกค้าอย่างแม่นยำและรวดเร็ว






