บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (SUZUKI) ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี พร้อมยกระดับมาตรฐานงานบริการหลังการขาย เปิดช่องทางลูกค้าสั่งซื้ออะไหล่ออนไลน์จากคลังอะไหล่สำรอง พร้อมเร่งขยายเครือข่ายเพื่อครอบคลุมการบริการลูกค้าซูซูกิทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
นายทาดาโอะมิ ซูซูกิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปี 2569 นี้ ซูซูกิมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จำนวน 3 รุ่น ประเภท B-SUV (BEV), Crossover SUV และ Mini-SUV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การนำเข้ารถยนต์ Global Model เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ตามที่ได้ประกาศไว้เมื่อปี 2567
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : Suzuki e VITARA รถไฟฟ้า100% ยืนยันโชว์ตัวในไทย ปลายปี 2025 เปิดราคาต้นปี 2026 ! แบต 61 kWh มอเตอร์คู่ 4WD
ทั้งนี้ นอกเหนือจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่แล้วนั้นบริษัทยังมุ่งเน้นด้านบริการหลังการขายโดยในปี 2569 จะมีการยกระดับและพัฒนาเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าในระยะยาว ได้แก่ โปรแกรมฟรีเช็กระยะนาน 7 ปี, ขยายการรับประกันคุณภาพงานซ่อมและอะไหล่ เป็นระยะเวลา 1 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร, พัฒนาการให้บริการ S-Solution ให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลงานบริการ งานซ่อมบำรุงที่จะมาพร้อมภาพถ่ายประกอบงานซ่อม สามารถตรวจสอบรายละเอียดงานซ่อมได้ผ่านช่องทาง Suzuki Application และ LINE Official Account
อีกทั้ง ระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่สำรอง เพื่อความรวดเร็วในการให้บริการโดยได้มีการพัฒนารูปแบบช่องทางการจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่เพิ่มเติม เพื่อให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้ออะไหล่แท้ผ่านระบบช่องทางออนไลน์ ที่จะพร้อมให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
นอกจากนั้น บริษัทมีแผนขยายเครือข่ายการให้บริการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเพิ่มความสะดวกและความรวดเร็วในการเข้ารับบริการของลูกค้าในแต่ละภูมิภาค พร้อมยกระดับการเข้าถึงบริการมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ ซึ่งจะให้ความสำคัญกับการขยายศูนย์บริการในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานสูง รวมถึงพื้นที่ที่ยังไม่มีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ ในปี 2569 ตั้งเป้าขยายเพิ่มอีกจำนวน 5 แห่ง
นายทาดาโอะมิ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2568 ตลาดรถยนต์รวมมียอดขายอยู่ที่จำนวน 622,395 คัน เติบโตขึ้นจากปี 2567 ประมาณ 8.68% ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวจากการแข่งขันราคาที่รุนแรง ส่วนในปี 2569 นี้ ต้องจับตาดูการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ที่จะส่งผลต่อราคาและทิศทางของผู้บริโภคที่เริ่มมองหารถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ต่ำมากขึ้น




