นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การ เลือกตั้ง 2569 ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปี จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่ออุตสาหกรรมยายนต์ในประเทศไทย โดยขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลใหม่จะมีความสามารถในการทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน หรือจะมีความสามารถในการช่วยลดค่าใช้จ่าย หรือ ค่าครองชีพ ให้กับประชาชนได้อย่างไร รวมถึงการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับแรงงานในประเทศไทยได้หรือไม่
ทั้งนี้ ในอีกทางหนึ่งคือการจัดสรรงบประมาณประจำปีของรัฐบาลในปีหน้าว่าจะสามารถเริ่มใช้จ่ายจากภาครัฐเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศได้ดีหรือไม่ ซึ่งต้องรอดูความชัดเจนถึงจะสามารถคาดการณ์ตัวเลขด้านการผลิตรถยนต์, การจำหน่ายรถยนต์ และ การส่งออก ในปี 2569 ได้
ดังนั้น ณ ขณะนี้ จึงมองว่า คาดการณ์ตัวเลขของอุตสาหกรรมยานยนต์ปี 2569 จะอยู่ที่เทียบเท่ากับปี 2568 โดยมีตัวเลขการผลิตรถยนต์รวมอยู่ที่ 1.45 ล้านคัน แบ่งเป็น ผลิตเพื่อการส่งออกอยู่ที่ 9.5 แสนคัน และ ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 5 แสนคัน โดยหากมีความชัดเจนของการเลือกตั้งจะมีการปรับตัวเลขให้มีความชัดเจนขึ้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ยอดจดทะเบียน รถยนต์ไฟฟ้า 100% ทะลุเป้า! ลุ้นปิดตัวเลขปีนี้ 1.2 แสนคัน
นอกจากนั้น การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ที่จะมีผลในปี 2569 จะส่งผลต่อราคารถยนต์ที่จำหน่ายอาจมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไป บางเทคโนโลยีได้ประโยชน์ แต่บางเทคโนโลยีก็ไม่ได้ประโยชน์ แต่อย่างไรก็ตามจะต้องขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละบริษัท เนื่องจากยังมีปัจจัยภายนอกเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำมีผลต่อกำลังซื้อและยอดขาย
อย่างไรก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่จะต้องจับตาคือ ตลาดรถกระบะที่หดตัวลงหลักแสนคัน มีผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนที่เกี่ยวเนื่องในประเทศ เพราะรถกระบะใช้ชิ้นส่วนในประเทศเป็นจำนวนมากกว่า 90% ซึ่งหากรัฐบาลมีการสนับสนุนดังเช่น นโยบาย “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” ที่จากข้อมูลพบว่าปัจจุบันมีการอนุมัติไปแล้วกว่า 1,773 ราย ด้วยวงเงิน 1,171 ล้านบาท ถือเป็นการช่วยสนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจได้
ขณะเดียวกัน ถ้าหากยอดผลิตรถกระบะเพิ่มขึ้น ระบบซัพพลายเชนจ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีออเดอร์คำสั่งซื้อเพิ่ม ช่วยกระตุ้นการจ้างงาน และสร้างรายได้ให้แรงงานไปใช้จ่ายในภาคอุปโภคบริโภค ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้




