ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่าเป็นความชอบพื้นฐานในการเล่นกีฬาทางน้ำแม้ว่าส่วนตัวจะว่ายน้ำไม่ได้เก่งอะไรก็ตาม แต่เวลาเห็นการถ่ายทอดสดการแข่งขัน “เจ็ทสกี” แล้วเห็นนักแข่งแต่ละคนท่าทางในการขับขี่นั้น ดูเท่ ดูสนุก และดูมันส์มาก ในการแข่งขัน และรู้สึกอยากทำได้แบบนั้นจึงเป็นที่มาของการลองเข้าร่วมอบรมอย่างจริงจังกับ YAMAHA SuperJet Academy ในครั้งนี้
ยามาฮ่า (YAMAHA) หรือที่ใครหลายคนขนานนามค่ายรถจักรยานยนต์นี้ว่า “ค่ายส้อมเสียง” จากสัญลักษณ์ของโลโก้ และ เครื่องดนตรียามาฮ่า ที่เป็นที่รู้จักกัน แต่กระนั้น ยามาฮ่า ไม่ได้มีเพียงแค่เฉพาะธุรกิจ รถจักรยานยนต์ และ เครื่องดนตรี แต่ยังมีธุรกิจอื่น ๆ อีก เช่น รถกอล์ฟ, ไม้กอล์ฟ เป็นต้น และในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทางน้ำ อย่าง Yamaha WaveRunner (เจ็ทสกีนั่ง), YamahaSuperJet (เจ็ทสกียืน) และ เครื่องยนต์อเนกประสงค์
สำหรับผลิตภัณฑ์ทางน้ำมีชื่อหน่วยงานเฉพาะที่เรียกว่า “Yamaha Marine” คือเรียกว่าจริงจังเหมือนธุรกิจหลักอย่าง รถจักรยานยนต์ และ เครื่องดนตรีเลย แม้ว่าผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายจะมีไลน์อัปโมเดลที่ไม่มากมายหลากหลายเท่า แต่ด้วยความครบวงจรตามแบบฉบับของ ยามาฮ่า ทั้งด้านบริการหลังการขาย และ การฝึกอบรมผลิตภัณฑ์รวมถึงการใช้งาน เต็มระบบ
YAMAHA SuperJet Academy มีการจัดขึ้นต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน โดยปกติจะมีคอร์สฝึกอบรมทุกเดือนตลอดปี เพื่อให้ลูกค้าผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ทางน้ำของ ยามาฮ่า ได้เรียนรู้และใช้งานผลิตภัณฑ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึง ให้ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์หรือกิจกรรมในวงกว้างได้เข้าร่วม โดยมีการเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านทาง Yamaha Marine Thailand ในช่องทางโซเชียลมีเดียว Facebook, Instragram และ อื่น ๆ โดยมีระยะเวลาการอบรม 1 วันเต็ม ภายใต้การดูแลของผู้ฝึกสอนและทีมช่วยเหลือที่มีความเชี่ยวชาญ
เบื้่องต้นทักษะการเล่นกีฬาทางน้ำชนิดนี้ของตัวผมเองนั้นอยู่ในระดับเริ่มต้น คือ เล่นได้ ขี่ได้ รู้เรื่องบ้าง แบบตามที่เช่าเจ็ทสกีขี่แถวหน้าหาดในทะเลทั้งหลาย แต่ไม่ได้ลึกซึ้งถึงพื้นฐานอะไร ดังนั้นเวลาครูฝึกถามถึงพื้นฐานของผู้เข้าร่วมอบรมจึงยกมือได้อย่างเต็มภาคภูมิว่า ไม่มีพื้นฐานการขับขี่มาก่อน! สิ่งที่ครูฝึกทำก็คือจัดแบ่งกลุ่มเพื่อให้เกิดความสนุกสูงสุดของการขับขี่แต่ละรอบ
เริ่มต้นด้วยการอบอุ่นร่างกายกันก่อน ยืดเส้นยืดสาย ด้วยท่าทางเหมือนก่อนการเริ่มต้นการออกกำลังการนั่นแหละ กล้ามเนื้อหลัก ๆ ของร่างกายที่ใช้มากคือ ขา! ที่เปรียบเสมือนช่วงล่าง ส่วนรองลงมาก็คือ แขน! ที่เปรียบเสมือนคันบังคับ ต้องยืดเหยียดให้เต็มที่เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ
ตามมาด้วยการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์พอสังเขปว่าสิ่งที่เราจะได้ขับขี่คืออะไร อย่างในคอร์สนี้คือ YAMAHA SuperJet เครื่องยนต์ 3 สูบ 4 จังหวะ ให้กำลังสูงสุด 1,049 ซีซี ขับเคลื่อนด้วยกระบอกเจ็ท ตัวถังมีความปราดเปรียวราวกับรถจักรยานยนต์ในกลุ่มซูเปอร์สปอร์ตอย่าง YAMAHA YZF-R1 เพราะได้รับแรงบันดาลใจการพัฒนาคล้ายกันคือ ความสนุก และ ความมันส์ ซึ่งความแรงของเครื่องยนต์ยังเทียบเท่ากันได้อีกด้วย ฉะนั้นคอนเฟิร์มได้เลยว่า แรง!!
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : All New Yamaha TMAX 2025 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ เปิดตัวในไทย 8 กรกฎาคม นี้
อีกทั้ง การใช้งานของตัวเรือ SuperJet ที่ต้องเสียบสายเซฟตี้ หรือ คลิปกุญแจเรือเข้ากับตัวเรือ และต้องคล้องไว้ที่ข้อมือซึ่งเครื่องยนต์จะดับเมื่อคลิปกุญแจเรือหลุดออกจากจุด เพื่อที่เวลาตกน้ำเรือจะได้หยุดการทำงานและเคลื่อนที่ไปไม่ไกล พร้อมทั้งการกดปุ่ม Start/Stop ซึ่งแม้ว่าจะไม่ซับซ้อนแต่เวลาเมื่ออยู่ในน้ำอาจจะมีความรีบหรือความกังวลได้
จากนั้นเรื่องความปลอดภัยก็เป็นเรื่องสำคัญ สัญญาณมือ ข้อควรระวัง และการนำเรือเข้าเทียบท่าก็เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้เพื่อจะได้ปลอดภัยกับผู้ขับขี่และผู้ร่วมอบรมทุกคน รวมถึงการปฏิบัติตัวเวลาตกน้ำและเรือพลิกคว่ำก็ต้องมีวิธีการพลิกเรือ แต่ถ้าไม่สามารถทำได้ก็ลอยคอในน้ำรอทีมช่วยเหลือเข้าช่วย
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ครั้งแรกในโลก! “YAMAHA Y/AI” รถจักรยานยนต์ต้นแบบแห่งอนาคต
ส่วนการแต่งกายทีมงานก็มีการเตรียมไว้ให้อย่างครบถ้วน ทั้ง เสื้อชูชีพ, ถุงมือ, รองเท้ากีฬาทางน้ำ, แว่นตากีฬาทางน้ำ และ ชุดสำหรับกีฬาทางน้ำ ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเตรียมมาหรือไม่มีจะทำอย่างไร ขอแค่มีใจ!
ก่อนจะเริ่มขึ้นเรือจริง ครูฝึกจะมีการทบทวนและโชว์ให้ดูอีกทีบริเวณที่หน้าเรือเพื่อให้เห็นของจริง จากนั้นก็ เริ่ม! สิ่งแรกเลยคือ การรักษาสมดุลและการควบคุมความเร็ว ซึ่งต้องบอกว่าใช้ส่วนประสาทหลายส่วนต้องจับจังหวะให้ดี อย่างตัวผมสูง 185 ซม. จุดศูนย์ถ่วงและการทรงตัวก็อาจจะไม่เหมือนคนอื่น แต่ทุกคนต้องเริ่มต้นจากการ นั่งคุกเข่าขี่เพื่อเรียนรู้ปรับตัวให้เข้ากับเรือ เอาแค่ท่านี้ส่วนตัวก็ว่าไม่ง่าย แค่ให้ลอยลำไม่โคลงไปโคลงมาจนตกน้ำก็ท้าทายมากแล้ว ทริคส่วนตัวคือ นั่งให้ชิดแฮนด์เข้าไว้เพราะจุดบาลานซ์น้ำหนักของตัวเรืออยู่ตรงนั้น
ที่ผ่านมาส่วนตัวเคยมีโอกาสได้ลองขี่เจ็ทสกียืนในรุ่นก่อนหน้า แต่ยอมรับแบบไม่อายเลยว่า แม้กระทั่งนั่งคุกเข่าขี่ก็ยังทำไม่ได้เลย ได้แค่ขี่แบบซูเปอร์แมน (เอามือโหนสตาร์ทเครื่องลอยท้ายเรือแล้วค่อย ๆ ไหลไป) แค่ครั้งนี้ นั่งคุกเข่าขี่บนเรือได้ และรู้สึกเอ็นจอยไปกับมัน เพราะเข้าใจในหลักการพื้นฐาน ตลอดช่วงเช้าคือ ลองนั่งขี่เป็น 4 เหลี่ยมรอบบึง วนซ้ายที วนขวาที ก่อนที่จะหมดช่วงเช้า
ต่อมาในช่วงบ่ายครูฝึกเริ่มเชียร์ให้ทุกคน ยืนขี่! และปรับรูปแบบการขับขี่เป็นแบบ ซิกแซ็ก คือมีทั้งเข้า โค้งซ้าย และ โค้งขวา รวมถึงทางตรง ซึ่งทุกคนก็เริ่มลองยืน บ้างก็ตกน้ำ บ้างก็ยืนได้ ส่วนตัวผมนั้นมีแรงเชียร์จากครูฝึกว่าจบคอร์สนี้ต้องยืนขี่ได้แบบเท่ ๆ เหมือนนักกีฬาเลย พอลองยืนเท่านั้นแหละ หงายหลังตกน้ำทันที เพราะยังจับทางไม่ถูก เหมือนกับว่าด้วยความสูงของตัวเองมันจะยืนหลังตรง ซึ่งไม่ถูก! ที่ถูกต้องคือต้องยืนต่ำ ๆ โน้มตัวไปข้างหน้า ย่อขาลงเหมือนทำหน้าที่ซัพแรง รักษาสมดุลการทรงตัว เวลาเลี้ยวฝั่งไหนขาข้างนั้นต้องอยู่ข้างหน้า
ตลอดบ่ายท่องจำและลองสิ่งเหล่านี้จากครูฝึก หลายคนทำได้และดูขี่ได้มันส์มาก แต่ส่วนตัวผมนั่นยังคงได้แต่นั่งคุกเข่าขี่ เพราะลองยืนกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ยังรักษาสมดุลและทรงตัวไม่ได้ สุดท้ายตกน้ำตลอด แต่มันเป็นความท้าทายที่ไม่ยอมแพ้และแถมอยากเอาชนะให้ได้ โดยถ้าต้องให้คะแนนตัวเองคือ 8/10 แล้ว ความสนุกมาเต็ม ความมันส์มาเต็ม ที่สำคัญมีการพัฒนาจากก่อนหน้านี้ที่แม้แต่ขึ้นเรือยังไม่ได้ และ ได้แต่ว่ายตามเก็บเรือ แต่มาในคอร์สนี้คือนั่งคุกเข่าขี่ได้แล้วและทรงตัวได้ตลอด
สิ่งที่ได้จากคอร์สนี้เลยคือ ต้องมีความพร้อมทั้งร่ายกายและใจ ส่วนตัวนั้นผมมีแต่ใจ ส่วนความพร้อมของร่างกายยังต้องฝึกฝนเพื่อให้สามารถเล่นเจ้า YAMAHA SuperJet ให้ได้ดี เพราะกีฬาชนิดนี้ยอมรับว่าเป็นการออกกำลังกายชั้นดีได้ใช้กล้ามเนื้อทุกส่วนแถมยังได้ใช้ความเร็วอีกด้วย ซึ่งเชื่อได้อย่างสนิทใจเลยว่าถ้ายืนเล่นได้จะยิ่งมันส์กว่านี้แน่ ส่วนครั้งนี้ผมคงได้เท่านี้ด้วยข้อจำกัดทางร่างกาย แต่สักวันจะต้องเอาชนะให้ได้!

















