slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
HomeลองขับYamaha Fazzio Hybrid Connected โฉมปี 2025 ขี่ดี สีใหม่ ปรับราคาลง

Yamaha Fazzio Hybrid Connected โฉมปี 2025 ขี่ดี สีใหม่ ปรับราคาลง

ถือเป็นรถจักรยานยนต์สายออโตเมติกแฟชั่นคันหนึ่งที่มีบุคลิกชัดเจนในด้านการออกแบบ ซึ่งใช้รูปทรง “แคปซูล” มาเป็นพื้นฐานการดีไซน์ในทุกจุด สำหรับ Yamaha Fazzio Hybrid Connected สร้างความฮือฮาได้ไม่น้อยนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 จนมาถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นดีไซน์ที่น่าสนใจอยู่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารถจักรยานยนต์รุ่นดังกล่าวมีการสร้างกระแสอย่างต่อเนื่องทั้งการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นอย่าง FILA และส่ง YAMAHA FAZZIO x FILA Limited Edition ลงสู่ตลาด รวมถึงมีกลยุทธ์ทางการตลาดที่สดใสชัดเจนเจาะกลุ่มวัยรุ่น

ล่าสุด Yamaha Fazzio Hybrid Connected โฉมปี 2025 ได้มีการเพิ่มสีสันใหม่เข้ามาแบบ “ทูโทน” สำหรับในรุ่น Smart Key Version มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่

  • สีขาว-น้ำเงิน (Retro White)
  • สีเขียว-ขาว (Relax Matt Green)
  • สีน้ำเงิน-ชมพู (Neo Dark Blue)

ส่วนในรุ่น Standard มีให้เลือกด้วยกัน 3 สี ได้แก่

  • สีดำ (Active Black)
  • สีชมพู (Neo Mauve)
  • สีเขียว (Nomad Green)

Yamaha Fazzio Hybrid Connected

การเพิ่มสีสันในครั้งนี้สำหรับรถจักรยานยนต์สายออโตเมติกแฟชั่นถือว่าต้องมีนัยยะสำคัญในการปรับปรุงสีใหม่ให้โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพราะไม่เช่นนั้น มีโอกาสสูงที่จะ “แป๊ก” ซึ่งที่เห็นจากสีพื้นฐานก็พอมองเห็นว่า ยามาฮ่า ฉีกความซ้ำซากจำเจแบบเดิม ๆ ไปเลย เพราะโดยปกติสีพื้นฐานที่ต้องมีหลัก ๆ ทั่วไปก็คือ ขาว, ดำ, เทา, แดง อะไรทำนองนี้

แต่ที่เปิดสีพื้นฐานใหม่มาในรุ่น Standard 3 สี ดำ, เขียว, ชมพู นั้น และใช้โทนสีพาสเทลด้วย อันนี้แม้ว่าจะแปลกใหม่ในด้านการตลาด แต่เทรนด์สีนี้ในวงการรถจักรยานยนต์นั้นกำลังเป็นเทรนด์! และเมื่อได้ไปเห็นสีจริง ๆ ที่รถคันจริงแล้วนั้น อยากบอกว่าเป็นสีที่ “ดูพอดี” ไม่เขิล ไม่ขัดตา แล้วยิ่งโทนแบบนี้ส่วนตัวมองว่ายิ่งขับให้รถสไตล์แฟชั่นยิ่งดูมีสไตล์มากขึ้นไปอีก

พอมาดูที่สี “ทูโทน” ซึ่งต้องขอออกตัวก่อนเลยว่าปกติส่วนตัวเป็นคนชอบรถสีเดียวคุมโทน แต่พอมาเห็นสีทูโทนของ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ โฉมปี 2025 นี้ ต้องชื่นชมดีไซน์เนอร์และคนจับคู่สี รวมถึงการกำหนดค่าสีแต่ละเบอร์ที่มันลงตัว ไม่โดด ไม่แย่งซีน และไม่ฆ่ากัน … เอาตรง ๆ ว่า สีที่ส่วนตัวคิดว่าออกแบบยากที่สุดคือ “สีน้ำเงิน-ชมพู” เพราะแม้ว่ามันจะตัดกันแล้วเด่น แต่ถ้าการวางตำแหน่งของสีบนแฟริ่งที่ละชิ้นนั้นถ้าสีใดมากไปหรือน้อยไป หรืออยู่ผิดที่ล่ะก็! พังแน่ แต่โชคดีเหลือเกินที่การให้น้ำหนักสีกับความพอดีของทูโทนในรถคันนี้สำหรับสีทูโทนทุกสีมันพอดีลงตัว

Yamaha

ในคอนเทนต์รีวิวนี้ นอกเหนือจากสีสันใหม่ที่กล่าวถึงไปข้างต้นแล้วนั้น Autlifethailand ยังมีโอกาสได้ลองขี่อีกครั้ง! เพื่อสัมผัสถึงสมรรถนะกับเจ้ารถจักรยานยนต์สายออโตเมติกแฟชั่นคันนี้ ในรูปแบบการใช้งานจริงในสภาพถนนที่ขึ้นเขาและทางชันเป็นหลัก ซึ่งครั้งนี้เราไปกันแถว วนอุทยานเขากระโดง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ แล้วก็ตระเวนไปในเมืองเพื่อสัมผัสฟีลลิ่งการใช้งานที่แตกต่างจากการใช้งานในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานครกันดูบ้าง

Yamaha Fazzio Hybrid Connected มาพร้อมเครื่องยนต์ Blue Core Hybrid 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ ขนาด 125 ซีซี. พร้อมระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบออโตเมติก ขับเคลื่อนด้วยสายพาน (V-Belt) ซึ่งส่วนตัวมองว่าเหมาะสำหรับการใช้งานแบบไม่รีบร้อน ถามว่าอัตราการตอบสนองของคันเร่งดีไหมก็ต้องบอกว่า ดีพอประมาน! อาจจะไม่ได้ปรู๊ดปร๊าดแรงเร้าใจให้ฟีลลิ่งสปอร์ตแต่อย่างใด แต่เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปแน่นอน

Yamaha Fazzio Hybrid Connected

สำหรับการใช้งานที่ต้องเรียกกำลังส่งในทางขึ้นเขาดังเช่นที่กล่าวไปในช่วงต้นของการเริ่มคอนเทนต์รีวิวนี้ ให้ฟีลิ่งที่อาจจะไม่ได้กระโจนไต่ทางชันขึ้นพรวด ๆ แต่กำลังของเครื่องยนต์สอดคล้องกับคันเร่งที่บิด มาเรื่อย ๆ ขึ้นทางชันได้ต่อเนื่อง ไม่เหี่ยว ไม่ห้อย ไม่อืด เพิ่มเติมข้อมูลให้อีกนิดคือ ฟีลลิ่งที่ได้รับนี้ไม่ใช่การขี่คนเดียวด้วย! แต่เป็นการพาช่างภาพร่างใหญ่น้ำหนักเฉียดร้อยกิโลกรัม บวกกับน้ำหนักตัวผมอีกราว ๆ 80 กิโลกรัม ยังสามารถขึ้นเขาได้ชิล ๆ

พอช่างภาพลงไปดักถ่ายภาพ ฟีลลิ่งที่ได้รับตอนขี่วนขึ้นเขามาให้ก็ดีขึ้นอีกเล็กน้อยราว 20% เอาเป็นว่า ฟีลลิ่งการขับขี่ด้านเครื่องยนต์ในทางเขา ทางชัน ก็ไม่มีปัญหาอะไร ใครที่ต้องการใช้งานในลักษณะเดียวกันนี้ก็หายห่วงได้

สำหรับช่วงล่างด้านหน้าแบบ เทเลสโคปิค ด้านหลังแบบ ยูนิตสวิง แบบไม่ได้ตกแต่งอะไร (เดิมจากโรงงาน) ส่วนตัวมองว่า พอใช้ได้ แต่ถ้าจะให้ดีก็เอาไปเปลี่ยนให้มี ความแน่น ความเฟิร์ม มากขึ้นก็จะได้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่ดีขึ้น เพราะส่วนตัวว่าทั้งการขี่คนเดียวและการขี่แบบมีคนซ้อนอาจจะนิ่มและย้วยไปหน่อย แต่ไม่ใช่ปัญหาในการใช้งานแบบทั่วไปปกติสำหรับกลุ่มเป้าหมายของรถกลุ่มนี้ ส่วนระบบเบรก หน้าดิสก์ หลังดรัม ก็ถือเป็นมาตรฐานเดียวกันกับรถในคลาสนี้

Yamaha Fazzio Hybrid Connected

ส่วนขนาดของตัวรถขนาดเล็ก แต่เอาจริง ๆ ก็อาจจะไม่ได้เล็กขนาดนั้นเพราะ ส่วนตัวผมสูง 185 ซม. กับช่างภาพน้ำหนักเฉียดร้อยกิโลกรัม ยังซ้อนกันขี่ขึ้นเขาได้ก็เพียงพอที่จะใช้งานได้หลากหลาย แต่ส่วนหนึ่งคือความคล่องตัวในการใช้งาน ถ้าใช้ในเมืองก็คล่องตัวดีมุดง่าย เลี้ยวง่าย หาที่จอดสะดวก แต่ส่วนตัว (ส่วนเฉพาะตัวจริง ๆ) คือผมเองจะมีปัญหานิดหน่อยกับรถขนาดเล็กทุกคันที่เวลาขี่ ระยะมือกับเข่าอาจจะชิดกันไปนิดนึงทำให้ควบคุมยากหน่อยสำหรับคนที่มีขนาดความสูงผิดปกติแบบผม แต่ถ้าเป็นคนที่มีความสูงมาตรฐานผมว่าจุดนี้ไม่มีปัญหาอะไร

ส่วนเรื่องดีไซน์แคปซูลทั้ง ไฟหน้า, ไฟเลี้ยว, เรือนไมล์ อันนี้ต้องยอมรับในความชัเจนในการออกแบบของ ยามาฮ่า ซึ่งรูปทรงการดีไซน์อะไรแบบนี้ จะเห็นได้ตลอดในรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าหลายรุ่น ยกตัวอย่างเช่น YAMAHA QBIK ที่ใช้ทรงเหลี่ยมทรงกล่องในการดีไซน์ หรือแม้กระทั่ง YAMAHA Grand Filano Hybrid Connected ที่ใช้ทรงรูปทรงไดมอนด์ (เพชร) ในการดีไซน์ ซึ่งต่างจากทั่วไปปกติที่ไม่ใช้ ทรงกลม ก็ทรงวงรี อะไรทำนองนี้ ดังนั้นจึงสะท้อนความเป็น DNA ของยามาฮ่าออกมา ในการไม่ประนีประนอมกับการออกแบบ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาพร้อมกับช่องชาร์จสมาร์ทโฟน USB Type-A ในช่องเก็บของด้านหน้าที่มีฝาปิด พร้อมกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 17.8 ลิตร และที่เป็นไฮไลต์ของรถจักรยานยนต์คันนี้ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกคือ DOUBLE HOOK CARABINER ที่แขวนของแบบคู่ แขวนได้ 2 จุด และเป็นรุ่นเดียวในคลาส

Yamaha Fazzio Hybrid Connected

นอกจากนั้น ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Y-Connect Application เชื่อมต่อกับรถและแสดงข้อมูลบนสมาร์ทโฟนทั้ง การแจ้งเตือนการบำรุงรักษา, แจ้งเตือนเมื่อเครื่องยนต์เกิดปัญหา, แสดงข้อมูลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง, แสดงตำแหน่งจอดรถล่าสุด และอื่น ๆ เป็นต้น

สรุป : ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด คอนเน็กเต็ด โฉมปี 2025 สีใหม่ดูดีลงตัว โดยเฉพาะคันที่ได้ลองขี่เป็นสีเดียวกับ สีเขียวของ Yamaha Fazzio Hybrid Connected แล้วเอามาจับคู่กับสีขาว (ออกแนวขาว+ครีมนิด ๆ) อันนี้น่าจะถูกใจคนที่ชอบรถที่มีบุคลิกมีสไตล์ ส่วนฟีลลิ่งการใช้งานโดยเฉพาะการขี่ขึ้นเขา-ทางชัน แม้จะเป็นรถเล็กก็ไม่มีปัญหาอะไร ฉะนั้นน่าจะเหมาะกับคนที่หารถจักรยานยนต์ที่มีความคล่องตัวในการใช้งานทั้งในเมืองที่มีรถติด และ เมืองต่างจังหวัดที่มีทางเขา-ทางชัน ใช้งานได้ หรือแม้กระทั่งกลุ่มวัยรุ่นที่ชื่นชอบการตกแต่งสไตล์สกู๊ตเตอร์ก็มีจุดให้แต่งให้เติมตามสไตล์ของแต่ละบุคคลได้ ซึ่งความเด่นที่ดีไซน์นี่แหละที่ทำให้รถจักรยานยนต์คันนี้น่าสนใจ

อ่านเพิ่มเติม : Yamaha จัดแคมเปญซื้อรถมอเตอร์ไซค์แถมประกันอุบัติเหตุ-ชดเชยรายได้

Yamaha Fazzio Hybrid Connected โฉมปี 2025  มีการปรับราคาลงเฉลี่ยราว ๆ 3,000 บาท เมื่อเทียบกับโฉมปี 2024 แต่ไม่ต้องกังวล! เพราะเขาไม่ได้ตัดอะไรทิ้งไปแต่เป็นเรื่องของความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิตและการปรับราคาให้เข้าถึงง่ายขึ้น โดยราคาของโฉมปี 2025 อยู่ที่ รุ่น Standard ราคาอยู่ที่ 50,900 บาท และ รุ่น Smart Key (คันที่รีวิว) ราคาอยู่ที่ 52,900 บาท ซึ่งมาพร้อมการรับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร

Yamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid ConnectedYamaha Fazzio Hybrid Connected Yamaha Fazzio Hybrid Connected Yamaha Fazzio Hybrid Connected

- Advertisement -spot_img
Mitsubishi Mega Deal
Mitsubishi Mega Deal
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
ออล-นิว มิตซูบิชิ ไทรทัน แบล็ก เอดิชัน
previous arrow
next arrow
- Advertisement -spot_img

Stay Connected

500,000FansLike
14,000FollowersFollow
203,000FollowersFollow
319FollowersFollow
114,000SubscribersSubscribe

Must Read

Related News