slide 1
slide 1
Image Slide 2
Image Slide 2
previous arrowprevious arrow
next arrownext arrow
HomeAutolife Lifestyle7 วิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์

7 วิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์

7 วิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่รถยนต์ก็ไม่ต่างจากส่วนประกอบอื่น ๆ ของรถยนต์ เพราะมีการใช้งานที่จำกัด นั่นแปลว่าหากเราปล่อยปละละเลย พอจะใช้งานอีกที กลายเป็นว่าแบตเตอรี่เสียไปแล้ว ซึ่งหากใครอยากที่จะมีรถไว้ใช้นาน ๆ ต้องอย่าลืมที่จะดูแลรักษาแบตฯ กันไว้บ้างค่ะ เรานำวิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ ที่คนมีรถทุกคนจะต้องรู้ไว้ค่ะ

ประเภทของแบตเตอรี่

เรามักจะพูดว่าแบตเตอรี่ ๆ ๆ  แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแบตเตอรี่รถยนต์ยังคงแบ่งประเภทออกมา ด้วยคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ได้แก่

  • แบตเตอรี่แบบเปียก : เป็นแบตเตอรี่ที่คนนิยมใช้กัน มีฝาเปิด-ปิด สามารถเติมน้ำกลั่นเองได้ มีอายุการใช้งานประมาณ 1-2 ปี แต่หากดูแลดีสามารถใช้งานได้นานกว่านั้นมาก ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
  • แบตเตอรี่แบบแห้ง : เป็นแบตเตอรี่แบบไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่น แบตเตอรี่แบบนี้จะไม่มีฝาเปิด-ปิดสำหรับเติมน้ำกลั่น ระยะหลังเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น อีกทั้งแบตเตอรี่รุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ หันมาใช้แบตเตอรี่แบบนี้ เพราะสะดวกสบาย แต่ราคาจะค่อนข้างสูง ข้อดีอีกข้อคือ มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบบเปียกอยู่ที่ 5-10 ปี

วิธียืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์

  1. ควรดูแลขั้วแบตเตอรี่ให้สะอาดอยู่เสมอ โดยการทาขั้วแบตเตอรี่ด้วยวาสลีนเพื่อป้องกันไม่ให้มีคราบขี้เกลือขึ้น แต่หากมีคราบขี้เกลือขึ้นที่ขั้วแบตเตอรี่แล้ว ก็มีวิธีทำความสะอาดง่ายๆ คือ ใช้น้ำร้อนราดทำความสะอาด
  2. ตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่อยู่เสมอ อย่าให้มีรอยแตกรอยร้าว เพราะจะทำให้แบตเตอรี่ไม่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้เท่าที่ควร
  3. ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่รถยนต์ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง อย่าปล่อยให้น้ำกลั่นแห้ง ควรเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับกลาง ๆ ระหว่างขีดสูงสุดและต่ำสุด แต่อย่าเติมให้เกินขีดสูงสุด
  4. ควรตรวจเช็กระบบชาร์จไฟของอัลเตอร์เนเตอร์ เพื่อดูว่าระบบไฟชาร์จต่ำหรือสูงเกินไปหรือเปล่า ถ้าต่ำไปเราอาจมีประจุไฟไม่พอใช้ ทำให้มีปัญหาตอนสตาร์ตรถ หรือหากสูงไปจะทำให้น้ำกรดและน้ำกลั่นระเหย และเดือดเร็วเกินไป อาจจะทำให้มีปัญหาหม้อน้ำมีความร้อนสูงเกินไป
  5. ควรตรวจสอบวัดระดับกระแสไฟฟ้าของแบตเตอรี่อย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าแบตเตอรี่เสื่อมหรือมีปัญหาอื่น ๆ ในการเก็บประจุไฟฟ้าหรือไม่
  6. หลีกเลี่ยงการใช้กระแสไฟมาก ๆ ในขณะที่อากาศเย็นจัด หากรถยนต์ของคุณอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวมากและหนาวนาน อย่าลืมว่าประสิทธิภาพการกระจายของน้ำกรดและน้ำกลั่นจะลดลงด้วย ทางที่ดีควรจอดรถข้ามคืน ตอนเช้าควรจะสตาร์ตรถยนต์ทิ้งไว้สัก 5-10 นาทีเพื่ออุ่นเครื่อง ก็จะส่งผลที่ดีต่อของรถยนต์ของคุณมากกว่าค่ะ
  7. สำหรับแบตเตอรี่แห้ง ตัวตาแมวของแบตเตอรี่จะเอาไว้ใช้ดูกำลังไฟ หากเป็นสีน้ำเงินเท่ากับว่าทุกอย่างปกติดี หากเปลี่ยนเป็นสีส้มหรือสีแดงหมายความว่าแบตเตอรี่มีปัญหา อาจจะต้องชาร์จไฟหรือเติมน้ำกลั่นเพิ่ม แต่ถ้าเป็นสีขาว แปลว่าแบตเตอรี่เสื่อมคุณภาพหรือเสีย ต้องเปลี่ยนลูกใหม่สถานเดียว

นอกจากนี้ การดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ยังทำได้อีกมากมาย เช่น หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ขณะตรวจเช็กแบตเตอรี่เป็นอันขาด เพราะอาจจะทำให้ระเบิดได้ หรือหากระบบไฟอ่อน หรือมีปัญหาตอนสตาร์ตเครื่อง อาจจะลองตรวจสอบไดชาร์จดู  รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้น้ำกรดหรือน้ำกลั่นที่มีสารเคมีผสม อาจจะไปกัดตัวแบตเตอรี่ทำให้มีปัญหาได้

หากผู้ใช้รถหมั่นดูแลรักษาแบตเตอรี่รถยนต์เป็นประจำ ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เพิ่มมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการรู้จักสังเกตความผิดปกติ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับรถหรือแบตเตอรี่ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและซ่อมแซม

ติดต่อโฆษณา

Project Manager (คุณแอม)

โทร. 089 533 5115

Email : autolifethailand@gmail.com

หรือ Inbox ได้ทาง Facebook Fanpage https://www.facebook.com/autolifethailand.tv

รีวิวรถยนต์ ข่าวแบรนด์รถยนต์ ไลฟ์สไตล์ รถใหม่

Turnoff
Turnoffhttps://turnoffweb.com/
จบจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีประสบการณ์ในการเขียน Blog และอยู่ในวงการออนไลน์ มามากกว่า 8 ปี Youtube : Turnoff Chennel / ผู้ก่อตั้งกลุ่ม สอน SEO in Thailand / www.turnoffweb.com
- Advertisement -spot_img
Slide 2
Slide 2
previous arrow
next arrow

Stay Connected

330,000FansLike
6,955FollowersFollow
153,000FollowersFollow
319FollowersFollow
994,000SubscribersSubscribe
- Advertisement -spot_img

Must Read

Related News