นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันครบวงจรภายใต้ชื่อ PT เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ไว้ที่ 2.5 แสนล้านบาท สูงขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2.24 แสนล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากกลุ่มธุรกิจน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 3-5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่กลุ่ม Non-Oil คาดว่าจะมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 45% ได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาบริษัทตั้งเป้าหมายกำไรขั้นต้นในธุรกิจ Non-Oil เพิ่มขึ้นเป็น 50% ภายในปี 2571 แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันบริษัทมองว่าเป้าหมายดังกล่าวจะบรรลุได้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ซึ่งจะถึงเป้าหมายดังกล่าวได้ภายในปี 2570 นี้
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : PT ตั้งเป้ากำไรธุรกิจ Non-Oil เพิ่มเป็น 50% ในปี’71 ชูกาแฟพันธุ์ไทยหนุน

ขณะที่ บริษัทมีแผนการในงบประมาณการลงทุนมูลค่า 4,000 – 4,500 ล้านบาท ภายในปี 2569 โดยในปีนี้มุ่งเน้นการขยายสาขาของธุรกิจ กาแฟพันธุ์ไทย เป็นหลัก ซึ่งใช้สัดส่วนมากกว่า 50% ของงบประมาณการลงทุน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะเป็นการปรับปรุงภาพลักษณ์สถานีบริการน้ำมัน
สำหรับเป้าหมายการขยายสาขาของสถานีบริการน้ำมันในปี 2569 จะเพิ่มขึ้นอีก 50-60 แห่ง จากปัจจุบันมีจำนวนอยู่ที่ 2,269 แห่ง ส่วนกาแฟพันธุ์ไทย จะเพิ่มขึ้นอีกราว 849 สาขา จากปัจจุบันมีจำนวน 2,151 แห่ง และ ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร AUTOBACS จะเพิ่มขึ้นอีก 50 แห่ง จากปัจจุบันมีจำนวน 127 สาขา ขณะที่ สถานชาร์จไฟฟ้า PT GIGA EV จะเพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง จากปัจจุบันมีจำนวน 1 แห่ง
ส่วนการลงทุนดังกล่าวคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้รายได้ของธุรกิจ กาแฟพันธุ์ไทย เพิ่มขึ้นราว 1 เท่าตัว จาก 6,000 – 7,000 ล้านบาท เป็น 10,000 ล้านบาท ภายในปีนี้ เช่นเดียวกับ AUTOBACS ที่คาดว่าจะมีรายได้โต 1 เท่าตัว
พร้อมกันนี้ บริษัทมีแผนการขยายฐานสมาชิก PT Max Card เพิ่มขึ้นเป็น 27 ล้านสมาชิกในปีนี้ จากปัจจุบันมีจำนวนสะสมกว่า 25 ล้านสมาชิก

“บริษัทมองโอกาสในธุรกิจ Non-Oil มากขึ้นจากการท่องเที่ยวและการเดินทาง โดยบริษัทเปลี่ยนสนามการแข่งขันจากเดิมที่แข่งกันในธุรกิจเดียวกัน เป็นการเอาธุรกิจเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคน”
อย่างไรก็ตาม แผนธุรกิจในปี 2569 จะดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Powering Thai Lives : Everywhere • Everyday • Everyone” โดยจะมีการพัฒนา Max World Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและบริการด้านไลฟ์สไตล์เข้ากับชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านการเชื่อมต่อ 13 แบรนด์ภายในเครือกับเครือข่ายบริการกว่า 6,000 Touchpoints ซึ่งตั้งเป้าขยายเครือข่ายบริการมากกว่า 7,000 Touchpoints ผ่านการผสานธุรกิจ Oil และ Non-Oil เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์กิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ในหลากหลายมิติ





