LEXUS LX 500d
Lexus LX 500d ราคาอย่างเป็นทางการ (นำเข้า CBU ญี่ปุ่น) โดย Lexus Thailand
- LX500d Premium 15,000,000 บาท
- LX500d F Spot 15,500,000 บาท




Dimension มิติตัวถัง
Lexus LX
- ยาว 5,100 มิลลิเมตร
- กว้าง 1,990 มิลลิเมตร
- สูง 1,895 มิลลิเมตร
- ระยะฐานล้อ Wheelbase 2,850 มิลลิเมตร









Engine เครื่องยนต์
LX 500d
เครื่องยนต์ดีเซล V6 รหัส F33A-FTV ขนาดความจุ 3.3 ลิตร 3,346 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ พละกำลังสูงสุด 304 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
ตัวเลขจากโรงงาน
- อัตราเร่ง 0-100 km/h ภายใน 8.0 วินาที
- อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 11.5 km/l




โหมดการขับขี่ 6 รูปแบบ
- AUTO
- DIRT
- SAND
- MUD
- DEEP SNOW
- ROCK









Highlights ของ Lexus LX 500d เวอร์ชั่นไทย
ภายใต้แนวคิด “ Influence that signals the Future ”
พบกับ SUV ระดับ Ultra Luxury ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์อันทรงพลังแห่งอนาคตได้อย่างชัดเจน ผสานภาพลักษณ์อันสง่างามเหนือระดับเข้ากับสมรรถนะออฟโรดในตำนานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกอันทรงพลัง ไปจนถึงสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง
The All-new Lexus LX 500d ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ขนาด 3.3 ลิตร ที่มอบทั้งพละกำลังและความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time AWD ที่ช่วยให้การควบคุมเป็นไปอย่างมั่นคง แม้ในสภาพถนนที่ท้าทายที่สุด เสริมด้วยระบบช่วงล่างอัจฉริยะ Active Height Control และ Adaptive Variable Suspension (AVS) ที่ช่วยยกระดับความนุ่มนวลแต่ยังคงสมรรถนะเฉพาะตัวของรถออฟโรดระดับตำนานได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame รุ่นใหม่ ถูกออกแบบให้แข็งแกร่งเป็นพิเศษแต่น้ำหนักเบาลง ทำให้ LX 500d ใหม่มีทั้งความทนทานและการควบคุมที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันภายในห้องโดยสารได้ถูกออกแบบมาให้สัมผัสที่หรูหราในทุกมิติ ใช้วัสดุพรีเมียมและงานออกแบบที่เน้นความประณีต มอบพื้นที่กว้างขวางและบรรยากาศแห่งความสง่างามตามแบบฉบับเลกซัส พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยครั้งแรกในเลกซัส ได้แก่ Fingerprint-authentication Push-start ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยระดับสูงสุด และระบบความปลอดภัย Lexus Safety System Plus 3.0 ที่ช่วยดูแลผู้ขับและผู้โดยสารอย่างรอบด้าน มอบทั้งความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับในทุกเส้นทางอย่างแท้จริง









ภายนอกดุดัน ทรงพลัง ภายในหรูเหนือระดับ
สะท้อนจิตวิญญาณแห่งผู้นำใน Lexus LX
- เมื่อพลังแห่งออฟโรดพันธุ์แท้ หลอมรวมเข้ากับสไตล์หรูคลาสแบบชีวิตในเมือง
ดีไซน์ภายนอกของรถรุ่นนี้เริ่มต้นจากจุดแข็งดั้งเดิมที่เป็นของ LX อย่างระยะฐานล้อ 2,850 มม. และความสูงจากพื้นถึงท้องรถ ซึ่งสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นเพื่อสมรรถนะการขับขี่บนเส้นทางออฟโรดที่เหนือระดับ และคงคุณสมบัติทั้งหมดนี้ไว้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ โดยหลอมรวมความแข็งแกร่งของรถออฟโรดแท้เข้ากับความหรูมีสไตล์
- การออกแบบภายในห้องโดยสารที่สร้างบทสนทนาอันรู้ใจระหว่างผู้ขับกับตัวรถ
ภายในห้องโดยสารของ LX ได้นำแนวคิด Tazuna Concept มาใช้ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถได้อย่างเป็นธรรมชาติและมีสมาธิกับการขับขี่ได้มากขึ้น จอ Head-up Display ชุดมาตรวัด และหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ที่ทำหน้าที่เป็นระบบนำทาง สวิตช์ควบคุมการขับขี่ เช่น Multi-Terrain Select ถูกจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่มือเอื้อมถึง ส่วนของสวิตช์ควบคุมเครื่องปรับอากาศและฟังก์ชันอื่นๆ ถูกจัดเรียงอยู่ใต้จอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ในตำแหน่งที่ใช้งานได้สะดวกตามหลักสรีรศาสตร์
- พื้นที่เก็บสัมภาระ
ออกแบบให้ง่ายต่อการปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้งาน สามารถรองรับการจัดเก็บได้สะดวกแม้ขณะเบาะหลังตั้งตรง และปรับขยายได้ตามต้องการด้วยการพับเบาะแถวที่สามหรือแถวที่สอง ทั้งบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อให้เหมาะกับจำนวนผู้โดยสารและสัมภาระที่หลากหลาย




โครงสร้างที่แข็งแกร่ง ผสานพลังเครื่องยนต์อย่างลงตัว ถ่ายทอดการขับขี่ที่ทั้งนุ่มนวลและมั่นใจ
คือเอกลักษณ์แห่ง Lexus Driving Signature
- อีกระดับของนิยามความเป็น LX ด้วยแพลตฟอร์ม GA-F และน้ำหนักที่เบาลงถึง 200 กิโลกรัม
เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่อนคลายและเหนือระดับ LX จึงพัฒนาคุณลักษณะพื้นฐานของรถในทุกมิติ เพื่อให้สามารถตอบรับกับยุคใหม่ของการขับขี่ โดยยังคงโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-frame ไว้ การนำแพลตฟอร์ม GA-F มาใช้ร่วมกับการออกแบบตัวรถใหม่ทั้งคันตั้งแต่ระบบพื้นฐาน รวมถึงจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง การปรับลดน้ำหนักลงอย่างชัดเจน และโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ได้ช่วยยกระดับสมรรถนะการขับขี่ให้ก้าวล้ำอย่างโดดเด่น
- ระบบกันสะเทือน เพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมได้อย่างยอดเยี่ยมบนทุกสภาพถนน
ระบบกันสะเทือนที่มอบทั้งความนุ่มนวลเหนือระดับในการขับขี่ การทรงตัวที่มั่นคงแม้ขณะเบรก และเสถียรภาพที่โดดเด่นด้วยการดูดซับแรงกระแทกและแรงสะเทือนจากพื้นถนน สำหรับการขับขี่บนเส้นทางออฟโรด ระบบยังช่วยให้ล้อทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ยางสัมผัสพื้นผิวถนนได้ทุกสภาพ แม้บนพื้นผิวขรุขระที่ยางมักลอยตัวขึ้น โดยถ่ายทอดกำลังขับสู่พื้นถนนอย่างมั่นคง ช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ยิ่งมั่นใจ
- เครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3 ลิตร
เครื่องยนต์ดีเซล V6 ทวินเทอร์โบแบบสองทาง ขนาด 3.3 ลิตร ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ โดยปรับจูนชิ้นส่วนต่างๆ อย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการขับขี่ในสภาพออฟโรดที่สมบุกสมบัน ระบบเทอร์โบสามารถสลับการทำงานเป็น ซิงเกิลเทอร์โบ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังในช่วงความเร็วต่ำ และเป็นทวินเทอร์โบเพื่อให้การเร่งต่อเนื่องราบรื่นในช่วงความเร็วสูง เทคโนโลยีการเผาไหม้แบบ Low Flow ยังช่วยเสริมทั้งสมรรถนะการขับขี่และประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อม
- Multi-terrain Select
ผู้ขับสามารถเลือกโหมดได้ถึง 6 แบบ ที่เหมาะสมกับสภาพถนนแบบออฟโรด ในโหมด AUTO ระบบจะใช้ข้อมูลจากเซนเซอร์หลายตัวในการประเมินสภาพถนนขณะขับ และเลือกโหมดที่เหมาะสมที่สุดโดยอัตโนมัติ ทำให้การขับขี่มีสมรรถนะสูงสุดในทุกสภาพถนนโดยไม่ต้องสลับโหมดเอง






ยกระดับทุกการเดินทาง ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
- ปุ่มกดสตาร์ท แบบระบบยืนยันลายนิ้วมือ
อีกระดับของความก้าวล้ำด้วยเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งถูกติดตั้งไว้บริเวณกึ่งกลางปุ่มกดสตาร์ท เพียงผู้ขับถือกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ แตะเซนเซอร์พร้อมเหยียบเบรก ระบบจะตรวจสอบลายนิ้วมือที่บันทึกไว้ภายในรถ หากไม่ตรงกัน เครื่องยนต์จะไม่ทำงาน เพื่อเป็นการเสริมความปลอดภัยระดับสูงสุด
- จอแสดงผลแบบคู่
แผงหน้าปัดมาพร้อมจอสัมผัสแบบคู่ บน-ล่าง แสดงข้อมูลที่จำเป็นได้พร้อมกันบนแต่ละจอ เช่น ขณะขับขี่บนถนนปกติ หน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ด้านบน จะแสดงแผนที่นำทางแบบเต็มจอ ขณะที่หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ด้านล่างจะแสดงข้อมูลการทำงานของระบบปรับอากาศ ส่วนในโหมดออฟโรด หน้าจอ 12.3 นิ้ว จะแสดงระบบ Multi-terrain Monitor เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นผิวถนนและสภาพแวดล้อมรอบรถ ขณะที่หน้าจอ 7 นิ้ว จะแสดงข้อมูลการขับขี่ เช่น ความสูงตัวรถ มุมเอียง และการกดคันเร่ง/เบรก โดยมีสวิตช์ควบคุมฟังก์ชันการขับขี่รวมไว้ในหน้าจอล่างเพื่อความสะดวกสูงสุด
- แสงสร้างบรรยากาศภายใน แบบหลากสี
แสงไฟส่องสว่างทางอ้อมที่ช่วยขับเน้นรูปทรงและวัสดุที่สวยงามภายในห้องโดยสารทั่วทั้งบริเวณที่นั่งด้านหน้า เพิ่มมิติแห่งสีสันและบรรยากาศสุดหรู โดยมีธีมสีให้เลือกถึง 14 แบบ ที่ได้แรงบันดาลใจจากปรากฏการณ์ธรรมชาติอันงดงาม รวมถึงสามารถปรับแต่งได้เองอีก 50 สี ให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศภายในให้สอดคล้องกับอารมณ์ความรู้สึก
- ฟังก์ชันนวดผ่อนคลาย (เบาะหน้า)
เบาะหน้ามาพร้อมฟังก์ชันนวดด้วยถุงลมที่ติดตั้งอยู่ในพนักพิงและเบาะรองนั่ง สามารถเลือกนวดแบบทั้งตัวหรือเฉพาะจุด ให้ร่างกายและจิตใจรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนี้ ระบบพยุงเอวแบบถุงลม (Air Lumbar Support) ได้ผสานความยืดหยุ่นและการรองรับที่มั่นคง ปรับตามสรีระและองศากระดูกสันหลังของแต่ละบุคคล เพื่อคงท่าทางการขับขี่ที่เหมาะสมสะดวกสบายสูงสุด




ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ยิ่งเร้าใจ กับฟีเจอร์และสไตล์ตกแต่งที่โดดเด่นของ F SPORT
- ดีไซน์ภายนอก…เอกลักษณ์ความสปอร์ตที่แตกต่าง
ส่วนหน้าของ F SPORT ถูกปรับให้ต่ำลง สัมผัสได้ทันทีถึงความสปอร์ตอันทรงพลัง โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นกระจังหน้าแบบ Spindle Grille ลายตาข่าย F-mesh พร้อมกรอบชุบโครเมียมรมดำ Jet Black ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน ลายตาข่าย F-mesh บริเวณกันชนหลังส่วนล่าง ล้ออะลูมินัม ขนาด 22 นิ้ว และการเลือกใช้สีพิเศษที่คิดค้นขึ้นเฉพาะ เพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งแบบ F SPORT
- ดีไซน์ภายใน…สะท้อนเอกลักษณ์ F SPORT
โทนสี Flare Red โดดเด่นสะกดทุกสายตา อันเป็นเอกลักษณ์ของ F SPORT ตกแต่งด้วยฮาโดริอะลูมินัม ที่ได้แรงบันดาลใจจากลายดาบญี่ปุ่น สร้างบรรยากาศความสนุกที่เข้ากับการขับขี่สไตล์สปอร์ต ความใส่ใจอีกระดับในการขับขี่แบบสปอร์ตยังนำไปสู่การออกแบบเบาะพิงที่เสริมด้านข้างและเบาะนั่งที่แน่นขึ้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงของท่านั่งขณะเข้าโค้ง พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ลายฉลุเพื่อเพิ่มการยึดเกาะ แป้นเหยียบและที่พักเท้าอะลูมินัมที่ผ่านการปรับแต่งเพื่อสมรรถนะ พร้อมสัญลักษณ์ F SPORT บนพนักพิงศีรษะ พวงมาลัย และแผ่นกันรอยขอบประตู
- สมรรถนะพิเศษเฉพาะรุ่น F SPORT
สไตล์ที่โดดเด่นของ F SPORT ได้ถูกถ่ายทอดอยู่ในสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ ด้วยชุดอุปกรณ์ยกระดับสมรรถนะที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นโช้คอัพสมรรถนะสูงด้านหน้าและหลัง เหล็กกันโคลงด้านหลัง และเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิป Torsen LSD ที่ช่วยกระจายแรงขับได้อย่างเหมาะสมตามน้ำหนักที่กดลงบนล้อทั้งหลังซ้ายและขวา ช่วยเพิ่มการยึดเกาะของยางขณะเร่งออกจากโค้ง นอกจากนี้การปรับจูนระบบพวงมาลัยไฟฟ้าและระบบกันสะเทือนปรับไฟฟ้ายังช่วยเพิ่มความเสถียรในการควบคุมได้เฉียบคมยิ่งขึ้นโดยเฉพาะบนถนนปกติ ควบคู่ไปกับการตอบสนองที่เร้าใจสไตล์สปอร์ต ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ F SPORT



สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 6 สี
- สีเขียว Terrain Khaki Mica Metallic
- สีดำ Graphite Black Glass Flake
- สีเงิน Sonic Titanium
- สีเทา Sonic Quartz
- สีขาว White Nova Glass Flake
- สีเบจ Moon Desert





ภายในห้องโดยสาร
LX 500d Premium มีให้เลือก 2 โทนสี
- สีน้ำตาล Hazel
- สีดำ Black

LX 500d F SPORT มีให้เลือก 2 โทนสี
- สีแดง Flare Red
- สีดำ Black

Specification ของ Lexus LX 500d เวอร์ชั่นไทย


เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย www.autolifethailand.tv


















