Hyundai STARIA Minorchange
Hyundai STARIA Minorchange เปิดตัวแล้วที่เกาหลีใต้ ซึ่งไม่ได้มีแค่การเพิ่มรายการอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ยังมีการปรับดีไซน์ด้านหน้าให้ต่างจากรุ่นปัจจุบัน โดนความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่แถบไฟ LED ด้านหน้า ซึ่งดูจะเพรียวลง และ ปรับเป็นแบบชิ้นเดียวยาวตลอดแนว ต่างจากของเดิมที่แบ่งเป็น 3 ท่อน เสริมด้วยการปั๊มชื่อ S T A R I A ไว้บนมุมของไฟ ส่วนโคมไฟหน้าปรับใหม่ให้ดูเป็นส่วนหนึ่งของกันชนมากขึ้น ช่องลมในกันชนปรับใหม่ด้วย เพิ่มความพิเศษในรุ่น Lounge ที่เปลี่ยนวัสดุไปเป็นช่องลมกันชนหน้าโครเมี่ยม



ในส่วนของสีตัวถังภายนอก เพิ่มสีน้ำเงิน Classy Blue Pearl มาให้ ทั้งยังมีสีแดง Galaxy Maroon Pearl ให้เลือกด้วย สงวนสิทธิ์เฉพาะรุ่น Lounge เท่านั้น ห้องโดยสารเพิ่มทางเลือกวัสดุตกแต่ง และเก็บเสียงได้ดีขึ้น ด้วยวัสดุซับเสียงที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม พวงมาลัยเปลี่ยนใหม่รวมไปถึงมาตรวัด และหน้าจอสัมผัสใหม่ใหญ่กว่าเดิมเช่นกัน โดยเพิ่มจาก 10.25 นิ้ว เป็น 12.3 นิ้ว ในส่วนของดีไซน์ มีการปรับช่องแอร์, ช่องเก็บของ และ แผงปุ่มกดที่มีปุ่มกดจริงมากขึ้น พิเศษในรุ่น Lounge เปลี่ยนแผงควบคุมเกียร์ใหม่ และเพิ่มมือจับสำหรับปีนขึ้นรถฝั่งผู้ขับขี่



ในส่วนของงานวิศวกรรม Hyundai STARIA Minorchange เปลี่ยน subframe ใหม่ ส่วนรุ่น Lounge บูชยางไฮโดรลิค (hydro bushings) เพิ่มความนุ่มนวล เสริมด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่มีความสามารถสูงขึ้น เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ในส่วนของขุมพลังมีการกล่าวถึงเครื่องยนต์สันดาป 2 รุ่น คาดว่าขุมพลังไฟฟ้าจะตามมาในอนาคต สำหรับข้อมูลโดยสังเขปของรุ่นที่กล่าวถึงมีดังนี้
- เครื่องยนต์เบนซิน V6 ขนาด 3.5 ลิตร กำลังสูงสุด 240 แรงม้า รองรับเชื้อเพลิง LPG
- เครื่องยนต์เบนซิน Hybrid 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบ พ่วงมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า
ส่วนในประเทศไทย ปัจจุบัน STARIA ใช้ขุมพลัง ดีเซล 2.2 เทอร์โบ
Engine เครื่องยนต์
2.2 DIESEL TURBO
เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ R 2.2 CRDi รหัส D4HB ขนาด 2.2 ลิตร 2,199 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 85.4 x 96.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 16.0 : 1 พละกำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร ที่ 1,500 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า มาตรฐาน EURO 5 รองรับน้ำมันดีเซล B20





ส่วนในประเทศไทย STARIA Minorchange ต้องรอลุ้นกันว่า ยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 เทอร์โบ 177 แรงม้า เหมือนเดิม หรือ ได้เครื่องยนต์ใหม่ เบนซิน 1.6 TURBO Hybrid ต้องรอลุ้นกันครับ





ที่มา: carscoops, carexpert / เรียบเรียงข้อมูลทั้งหมดโดย autolifethailand








