การที่ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ผลิตรถยนต์มากเกินกว่าความต้องการในตลาด ได้นำไปสู่ปัญหาใหม่กับการไหลทะลักเข้าตลาดของ ‘รถยนต์ใช้แล้วไมล์ศูนย์’ ซึ่งเป็นการระบายรถยนต์ใหม่ที่ผลิตขึ้นมาแล้วขายไม่ได้ ด้วยการส่งเข้าสู่ตลาดรถยนต์มือสองโดยตรง แม้จะไม่เคยผ่านการใช้งาน หรือผ่านการใช้งานเพียงไม่กี่ร้อยกิโลเมตร แต่โดยรวมคือสภาพไม่ต่างจากรถยนต์ใหม่ โดยจดทะเบียนแล้วหรือยังไม่จดทะเบียนก็ได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหารถยนต์ล้นสต็อกได้แล้ว ยังสามารถนำไปรวมในรายงานยอดขายได้
ทั้งนี้ ปัญหาที่ตามมาคือตลาดรถยนต์มือสองในจีนถูกทำลาย เพราะผู้บริโภคย่อมเลือกซื้อ ‘รถยนต์ใช้แล้วไมล์ศูนย์’ ที่มีสภาพดีกว่าและถูกไล่เลี่ยกับรถยนต์มือสองของจริง นอกจากนั้น ยังมีรายงานด้วยว่า ‘รถยนต์ใช้แล้วไมล์ศูนย์’ ไม่ได้อยู่ภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังประเทศอื่นด้วย โดยมีสถิติพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 15,000 คันในปี 2021 เป็น 436,000 คันในปี 2024 และคาดว่าจะเกิน 500,000 คันในปี 2025 ทั้งยังมีการประเมินด้วยว่ากว่า 70 – 80% ของรถยนต์ใช้แล้วที่ส่งออกจากจีนเป็น ‘รถยนต์ใช้แล้วไมล์ศูนย์’
สำหรับผลกระทบของลูกค้านอกประเทศจีนที่ซื้อ ‘รถยนต์ใช้แล้วไมล์ศูนย์’ ไป มีทั้งไม่ได้รับการให้บริการหลังการขาย และสเป็ครถยนต์ไม่ได้ผ่านการปรับแต่งให้เข้ากับตลาดนั้นๆ ซึ่งนั่นนำไปสู่ความไม่พึงพอใจของผู้ใช้งานว่ารถยนต์จีนมีคุณภาพไม่ดี และไม่มีบริการหลังการขาย ท้ายที่สุด รถยนต์จากประเทศจีนจะถูกตราหน้าว่าไร้คุณภาพ ภาครัฐของจีนจึงต้องการป้องกันปัญหาภาพลักษณ์ด้านลบ นำไปสู่การออกมาตรการควบคุมการส่งออก ‘รถยนต์ใช้แล้วไมล์ศูนย์’
กระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน ออกเกณฑ์ควบคุมว่านับตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 หากมีการส่งออกรถยนต์ใช้แล้วออกจากประเทศจีน ภายใน 180 วันหลังจากที่รถยนต์คันนั้นจดทะเบียน ผู้ผลิตจะต้องออกหนังสือรับรองเรื่องการยืนยันให้บริการหลังการขาย ทั้งยังต้องระบุประเทศปลายทาง, รายละเอียดสเป็ครถยนต์ และ มีการประทับตราบริษัทด้วย ซึ่งมาตรการนี้มิใช่การห้ามไม่ให้มีการส่งออกรถยนต์ใช้แล้วจากจีน แต่เป็นการสร้างมาตรฐานให้ผู้ผลิตรถยนต์ ต้องรับผิดชอบต่อการให้บริการหลังการขาย กับรถยนต์ที่ส่งออกไปแล้ว
ที่มา: carnewschina
ภาพ: carnewschina





